พัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้

แนวทางการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้

(A Guideline for Developing Thai Society to Be A Learning Society)

ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษางานวิจัยครั้งนี้ ได้แก่

ปัญหาการวิจัยที่พบมีอะไรบ้าง

1.ในสังคม ประเทศชาติต้องการประชาชนที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่เหมาะสมและแต่ละบุคคลต้องการความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

2.ประเทศไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ

3. สังคมในปัจจุบันนี้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม วิทยาการเทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้ต่างมีผลกระทบถึงประชาชนของทุกประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม

ความสำคัญของปัญหาเป็นอย่างไร

1.การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้จะทำให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยที่อยู่ในแต่ละชุมชนหรือแต่ละสังคมย่อยๆ ได้อยู่ใกล้ชิดกับการศึกษาใกล้ชิดกับแหล่งการเรียนรู้ มีกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ภายในชุมชนของตนเอง มีกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในวิถีการดำเนินชีวิต ทำให้ประชาชนมีโอกาสเรียนรู้ได้ อย่างต่อเนื่อง และใช้การเรียนรู้เป็นกลไกในการพัฒนาบุคคลและสังคม สังคมต้องการให้ประชาชนในสังคมมีความรู้ความสามารถในการติดต่อสื่อสารทั้งสังคมภายใน และภายนอก สามารถดำเนินชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเหมาะสม สามารถช่วยกันพัฒนาและแก้ปัญหาของสังคมได้

2.การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้จะทำให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยที่อยู่ในแต่ละชุมชนหรือแต่ละสังคมย่อยๆ ได้อยู่ใกล้ชิดกับการศึกษาใกล้ชิดกับแหล่งการเรียนรู้ มีกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ภายในชุมชนของตนเอง มีกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในวิถีการดำเนินชีวิต ทำให้ประชาชนมีโอกาสเรียนรู้ได้ อย่างต่อเนื่อง และใช้การเรียนรู้เป็นกลไกในการพัฒนาบุคคลและสังคม

3.การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมจะทำให้ประเทศต่างๆ ตระหนักถึงความจำเป็นของการศึกษาตลอดชีวิตและมุ่งปฏิรูปการศึกษาของตนเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยได้พยายามกำหนดนโยบายและแสวงหากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิต

ปัญหาหลักที่เลือกในการศึกษา/พัฒนา คืออะไร

แนวทางการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1.ศึกษาแนวคิด และกระบวนการในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งศึกษากรณีตัวอย่างของสังคมแห่งการเรียนรู้ในต่างประเทศ

2.ศึกษาวิเคราะห์การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในประเทศไทย

3.สังเคราะห์องค์ความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอแนวทางการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในประเทศไทย

ผลการวิจัย

การดำเนินการวิจัยได้แบ่งออกเป็น 3ขั้นตอน คือ การวิจัยเอกสารและการศึกษากรณีตัวอย่างในต่างประเทศ การศึกษาการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้หรือชุมชนแห่งการเรียนรู้ในประเทศไทย และสังเคราะห์และเสนอแนวทางการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับประเทศไทย

