Journey to Siem Reap

​แบกกระเป๋าเที่ยวนครวัดนครธม

ใครๆก็บอกไปเที่ยวเขมรใช้เงินไม่เยอะ ทัวร์หลายๆบริษัทจัดการอย่างสะดวก ถ้าอยากเป็นแค่นักท่องเที่ยวและจำนวนผู้เดินทางมีมาก ควรเลือกไปทัวร์ค่ะ ฟันธง แต่ฉันกะคู่หูเจ้าเดิมก็เลือกจะเดินทางเอง เพราะเรามีกันแค่ 2 คน และอยากเล่นบท นักเดินทางท่องเที่ยว 555+(ต่างกันตรงไหนวะ)


พี่ๆ เพื่อนๆ ที่ทำงานบอกว่า ทำไมไม่ชวนหน่อย อยากไปเหมือนกันนะนครวัดเนี่ยะ

ฉันบอกตรงๆ ว่าไม่กล้าชวน เพราะพวกพี่ๆ อาจจะรับสไตล์การเที่ยวของฉันไม่ได้

มันไม่ใช่การท่องเที่ยวแบบแบกเป้ซะทีเดียว แต่มันเป็นการท่องเที่ยวที่ออกแบบเองไม่ต้องขึ้นอยู่กับเวลาของคณะทัวร์หรือต้องเกรงใจใคร


เรากำหนดแผน 5 วัน 4 คืนรวมวันเดินทางสำหรับทริปนี้ มีเงื่อนไขด้วยว่า ต้องป็นโรงแรม 3 ดาวขึ้นแต่ต้องมีบริการ Wifi มีสระว่ายน้ำ ราคาไม่เกิน 900บาท/คืน อยู่ใกล้ย่านนักท่องเที่ยว และจ้างเหมารถเพื่อควบคุมงบประมาณในการเดินทาง ฉันเข้าใจเองว่าถ้าไม่ได้ไปกับทัวร์แล้วเรียกรถทุกครั้งงบจะกระฉูด ถ้าเช่ามอร์ไซด์ฉันอาจจะมีปัญหากับระบบซ้ายขวา ที่เลนรถของกัมพูชาต่างจากบ้านเรา ที่เขมรเป็นระบบพวงมาลัยซ้าย...เหมารายวันเลย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด



1 สัปดาห์ก่อนวันหยุดรัฐธรรมนูญปี 2559 Google Search และ Pantip.com เป็นแหล่งข้อมูลโปรด ฉันได้รายชื่อ Tuktuk [email protected] Reap มา 2-3 คน ฉันเลือกที่จะติดต่อ Alex Pov จาก FB เพราะมีรีวิวที่เกี่ยวข้องค่อนข้างดี เราติดต่อกันเป็นภาษาอังกฤษ เพราะแป้นพิมพ์ต่างก็เป็นภาษาของใครของตัว (จนคิดว่าตัวเองจะไปยุโรป 555+) นอกจากเรื่องค่าจ้างเหมาที่เป็นประเด็นสำคัญในการหาข้อมูล

ประเด็นคำถามหนึ่งที่สำคัญที่ฉันถาม Alex คือ Can you Speak Thai? yes of course. เป็นที่สบายใจ


Alex หรือเป่ย (Pei) ช่วยให้ฉันติดต่อรถแท็กซี่รับส่งด่านปอยเปต-เสียมเรียบ ราคา 70$us(ระยะทาง 150 กม.) เป็นเก๋ง Toyota Camry กลางเก่ากลางใหม่ นั่งได้ 4 คน เราไปสองก็ตัวหารน้อยค่าใช้จ่ายสูง

ส่วน Alex ฉันตกลงจ้างเหมาเที่ยวในเสียมเรียบ และกลุ่มปราสาทในราคา 65 $/3 วัน วันที่ 3 ฉันกลับปอยเปตในช่วงบ่าย จึงท่ากับ 2.5 วัน หากไปโตนเลสาบจ่ายเพิ่มอีก5$


