ท่ามกลางการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ เเละใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว กลับกลายเป็นว่าทำให้เราติดเอาเเต่ใจ รีบร้อน ไม่มีความอดทน เเละไม่เข้าใจผู้อื่น ยังส่งผลให้เเต่ละวันเรามีความแปรผันทางด้านอารมณ์สูงมาก ความรู้สึกที่มันไหลเวียนอยู่ภายในใจ เราก็ตามมันไป เเต่ไม่รู้ว่าจุดหมายคืออะไร เเละความหมายของการเข้าใจความรู้สึกคืออะไร สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นความเร่งรีบที่ขาดคุณค่าอะไรบางอย่างที่สำคัญมากต่อความเป็นมนุษย์
"เหมือนกับเราวิ่งเร็วๆ เราจะมองไม่เห็นความหมายที่อยู่ตามริมทาง
เเต่หากเราเดินช้าๆ เราจะมองเห็นความหมายหลายๆอย่างที่เราปราถนา"
ท่ามกลางชีวิตที่รีบเร่งเหล่านั้น เราจึงจำเป็นต้องมาเข้าใจความหมายของบางสิ่งด้วยความรู้สึกหรือหัวใจ โดยไม่ใช้สมอง เพราะสมองมันจะมองเเต่เหตุผล หลักการ เเละประโยชน์ เเต่หัวใจจะหันมามอง มิตรภาพ ความรัก การให้แทน
"To know is to feel : เพราะรู้สึกถึงเข้าใจ"
เป็นคำง่ายๆที่บอกว่าให้เราเรียนรู้จากหัวใจบ้าง เพราะการเรียนรู้จากสมองไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง "ให้รู้จากที่รู้สึกไม่ใช่รู้จากการหลงตามความรู้สึก" เพราะเเต่ละคนเราจมบ่อน้ำความรู้สึกตลอดเวลา ทั้งๆที่รู้ว่ามีสะพานให้เดินข้ามง่ายๆ หลายครั้งต้องจับความรู้สึกของตนเองเเละผู้อื่นถึงจะเข้าใจ บางครั้งเราเอาความรู้สึกของตัวเองเป็นตัวตั้ง ก็ไม่เข้าใจ หรือบางครั้งเราเอาความรู้สึกของผู้อื่นเป็นตัวตั้ง ก็ไม่เข้าใจอีก เเต่ความเข้าใจนั้น เราต้องมองความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายด้วยกันถึงจะเข้าใจกัน
เพราะรู้สึกถึงเข้าใจ ...
แสดงว่า ขณะอยู่ที่วัดป่ากุง (สังเกจากรูปน่าจะเป็น วัดป่าประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง) ใจสงบ ตั้งมั่น จึงวิ่งทัน ภาพหลายอย่างที่เบรอๆ ไป ขณะใจไม่นิ่ง ... ใช่... นี่คือสาเหตุว่า เราต้องรักษาระยะใกล้ให้ใจอยู่ในวัด ...
การใช้ชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างมีสาระ ชะลอตัวเองให้ไม่ไหลอย่างไร้ทิศทางไปตามกระแสสังคม ทำทุกอย่างด้วยสปีดที่ช้าลง เพื่อให้มีสติและซึมซาบความหมายของชีวิตได้มากขึ้น นั้นคือสโลว์ไลฟ์
การใช้ชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างมีสาระ ชะลอตัวเองให้ไม่ไหลอย่างไร้ทิศทางไปตามกระแสสังคม ทำทุกอย่างด้วยสปีดที่ช้าลง เพื่อให้มีสติและซึมซาบความหมายของชีวิตได้มากขึ้น นั้นคือสโลว์