กิจกรรมบำบัดจะขับเคลื่อนสุขภาวะคนไทยทั้งในและนอกโรงพยาบาลอย่างไร

ทุกวันนี้มีคนไทยเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูกิจกรรมบำบัดจากโรงพยาบาลด้วยอาการด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านพัฒนาการ ด้านร่างกาย หรือด้านจิตใจ และมีจุดประสงค์เพื่อหวังที่จะกลับมาใช้ชีวิตประจำวันนอกโรงพยาบาลได้อย่างปกติ แต่คนไทยน้อยคนนักที่จะได้รู้จักกิจกรรมบำบัดอย่างแท้จริง อันดับแรกเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่ากิจกรรมบำบัดคืออะไร แล้วคำว่าสุขภาวะคืออะไร

กิจกรรมในที่นี้คือ “กิจกรรมการดำเนินชีวิต” (occupation) เป็นกิจกรรมที่เราทุกคนทำตั้งแต่ตื่นนอนไปจนถึงการนอนหลับ ซึ่งมีอยู่หลายกิจกรรมด้วยกัน ดังนี้

1.กิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐาน (Activities of daily living [ADLs]) เช่น แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว หวีผม รับประทานอาหาร เป็นต้น
2.กิจวัตรประจำวันขั้นสูง (Instrumental activities of daily living [IADLs]) เช่น ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ขับรถ ดูแลสัตว์เลี้ยง รับประทานยา จัดการการเงิน เป็นต้น
3.การทำงาน (Work)
4.การเรียน (Education)
5.การทำกิจกรรมยามว่าง (Rest and sleep) เช่น เล่นดนตรี อ่านหนังสือ เล่นกีฬา เป็นต้น
6.การเล่น (Play)
7.การมีส่วนร่วมทางสังคม (Social participation)
8.การนอนหลับพักผ่อน (Rest and sleep) (1)

เราจะเห็นได้ว่ากิจกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับคนทุกคนทุกช่วงชีวิตตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยสูงอายุ สำหรับคนปกติสามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้โดยง่าย แต่สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การบกพร่องทางด้านพัฒนาการ ด้านร่างกาย รวมถึงด้านจิตใจ ต่างก็มีข้อจำกัดในการเข้าถึงกิจกรรมการดำเนินชีวิตเหล่านี้ด้วยตนเองและต้องพึ่งพิงคนอื่น ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งหรือแทบทั้งหมด

“กิจกรรมบำบัด” เป็นเพียงวิชาชีพเดียวที่ช่วยให้คนทุกๆช่วงวัยทำกิจกรรมที่พวกเขาต้องการและจำเป็นที่จะต้องทำ ผ่านการใช้สื่อการบำบัดที่เป็นกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupations)

นักกิจกรรมบำบัดสามารถช่วยเหลือคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นผู้รับบริการฝ่ายเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านพัฒนาการและการเรียนรู้ ผู้รับบริการที่ได้รับความบาดเจ็บทางด้านร่างกาย ผู้รับบริการที่มีอาการบกพร่องทางด้ายการรู้คิดและด้านจิตใจ (2) ให้สามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตหรือทำสิ่งที่ผู้รับบริการต้องการได้ด้วยตนเองอย่างมากที่สุดตามศักยภาพที่มีอยู่ เพื่อฟื้นคืนสู่สุขภาวะที่ดี

สุขภาวะ (Well-Being) คือ การมีสุขภาพดี มีความรู้สึกเป็นสุข ความสมดุล ความเป็นองค์รวมของ 4 มิติ คือ กาย จิต สังคม ปัญญาหรือจิตวิญญาณ ที่บูรณาการอยู่ในการพัฒนามนุษย์และสังคม เพื่อสร้าง “ความอยู่เย็นเป็นสุข” (ดวงกมล ศักดิ์เลิศสกุล, 2549 อ้างถึงใน กองบรรณาธิการใกล้หมอ, 2547) (3)

มีหลักฐานเชิงประจักษ์หลายเรื่องที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาสุขภาวะทางกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational well-being) ในกิจกรรมบำบัดทั้งในโรงพยาบาลและนอกโรงพยาบาล ดังนี้

เรื่องแรก หลักฐานนี้ ได้กล่าวว่า การให้ความหมายและความพึงพอใจที่ผู้รับบริการได้รับจากการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (occupational lives) เป็นสิ่งที่ทำให้เข้าถึงสุขภาวะทางการกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational well-being) และผู้รับบริการก็ชอบที่จะได้รับสุขภาวะที่ดีเมื่อพวกเขาได้เลือกเข้าร่วมและปรับปรุงกิจกรรมการดำเนินชีวิตด้วยตนเองในวิธีที่สามารถเข้าถึงกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่จำเป็นสำหรับผู้รับบริการ (Occupational needs) ซึ่งประกอบด้วย ความสำเร็จ(accomplishment) การรับรอง(affirmation) ตัวแทน(agency) การเชื่อมโยง(coherence) มิตรภาพ(companionship) ความปิติยินดี(pleasure)และ การกลับสู่สภาพเดิม(renewal)

