กองทุนตามรอยเท้าพ่อ

ผมเป็นผู้แทนของบริษัท เค.แอล.เซอร์วิส จำกัด(บริษัทของครอบครัว) บริษัทฯเป็นที่ปรึกษาให้บริษัท ว.ส.หาดใหญ่เกษตรกรรม จำกัด โดยบริษัท ว.ส.หาดใหญ่เกษตรกรรม จำกัดเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยคุณวินิจ เลขะกุล คหบดีของจังหวัดสงขลา มีสวนยางที่ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ประมาณพันกว่าไร่ ปัจจุบันคุณพีระพล สาครินทร์(บุตรเขยคนเดียวของคุณวินิจ เลขะกุล) เป็นประธานบริษัท วันนี้คุณพีระพล สาครินทร์(ท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน) วันนี้อันเป็นเสาร์สุดท้ายของเดือนท่านนัดประชุมคณะทำงานในสวนยางของกงสี ที่ท่านอธิบดีฯ เป็นประธานบริษัทฯ เพื่อประชุมคณะทำงานในสวนยาง ในการประชุมประจำเดือน ผมในฐานะผู้แทนของบริษัทที่ปรึกษาได้เข้าร่วมประชุม พอถามความเห็นให้เสนอแนะผมได้เสนอว่าในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่ได้พึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ได้ทรงสั่งสอนแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชา เราควรตั้งกองทุนตามรอยเท้าพ่อ โดยหากราคายางเกิน 60-100 บาทเก็บเงินเข้ากองทุน 1 บาทต่อกิโลกรัม เกิน 100 บาทขึ้นไปเก็บเงินเข้ากองทุน 2 บาทต่อกิโลกรัม โดยแยกบัญชีนี้ได้ว่าเป็นของคนตัดยางกี่ส่วนของกงสีกี่ส่วน หากจำเป็นสามารถกู้ยืมกองทุนนี้ได้ตามสัดส่วนที่ส่งไปโดยคิดค่าตอบแทนร้อยละ 1 บาทต่อเดือน กองทุนนี้จะเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันของทั้งนายจ้างและคนสวน ที่ประชุมรับหลักการที่จะไปประชุมคนตัดยางกับทางฝ่ายบริษัท ผมคิดว่าหากชาวสวนยางเวลาขายยางให้เก็บเงินแบบที่ผมนำเสนอนี้จะเป็นภูมิคุ้มกันของครอบครัว และหากภาครัฐสนับสนุนให้เกิดกองทุนเช่นว่านี้ในทุกสวนยางเช่นทางราชการอาจมีเงินสมทบให้กองทุนเช่นว่านี้ เวลาเกิดปัญหาชาวสวนยางก็จะมีช่องทางที่เป็นภูมิคุ้มกันของตนเอง ดีกว่าที่ภาครัฐจะทุ่มเงินแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบไร้น้ำยา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนอาศัยอาณาจักรศรีวิชัย



ความเห็น (0)