161226-1 ศัพท์ ที่มักสับสน ในการใช้ ชุด A – Apostrophe

Nathavuth
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ศัพท์อังกฤษ

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ว่าถูกต้องในที่นี้ เป็นไปตามมาตรฐานของภาษา

Revised on 2016.12.25


Apostrophe

Dictionary.com สะกด คำอ่าน นาม “apostrophe”

(เน้น พยางค์ สอง pos) ว่า “uh-pos-truh-fee”

กริยาวิเศษณ์ สะกด “apostrophic”

(เน้น พยางค์ สาม strof) ว่า “ap-uh-strof-ik”


A-Z of Correct English Common Errors in English

อธิบาย การใช้ “apostrophes”

ว่า สามารถใช้ เพื่อ แสดงว่า ได้มีการละเว้น “ตัวอักษร”

ในการย่อคำ เช่น “didn’t” “o’clock” “you’ve” “won’t”

ในบทกวี เช่น “o’ver vales and the hills”

“where’er you walk”

ในภาษาถิ่น เช่น “ere’s” “’Arry”

ในการค้า เช่น “pick ‘n’ mix” “salt ‘n’ vinegar”


การใช้ ข้อที่สอง

สามารถใช้ “apostrophes”

เพื่อ แสดงความเป็น เจ้าของ

เพื่อป้องกันมิให้ จัดวาง “apostrophe” ผิดตำแหน่ง

ให้ปฏิบัติตาม แนวทางการใช้ ที่แนะนำ

ใน ตัวอย่าง ต่อไปนี้


นาม เอกพจน์ หรือ “owners” เช่น

ประโยค “The tail of the dog”

รูปย่อคือ “The dog’s tail”

ถามว่า

ใคร “owns” หางนั้น the dog

“ให้ จัดวาง “apostrophe”

ตามหลัง “เจ้าของ” เป็น the dog’

“ด้วยการเพิ่ม “-s” ตามหลัง เป็นthe dog’s

เพิ่ม “อะไร” ที่ “owned” เป็น the dog’s tail


ในประโยค “The smile of the princess”

หรือ รูปย่อ “The princess’s smile”

ถามว่า

ใคร “owns” การยิ้มนั้น the princess

“ให้ จัดวาง “apostrophe”

ตามหลัง “เจ้าของ เป็น the princess’

เพิ่ม “-s” ตามหลังเป็น the princess’s

เพิ่ม อะไรที่ “owned” เป็น the princess’s smile


ใช้ “apostrophe” กับ Proper names ลงท้ายด้วย “s”

ให้เลือกได้ โดยขึ้นอยู่กับ การออกเสียงของ ชื่อ นั้น เช่น

อาจใช้ว่า “Keats’ poetry” หรืออาจใช้ว่า “Keats’s poetry”

หากแต่ ต้องใช้ว่า

St. James’s Square, London, SW 1

เนื่องจาก St. James (มี สอง พยางค์)

แต่ St. James’s (มี สาม พยางค์)


นาม พหูพจน์ หรือ “owners” เช่น

ไม่ต้อง กังวล ว่า เมื่อเป็น พหูพจน์ จะใช้รูป ’s หรือ s’

ในประโยค The tails of the dogs

หรือรูปย่อ The dogs’ tails

ใคร “owns” the tail? the dogs

“ให้ จัดวาง “apostrophe”

ตามหลัง the ownersthe dogs’

เพิ่ม “-s” ถ้าหากมิได้มีอยู่แล้ว (ที่นี้ไม่ต้องเพิ่ม)

เพิ่ม อะไร ที่ “owned” the dogs’ tails


ในประโยค The laughter of the women

หรือรูปย่อ The women’s laughter

ใคร “owns” the laughter?the women

“ให้ จัดวาง “apostrophe”

ตามหลัง the owners the women’

เพิ่ม “-s” ถ้าหากมิได้มีอยู่แล้ว the women’s

เพิ่ม อะไร ที่ “owned” the women’s laughter


และด้วยเหตุนี้ เมื่อ อ่าน จะสามารถ แยกความแตกต่าง

ระหว่าง เอกพจน์ และ พหูพจน์ ของ “owners”

The princess’s suitors.

The princesses’ suitors.

The ‘owner’ คือ คำที่อยู่ หน้า apostrophe


การใช้ ข้อที่ สาม

ยังสามารถใช้ “apostrophes”

ในการแสดง รูปแบบ ย่อ ของ เวลา (time)

ในประโยค The work of a moment.

หรือรูปย่อ A moment’s work.

The work of three years.

Three years’ work.

โปรดสังเกต การใช้

ถ้าหาก ยึดถือ ตามแนวทางของ ข้อที่ สอง

จะไม่มีการใช้ ผิด อย่างแน่นอน


Cambridge English Dictionary

อธิบาย การใช้ “apostrophe” (‘) ตามหลัก ไวยากรณ์

เพื่อแสดง การเชื่อม สองคำ เป็น “contraction” ให้เป็น คำเดียว

โดย เป็นการ ตัด อักษร หนึ่งตัว หรือมากกว่า ทิ้งไป เช่น

Do not ย่อเป็น don’t เช่น “they don’t like salt in their food.”

It is ย่อเป็น it’s เช่น “It’s a long way to walk.”

Is not ย่อเป็น isn’t เช่น “Isn’t that such a pretty dress?”

You have ย่อเป็น you’ve เช่น “You’ve broken my watch.”

Cannot ย่อเป็น can’t เช่น “We can’t tell your father.”

Will not ย่อเป็น won’t เช่น “She won’t eat any vegetables.”

Wh-word + ‘s, ‘d และอื่น ๆ เช่น “What’s he doing? Who’d like some coffee?”

คำเตือน

เราใช้ ‘s กับ ‘has’ และ ‘is’ เช่น

‘She’s seen that movie already. (has)

‘He’s my brother. (is)

คำเตือน

เราใช้ ‘d กับ ‘had” และ “would” เช่น

‘They’d never been to Japan before.’ (had)

‘She’d love to live in the USA. (would)


ใช้ “apostrophe + s” เพื่อ แสดง “possession”

เมื่อแสดงว่า ใคร เป็น “เจ้าของ” บางสิ่ง

หรือ มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับ บางสิ่ง

เราใช้ “apostrophe + s” ตามหลัง ชื่อ หรือ นาม

เมื่อ นาม เป็น พหูพจน์ ให้วาง “apostrophe” ที่หลัง “s” เช่น

“Is that Frank’s camera?”

‘There was a big teachers’ conference last week in Mexico City.’

(การประชุม สำหรับ ครู)


ใช้ “apostrophe” กับ “time”

สามารถใช้ “apostrophe + s” เพื่อแสดง “duration” (ห้วงเวลา)

เมื่อ นาม เวลานั้น เป็น พหูพจน์ ให้วาง “apostrophe” ที่หลัง “s” เช่น

“For me, writing an essay involves at least an hour’s work.”

“It was just ten minutes’ walk from my house to my office.”

(การเดิน จากบ้านของผม ไปสำนักงานของผม ใช้เวลาเพียง สิบนาที)


เมื่อเขียนเกี่ยวกับ เวลา บางครั้งใช้ “o’clock” เช่น

“14:00” = two o’clock

“18:00” = six o’clock


ความผิดพลาด ที่เกิดบ่อย ในการใช้ “apostrophe”

เมื่อใช้ “apostrophe” เพื่อ ย่อ “it is” ให้เป็น “it’s”

เพราะ เราไม่ใช้ “apostrophe” กับ possessive “its” เช่น

“The University is very proud of its gardens.”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน A Revised 161120



ความเห็น (0)