ทริปเราเริ่มออกจากขอนแก่นตี 5 แวะไปฝากเบลล่าหมาเจ้าหญิงที่จังหวัดมหาสารคาม และออกจากสารคามในเวลาเกือบ 8 โมง ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปทางนครราชสีมา-เขาปักธงชัย-กบินทร์บุรี-สระแก้ว-อรัญประเทศ เราก็ดันเปลี่ยนใจขณะอยู่บนท้องถนน เป็นเลือก มหาสารคาม-บุรีรัมย์-โนนดินแดง-วัฒนานคร-อรัญประเทศ ถนนสวย และไม่ต้องขึ้นเขาสูง


ระหว่างทางก็แวะกินกาแฟเข้าห้องน้ำไปเรื่อย สบายๆ เรามีนัดกับ Mr.Thon, Taxi Driver ที่ด่านปอยเปตเวลาประมาณ บ่าย 2 สายๆ ของวันเดินทาง Mr.Thon ก็โทรมาเพื่อยืนยันจุดนัดพบ พูดไทยคล่องค่ะ และถามว่าเรามากันกี่คน พอรู้ว่าสองคน พี่แกก็คงไปรับขนของไปส่งเสียมเรียบด้วย...เราเองก็ไม่ใช่คนเรื่องมากเมื่อเห็นรถเช่าของเรามีของวางในส่วนหน้า กลางเบาะหลัง และในกระโปรงหลังก็น่าจะเต็ม...ที่นั่งเหลือพอนั่งสบายก็เอื้อเฟื่อแบ่งกันไป...คนเราต้องทำอยู่ทำกินนี่นะ

ถึงอรัญประเทศเรากินข้าวเที่ยง และเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย นำรถมาจอดฝากที่ลานจอดรถที่ใกล้ที่สุดในราคาวันละ 150 บาท(24 ชม.) บางลาน 100 บาทแต่ต้องเชคดูดีๆว่าคิดจาก12 ชม./24 ชม. แม้จะเลือกลานที่ใกล้แล้วแต่เรามีสัมภาระด้วยคงเดินลำบาก อาศัยให้พนักงานของลานจอดรถแว๊นส์มอไซด์มาส่ง ถามค่าจ้างส่ง เค้าบอกว่าแล้วแต่จะให้ เราก็จ่ายเค้าไป 20 บาท/คัน







--ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเชอรี่กิโลสาม ทางไปด่่านคลองลึก เราแวะทั้งไปและกลับ ห้องน้ำสะอาด ราคายุติธรรม-ค่อนข้างถูก (ไปกินที่เสียมเรียบแพงกว่าเย๊อะ)


จะผ่านด่านไทยหาทางเข้าด่านเกือบไม่เจอ ทางเข้าเล็กมาก ป้ายค่อนข้างเล็ก ขาดความอลังการ และคนจอแจ ทั้งค้าขายทั้งเป็นจุดนัดพบ เล่นเอาต้องถามคนว่า จะผ่านด่านไปตรงไหน




เราเดินทางวันราชการ คนรอผ่านด่านค่อนข้างน้อยกว่าวันหยุด แต่กระนั้นนักเสี่ยงดวงที่จะข้ามไปคาสิโนก็เยอะ แม้อรัญประเทศ และด่านคลองลึกจะเจริญขึ้นมาก แต่ด่านก็คือด่าน คนและรถพลุกพล่านมาก มีคนเตือนให้ระวังถูกล้วงกระเป๋า

ออกจากด่านไทยลากกระเป๋าไปตามถนนผ่านหน้าคาสิโนเพื่อจะไปจ๊อบพาสปอร์ตเข้าประเทศเขมร (ด่านศุลกากรเขมร) ไกลนะจนคู่หูฉันไม่แน่ใจจุดจ๊อบพาสปอร์ต ปกติประเทศอื่นๆ เราจะเดินต่อกันในอาคาร แต่นี่ต้องออกจากอาคาร ผ่านสะพาน ย่านชุมชน เดินผ่านตลาด 555+ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา...ในสุดเราก็เอาตัวมายืนอยู่ในราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อย