ผลกาวิจัยพบว่า

  • ประเทศสหราชอาณาจักร ประเทศเกาหลี ประเทศเดนมาร์ก เป็น 3 ประเทศที่มีการกำหนดนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตไว้อย่างชัดเจน และมีการส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต ในประเทศไทย มีการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ในทุกภูมิภาคด้วยจุดประสงค์เพื่อพัฒนาชุมชนให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้เพียงพอเลี้ยงตัวเองได้มีความรู้พื้นฐานในการดำเนินชีวิตมีความสามารถที่จะปรับตัวเข้กับสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างเหมาะสม
  • การพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ในทุกภูมิภาคได้ดำเนินตามขั้นตอนดังนี้ (1) กำหนดพื้นที่หรือชุมชนที่จะพัฒนา (2) มีผู้ริเริ่มหรือจุดเริ่มต้น (3) มีกลุ่มแกนกลาง กลุ่มที่เริ่มดำเนินการ (4) มีการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในชุมชน (5) มีการวิเคราะห์สภาพ และปัญหาของชุมชน และจัดทำแผนชุมชน (6) มีการแสวงหาภาคีเครือข่ายเพื่อช่วยสนับสนุน และช่วยจัดกิจกรรม (7) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประเภทต่างๆ (8) มีการติดตามผลประเมินผลกิจกรรม
  • แนวทางการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับประเทศไทย
  • ลักษณะของชุมชนแห่งการเรียนรู้หรือสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับประเทศไทย ชุมชนหรือสังคมที่จะพัฒนาเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับประเทศไทยนั้น อาจจะเป็นชุมชนขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็กก็ได้ เช่น ระดับหมู่บ้าน ตำบลอำเภอ หรือจังหวัด
  • เป้าหมายของชุมชนแห่งการเรียนรู้หรือสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน โดยกิจกรรมการเรียนรู้มาจากการวิเคราะห์สภาพปัญหาของชุมชน และประชาชนทุกภาคส่วนร่วมมือกันจัดกิจกรรม และมุ่งให้ส่งที่ได้เรียนรู้ช่วยพัฒนาชุมชนทุกด้านทั้งด้านเศรษฐกิจการศึกษาสังคมการเมือง และวัฒนธรรม
  • หลักการในการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้หรือสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับประเทศไทยควรยึดหลักการสำคัญดังต่อไปนี้ได้แก่ หลักความจำเป็นของการเรียนรู้ หลักความสำคัญของชุมชน หลัก 3 ปัจจัยพัฒนา หลักการเรียนรู้ 3 ระดับ หลักการใช้ชุมชนเป็นฐาน หลักการพึ่งตนเอง หลักการจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลาย หลักการจัดกิจกรรมที่ผสมกลมกลืนกับการดำเนินชีวิต หลักความเสมอภาค หลักความต่อเนื่อง หลักการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงาน
  • กระบวนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้หรือสังคมแห่งการเรียนรู้สำหรับประเทศไทยกระบวนการพัฒนาประกอบด้วย 11 ขั้นตอน คือ (1) กำหนดพื้นที่เป้าหมาย (2) หาจุดเริ่มต้น และตั้งกลุ่มแกนกลไก ( 3) สร้างความสนใจในวงกว้าง (4) แสวงหาหุ้นส่วน (5) วิเคราะห์ชุมชนกำหนดวัตถุประสงค์ และจัดทำแผน (6) วิเคราะห์ศักยภาพหุ้นส่วน และแบ่งปันความรับผิดชอบ (7) ดำเนินกิจกรรมตามแผน (8) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแนะแนวและสนับสนุน (9) ติดตามประเมินผล และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น (10) ประชาสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ (11) สร้างเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้โดยมีรายละเอียดดังนี้

ข้อเสนอแนะและการนำไปใช้ประโยชน์

  • กำหนดนโยบายการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ชัดเจน
  • การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ กระทรวงศึกษาธิการชี้แจงทำความเข้าใจ และถ่ายทอดนโยบายนี้ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบการศึกษา
  • กำหนดหน่วยงานหลักที่จะเป็นผู้ประสานงานให้เกิดการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัต
  • กระทรวงศึกษาธิการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบระดับนโยบายควร
  • สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน
  • ส่งเสริมให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนให้กรรมผู้รับผิดชอบของแต่ละตำบล / ชุมชน
  • ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานแก่สาธารณชนเป็นระยะ ๆ
  • หาวิธีที่จะส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการสร้างเครือข่ายการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
  • จัดกิจกรรมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลของการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้หน่วยงานที่รับผิดชอบควรจัดให้มีกิจกรรม
  • ผลิตสื่อเพื่อความรู้ความเข้าใจแก่สังคม
  • ประสานงานผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อขอให้นำนโยบายเรื่องนี้ไปสู่การปฏิบัติ
  • เตรียมความพร้อมบุคลากรหน่วยงาน กศน. ทั้งในระดับกรม ระดับภาค และระดับจังหวัด
  • มอบหมายหน่วยงานของตนในระดับอำเภอไปสู่การปฏิบัติ
  • ช่วยดำเนินการและเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้
  • แนะนำให้มีการศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหาของชุมชน
  • สนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย


นางสาวสาธิมา ทองขุนวงศ์

สาขาหลักสูตรและการสอน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กระจกสะท้อน



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

พูดถึงการวิจับคราใด ก็นึกถึงหลักคิดในวิถีชีวิตนี้เสมอ ครับ

เขียนเมื่อ