- ความสำเร็จ(accomplishment) คือ การที่ผู้รับบริการมีทักษะการเรียนรู้และเป็นนายแห่งตน ได้ประสบกับความสามารถที่ตนเองคาดหวังแล้วทำสิ่งนั้นจนสำเร็จ
- การรับรอง(affirmation) คือ การที่ผู้รับบริการทำสิ่งหนึ่งให้กับผู้อื่นแล้วจะได้รับการรับรองจากผู้อื่น
-ตัวแทน(agency) คือ การที่ผู้รับบริการเลือกกิจกรรมการดำเนินชีวิต ว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร เมื่อไหร่ ที่ไหน บ่อยแค่ไหน กับใคร
-การเชื่อมโยง(coherence) คือ การที่ผู้รับบริการเข้าร่วมกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีการเชื่อมโยงระหว่าง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
-มิตรภาพ (companionship) คือ สิ่งที่ผู้รับบริการได้เกิดการเข้าร่วมกิจกรรมการดำเนินชีวิตในส่วนการเข้าร่วมสังคมร่วมกับผู้อื่น สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สิ่งที่สนใจ การให้คุณค่า หรือเป้าหมายร่วมกัน
-ความปิติยินดี(pleasure) เป็นสิ่งที่อาจจะได้รับจากความคาดหมายการเข้าร่วมกิจกรรมที่สนุกและมีความสุข ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเข้าร่วมกิจกรรมการดำเนินชีวิตกับผู้อื่นได้
-การกลับสู่สภาพเดิม(renewal) เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าร่วมกิจกรรมการดำเนินชีวิต จากการรู้สึกสงบจากภายใน เข้าถึงความรู้สึกที่สดชื่นใหม่ และฟื้นสู่พลังอีกครั้ง

นอกจากนี้นักกิจกรรมบำบัดได้มีการใช้ Framework มาอธิบาย สุขภาวะทางกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational well-being) ที่สามารถนำมาบูรณาการใน Model ของการปฏิบัติที่มีอยู่ เช่น ใช้ CMOP-E สำหรับเพิ่มความสามารถและการเข้าร่วมในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิต (occupational performance and engagement) และ the Model of Human Occupation ในการสนับสนุนให้ผู้รับบริการเลือกและเข้าร่วมกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่พวกเขาสามารถสร้างเอกลักษณ์เชิงบวกและบรรลุความสามารถในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ (positive occupational identity and achieve occupational competence)

ทั้งๆที่มีการใช้ model ในการปฏิบัติงาน แต่ในขั้นแรกควรมีการการตั้งเป้าประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตกิจกรรมการดำเนินชีวิต(occupational lives)ของผู้รับบริการที่ถูกดัดแปลงให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่จำเป็นให้ได้ก่อน (occupational needs) ในส่วนการให้กิจกรรมการบำบัดฟื้นฟู (intervention)ควรถูกออกแบบและดำเนินการโดยคำนึงผลลัพธ์เป้าหมาย (target outcome) ของการเพิ่มสุขภาวะทางกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational well-being)

ความพยายามของผู้รับบริการจะช่วยให้ผู้รับบริการเพิ่มระดับความสามารถในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตด้วยการที่พวกเขาได้ประเมินตัวเอง

สิ่งแวดล้อมในตัวผู้รับบริการเองก็สำคัญ นักกิจกรรมบำบัดมีส่วนสนับสนุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกิจกรรมการดำเนินชีวิตเพื่อเพิ่มสุขภาวะสำหรับผู้รับบริการได้ และท้ายสุด ควรมีการติดตามและประเมินซ้ำ เพื่อดูผลลัพธ์ว่าผู้รับบริการได้รับความพึงพอใจที่ดีและการบรรลุเป้าหมายจากกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่จำเป็นสำหรับผู้รับบริการหรือไม่

มีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาสำหรับการให้การบำบัดฟื้นฟูทางกิจกรรมบำบัดเพิ่มสุขภาวะสำหรับผู้รับบริการที่ได้รับการผ่าตัดขาบริเวณเหนือเข่า (คุณร็อบ) ตั้งแต่ผู้รับบริการอยู่ในโรงพยาบาลและออกสู่ชุมชน

การบำบัดฟื้นฟูทางกิจกรรมบำบัดในโรงพยาบาลสำหรับคุณร็อบ ถูกออกแบบเพื่อกำหนดให้เขาสามารถทำกิจกรรมการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน กิจกรรมในบ้าน และเคลื่อนไหวตัวในบ้านและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย จากนั้นเขาได้รับการติดตามผล ประเมินซ้ำและออกสู่ชุมชน เพื่อกลับไปทำงานเป็นนักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์