ฉันไม่ยอมซื้อซิมโทรศัพท์ เพราะกะใช้ free Wifi ของโรงแรมและร้านอาหารในการติดต่อ ทิ้งร่องรอย แม้โทรศัพท์ฉันจะไม่แพงเหมือนคนอื่น แต่ฉันก็ไม่ไว้ใจให้ช่างแถวปอยเปตแกะเปลี่ยนซิม เราใช้เวลาหา Mr.Thon สัก 15 นาที ระหว่างที่เรารอคอยการพบปะหน้าตา คนขับแท็กซี่รายอื่นก็เข้ามาขายบริการเส้นทางการเดินทาง พูดไทยได้ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจถามเรื่องราคา ราคาที่ฉันตกลงกับ Mr.Thon ถือเป็นราคา ณ จุดที่พอใจแล้ว คนเขมรสุภาพกว่าที่คิด โดยเฉพาะการเข้าชาร์จนักท่องเที่ยว และมีน้ำใจในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดีมากๆ คิดว่าดีกว่าแถวๆ บขส.บ้านเรามาก


เมื่อข้ามพรมแดนแล้ว ผ่านพิธีศุลกากรทั้งสองประเทศเรียบร้อย ฉันก็งงๆ หันมาถามคู่หูว่า...ตกลงเค้าไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเข้าประเทศหรือไร...เค้าเก็บขาออกจากกัมพูชาค่ะ คนละ 100 บาท ฉะนั้นขาช้อบทั้งหลายระวังอย่าให้เงินหมดตูดจนไม่มีเงินจ่ายค่าธรรมเนียมขอเข้าประเทศนะคะ

แล้วฉันก็ต้องอุทานคำว่า “ตายห่า” คำโตๆ ฉันลืมขออนุมัติไปต่างประเทศ!!! ข้าราชการไทยทุกคนจะไปงานราษฏร์งานหลวง หากก้าวขาออกจากประเทศไทย ต้องขออนุมัติไปต่างประเทศต่อผู้บังคับบัญชาทุกครั้ง …ก็แหม๋รั้วบ้านเค้ากะรั้วบ้านเรามันติดกันนี่นา แล้วเราก็ไปด่านบ่อยครั้ง จนลืมว่า คราวนี้เราไปไกลและหลายวัน...หุหุ...จงจำไว้ๆๆๆ



2 ชั่วโมงนิดๆ เก๋งกลางเก่ากลางใหม่พาเราขับผ่านทุ่งนา ผ่านชุมชน ก็มาถึงเสียมเรียบ และส่งเราเข้าที่พัก Phom Khmer Boutique เราจองที่นี่ผ่าน Agoda 2 คืน อยู่ใกล้กับย่าน Pub street ทุกอย่างเป็นไปตาามตารางเวลาที่เรากำหนด





ที่ Phom Khmer เราจ่าย 50$ (ราคาที่พักรวมภาษี) แต่ไม่รวมอาหารเช้า เพราะพรุ่งนี้เราต้องไปนครวัดแต่เช้า คงไม่มีเวลากิอาหารเช้า ที่โรงแรมมีชากาแฟบริการพอได้รองท้อง หากจะกินอาหารเช้าที่โรงแรมก็แจ้งเพิ่มในราคาหัวละ 2.5$




เอนหลัง ล้างหน้าล้างตา เล่นเน็ต หย่อนใจชมบรรยากาศที่สระว่ายน้ำประมาณเกือบ 2 ชม เราก็ On tour

