เสพข่าวครูแพะ&ลุงวิศวะให้เป็น

วันนี้เป็นวันพระ วันมาฆบูชา วันเสาร์ที่ ๑๑ ก.พ.๒๕๖๐ านึกตรึกตรองว่า เอาอะไรมาเขียนแบ่งปันเพื่อนผองน้องพี่เป็นวิทยาทานดี เลยโพสต์หัวเรื่อง ว่า เสพข่าวครูแพะ&ลุงวิศวะเป็น ดีกว่า

เรื่องครูแพะ เห็นเรื่องราวเกินมาราว ๑๒ ปี ศาลยุติธรรมไทย ๓ ศาล พิจารณาลง โดยความที่พบยาดี เห็นช่องทาง ครูจึงร้องไปยังหลายที่ และที่ดูโดนเด่นเป็น DSI ให้ข่าวผ่านสื่อ แบบว่า มั่นใจ ขณะที่ ฝ่ายตำรวจโดยบัญชาให้ทำงานหนัก ให้ข่าวผ่านสื่อ แบบว่า มั่นใจ

ที่ว่า มั่นใจ ไม่ว่ากัน มันทำให้ประชาชนงงงวย ว่า หน่วยงานรัฐ ให้การมั่นใจ แล้วเรื่องจะไปจบตรงที่เสมอกันหรือไม่ ในเมื่อการพิจารณาคำร้องขอรื้อฟื้นยังไม่ได้เริ่มต้น ล่อเป้า เป็นข่าว ดราม่า กันมากว่า ๑ เดือน เพิ่งสืบพยานกันไปช่วง ๗-๑๐ ก.พ.๒๕๖๐ ที่ศาลจังหวัดนครพนม ( ต่อไปจะเขียนว่า ศาลฯ ) หลายท่านคงจะตัดสินไปก่อนศาลแล้ว ซึ่งเป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวน ( เอาข่าวมาเป็นข้อมูลตัดสิน) ความจริงในสำนวนนั้น เป็นแนวทางตามกระบวนการยุติธรรม ศาลฯ มีเวลารวบรวมฯ ส่งศาลฎีกา ภายใน ๑ เดือน และจะส่งเรื่องกลับมาศาลฯ เพื่อนัดให้คู่ความมาฟังคำพิพากษา/คำสั่ง อดใจรอกันหน่อย มันไม่เหมือนเราหนังเปาปุ้นจิ้่น

เรื่องลุงวิศวะ เห็นเรื่องราวเพิ่งเกิดน่าจะสัปดาห์ก่อน เราไม่ค่อยดูข่าว แต่ก็มีคนสอบถามความเห็น จึงหาเวลาเข้าไปดูข่าว เป็นว่า มีรถเฉียดเฉี่ยวกัน ไปถึงจุดหนึ่ง ดูตามคริ๊บ โดยรถตู่ไปจอดด้านหน้า มีวัยรุ่นกรูเข้ามาในลักษณะ ท่าทางจะเอาเรื่อง แบบว่า ดูแล้วไม่มาดี แสงสว่างเห็นชัดเจน วัยรุ่นต่อยลุงวิศวะ ดูตามภาพข่าว แบบว่าดาวคงลอยเด่นเห็นดาวเพราะกำปั่น จังหวะนั้นมีการยิง จนเป็นข่าวใหญ่ ว่ากันไปว่ากันมา ว่ากันนอกสำนวนเหมือนเดิม ตำรวจเขารวบรวมพยานหลักฐานอยู่ จากตำรวจ ไปอัยการ ไปศาล จะว่ากันสักกี่ศาลก็คงเป็นแนวทางตามกระบวนการยุติธรรม คงเสพข่าวเมามันว่ากันไป มองแล้ว ดูลุงวิศวะน่าจะไม่มีความปลอดภัยในสวัสดิภาพ หากมีการโหมประโคมข่าว และเสพติดข่าวจนเกิดการชิงชัง เคียดเคียน

ว่าก็ว่า สังคมไทยเราขณะนี้ เสพข่าวแบบไม่ลืมหูลืมตา สื่อก็ทำหน้าที่กัน เหมือนว่าเต็มที่ แต่เห็นบ่อย เอาคริ๊บมาทำเป็นข่าว ดูไม่ค่อยลงทุนสักเท่าไหร่ และวิทยากรก็เป็นพวกหน้าเดิม ๆ คนไทย คนที่ตกเป็นข่าว ต้องก้มหน้ารับกรรมกันไป คนที่ขวัญอ่อน แคร์ไปตามข่าว เป็นโรคประสาทเอาง่าย ๆ แบบแนวนี้หรือครับ ประเทศไทย ๔.๐ ไปเร็วเกินไป ไม่มีการศึกษา ไม่มีการรู้เท่าทัน ตกประเทศเอาง่าย ๆ เหมือนคนพลาดผลัดตกรถโดยสาร ครู อาจารย์ ผู้สอน ผู้นำช่วยให้สติผู้คนในสังคมไทยเราด้วย ไม่เช่นนั้น ความผิดเพี้ยน ความรุนแรง จะแผ่วงกว้าง หยุดไม่อยู่

๑๑ ก.พ.๒๕๖๐

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รู้จักน่านและชาวน่าน



ความเห็น (0)