ภายใต้การดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ เราทุกคนพยายามแสวงหาแรงบันดาลใจเพื่อทำสิ่งใหม่ๆ เเต่ทว่าเมื่อมีเเรงบันดาลใจไปสักพักเเรงผลักเหล่านั้นก็ค่อยๆหายไปเรื่อยๆ ซึ่งเราเองก็ต้องมีวิธีการเติมเต็มมันเรื่อยๆเช่นเดียวกัน บางครั้งเเรงบันดาลใจก็ยากจะหมดไป เเละบางครั้งแรงบันดาลใจก็ไม่มีวันหมดไป สิ่งที่กล่าวมานี้ผู้เขียนต้องการจะบอกบทเรียนสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ให้ฟังว่า “แรงบันดาลใจหากเชื่อมโยงกับความจริงมีอยู่ ๓ ขั้น ได้แก่ ขั้นล่าง(Fact) ขั้นกลาง(Truth) เเละขั้นสูงสุด(Reality)

  • แรงบันดาลใจในขั้น(Fact) จะเปลี่ยนแปลงง่าย ถอดใจง่าย หมดไปง่ายๆ เพราะส่วนใหญ่จะยึดกับวัตถุ การเเข่งขัน รางวัล ความถูก-ผิด แรงบันดาลใจขั้นนี้อาจเกิดจาก รางวัล ชัยชนะ การเเข่งขัน เป็นต้น ให้สมการ คือ (∆R = 2)
  • แรงบันดาลใจขั้น(Truth) จะหมดไปยากมาก มีฐานใจมั่นคง มีอุดมการณ์ที่เข้มเเข็ง มีหลักการเเละจุดยืนชัดเจน แรงบันดาลใจในขั้นนี้อาจเกิดจาก ความเข้าใจในตนเอง ความเข้าใจในความรู้เเละความไม่รู้ เเละความเข้าใจในความจริงที่เห็นจริงด้วยตนเอง เป็นต้น ให้สมการ คือ (∆R = 1)
  • แรงบันดาลใจขั้น(Reality) เป็นการพยายามไปสู่ความจริงเเท้เเน่นอน ไม่มีเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นใด เป็นความปราถนาเพื่อเข้าสู่ความเที่ยงเเท้เเน่นอนทางศาสนา แรงบันดาลใจในขั้นนี้เกิดจากแรงผลักดันทางจิตวิญญาณในการบรรลุความจริงเเท้ หรือคุณค่าเเท้ต่อมวลมนุษย์หรือปัจเจก เป็นต้น ให้สมการ คือ (∆R = 0)

จากสูตร
(∆R = 0) แปล ; ∆ = Change , R = ระดับความจริงใดๆ , 2 = วัตถุเเละคุณค่า , 1 = คุณค่า , 0 = ว่างเปล่า

หมายความว่า ยิ่งค่าตัวเลขมาก ก็มียึดกิน กาม เกียรติมาก "ยิ่งยึดมากยิ่งเปลี่ยนแปลงมาก ตัวเลขก็จะยิ่งมาก" เเต่เมื่อตัวเลขลดลงเรื่อยๆจนเหลือศูนย์นั่น คือ ความไม่ต้องการใดๆซึ่งความว่างเปล่านี้เอง ที่เป็นแรงปราถนาของมนุษย์ในฐานะพุทธศานิกชนเพื่อสู่นิพพาน หรือคริสตศาสนิกชน คือ ความเชื่อในพระเจ้าอย่างบริสุทธ์ใจจนได้เข้าสู่อาณาจักรพระองค์นั่นเอง

จุดหมายสูงสุดของเเรงบันดาลใจ คือ (∆R = 0) : การไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เกิด ไม่ตั้งอยู่ เเละไม่ดับไปตามกฎธรรมชาติ