นักกิจกรรมบำบัดในชุมชน ได้ติดตามการดำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของคุณร็อบที่ถูกดัดแปลงจากโรงพยาบาล พบว่ามีข้อจำกัดสำหรับคุณร็อบในเรื่อง บางขั้นตอนการทำงาน และการออกแบบทางสถาปัตยกรรมของสถานที่ทำงานเป็นอุปสรรคในการเข้าถึง สถานที่รับประทานอาหาร และ ห้องนั่งเล่น ซึ่งส่งผลให้เขารู้สึกแปลกแยกจากเพื่อนร่วมงาน (เช่น agency, accomplishment, and coherence)

นักกิจกรรมบำบัดจึงได้ทำงานประสานกับผู้จัดการและลูกจ้างคนอื่นๆเพื่อสร้างความตระหนักถึงผลการทบของการออกแบบทางสถาปัตยกรรมในที่ทำงานที่ส่งผลต่อสุขภาวะของคุณร็อบ จากนั้นพวกเขาจึงช่วยกันระบุการแก้ปัญหาที่มีทางเป็นไปได้ที่สามารถอำนวยความสะดวกที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณร็อบ

จากนั้นประเมินซ้ำถึงสุขภาวะทางกิจกรรมการดำเนินชีวิตของคุณร็อบ นอกจากนี้นักกิจกรรมบำบัดได้รับรู้ถึงกิจกรรมยามว่างของเขา คือ เมื่อก่อนเขาชอบเล่นสกี เมื่อเกิดอุบัติเหตุเขาจึงถอนตัวจากการเล่น และเปลี่ยนมาดูโทรทัศน์แทนซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกิจกรรมที่ชอบในอดีต นักกิจกรรมบำบัดจึงส่งเสริมให้เขาระลึกว่าเขาสามารถเล่นสกีได้ เขาได้รับอุปกรณ์ดัดแปลงและได้รับการเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้อุปกรณ์จากคนอื่นที่ได้รับความบกพร่องทางด้านร่างกายและเล่นกีฬาเหมือนกับเขา จากนั้น เขาสามารถกลับไปเล่นสกีได้อีกครั้ง (4)

เรื่องที่สองได้กล่าวถึง โปรแกรมการฟื้นฟูอาชีพเพื่อการกลับไปทำงานสำหรับผู้รับบริการที่เป็นโรค HIV/AIDS หลักฐานเชิงประจักษ์นี้แสดงให้เห็นว่า โครงสร้างของ เอกลักษณ์ของกิจกรรมการดำเนินชีวิต(occupational identity) ความสามารถในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิต (occupational competence) และ ระบบสิ่งแวดล้อมสำหรับประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิต(occupational settings (environment)) เป็นประโยชน์ในการช่วยให้เราเข้าใจในตัวผู้รับบริการผ่านการฟังเรื่องเล่าประสบการณ์ของผู้รับบริการที่พยายามกลับเข้ามาในบทบาทหลักที่ตนได้ทำอยู่ (5)

เรื่องสุดท้าย กล่าวถึง อิทธิพลของผู้ปกครองและความรู้ความเข้าใจทางสังคมของผู้รับบริการออทิสติกวัยหนุ่มสาวต่อการเปลี่ยนกจิกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational transformation) โดยการวิจัยได้ทำการสำรวจการให้คุณค่าของผู้ปกครอง หลังจากการใช้โปรแกรม The Social Cognition and Interaction Training-Autism (SCIT-A) ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรมนี้ประสบผลสำเร็จในการฝึกผู้รับบริการออทิสติก และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้ดูแล (6)

จากหลักฐานเชิงประจักษ์ตามที่ได้กล่าวมา สะท้อนให้เห็นการขับเคลื่อนสุขภาวะของกิจกรรมบำบัดทั้งในโรงพยาบาลและนอกโรงพยาบาลในต่างประเทศ ซึ่งในประเทศไทยสามารถนำหลักการมาใช้ได้หากระบบปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอื้ออำนวยในเรื่อง การรับรู้การปฏิบัติงานทางกิจกรรมบำบัดโดยคำนึงถึงสุขภาวะของผู้รับบริการเป็นสำคัญ



สินีนาฏ พรหมนิล
นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 4
มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา




อ้างอิง :
1. Occupational Therapy Practice Framework: Domain and Process (3rd Edition) | American Journal of Occupational Therapy [Internet]. [cited 2017 Feb 11]. Available from: http://ajot.aota.org/article.aspx?articleid=186043...
2. What is Occupational Therapy? - AOTA [Internet]. [cited 2017 Feb 11]. Available from: http://www.aota.org/Conference-Events/OTMonth/what...
3. สุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) [Internet]. [cited 2017 Feb 11]. Available from: http://oknation.nationtv.tv/blog/tonrak/2007/10/23...
4. Occupational well-being: rethinking occupational therapy outcomes. - PubMed - NCBI [Internet]. [cited 2017 Feb 11]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18615930
5. Occupational identity, occupational competence
and occupational settings (environment): influences on return to work in men
living with HIV/AIDS. - PubMed - NCBI [Internet]. [cited 2017 Feb 11].
Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17006003
6. Occupational transformation: Parental influence and social cognition of young adults with autism. - PubMed - NCBI [Internet]. [cited 2017 Feb 11]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/25248535

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดปี 4



ความเห็น (0)