จากที่พักเดินชมร้านรวงผู้คนเล่นๆ 2 Block ก็ถึงย่าน Center ของกินเยอะ กลุ่มอาชีพที่ให้บริการพูดไทยได้นิดหน่อย เช่น สวัสดี คนไทยหรือ ไปตุ๊กตุ๊กไหม ไปไหน ฉันรักคนไทย เป็นต้น ภาษาอังกฤษและภาษามือถูกใช้มากขึ้น รวมถึงภาษาเขมร ซึ่งคู่หูของฉันเป็นคนสุรินทร์ รู้ศัพท์บ้างเป็นคำๆ

ระหว่างมาส่งเรานั้น Mr.Thon ก็โทรประสานงานกับ Mr.Alex ทำให้เรามั่นใจว่าพรุ่งนี้ตี 5 จะมี Mr. TukTuk มารับเราไปเที่ยว ...เรายังไม่จ่ายค่าบริการค่ะ ที่นี่ทั้ง TukTuk และ Taxi เป็นระบบใช้บริการก่อนจ่ายเมื่อสิ้นสุดจ๊อบสุดท้าย



ระหว่างทางที่ Mr.Taxi ขับมาส่งเราก็เล็งร้านอาหารไว้หลายร้าน แต่เราก็เลือกเส้นทางใหม่ที่รถไมไ่ด้พาเราผ่านไปหาของกินและเข้าสู่จุดกลางเมือง มีของกินของท้องถิ่นน่ากินน่าลองเยอะ

แต่เราต้องอุทานว่า ตายห่า!!!!อีกครั้ง....เราลืมแลกเงินเรียลมา มีแต่ดอลล่าห์กับ 20 บาทไทย 5555+ จุดหมายของการหาของกินเลยต้องเปลี่ยนไปหา Money Exchange แทน โชคดี Bank ปิด 3 ทุ่ม

ถ้าแลกเงินเรียลไมไ่ด้ เราคงต้องโผล่เข้าไปถามร้านขายข้าวว่ารับเงินดอลล่าห์ไหม ก่อนที่จะสั่งอาหาร...ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย



ตอนนี้เวลา 19.30 น. ยิ้มแปล้ เงินเรียลมีแล้ว จะกินอะไรดี

มองเห็น Triangle Mini Mart อยู่ตรงข้าม CAB Bank ที่เรามาแลกเงิน ดูไฮโซโก้ทีเดียว ขอแวะเข้าไปดูงานหน่อย ของเยอะมากทั้งของในประเทศและต่างประเทศ แล้วเราก็ตัดสินใจหาอะไรกินที่นี่ ด้วยว่าไม่ค่อยหิวนัก เค้าจัด Internet Café ไว้ให้ ที่นั่งสะดวกสบาย เราซื้อหาของคาว (มาม่าเกาหลี—ราคาเท่าเมืองไทย) ของหวาน (วุ้นมะพร้าว) และเครื่องดื่ม มานั่งกินที่เก้าอี้บาร์ มองผ่านกระจกบานใหญ่ดูวิถีผู้คน ทั้งชาวเขมรและชาวต่างชาติ และเรียนรู้ความเป็นอยู่คือของผู้คนที่เข้ามาใช้บริการมินิมาร์ท

ได้อารมณ์และประสบการณ์ไปอย่างที่ไม่พบในการไปเที่ยวแบบให้ทัวร์จัด




เราใช้เวลาที่นี่นานพอดู ก่อนกลับเราคิดถึงวันพรุ่งนี้...หญิงแอ้ลุกไปหยิบเค้กกล้วยหอมจากชั้นในมินิมาร์ทมา 1 ชิ้น เอาไว้รองท้องกับกาแฟก่อนไปนครวัด...(หลังจากกินแล้ว หล่อนก็รำพึงออกมาเบาๆว่า เค้กกล้วยหอมอะไรนะไม่ได้กลิ่นกล้วยหอมเลย มีแต่กลิ่นนมแมว...แล้วว่า...ใครนะช่างคิดหานมแนวมาได้)

ระหว่างทางกลับจากจุดศูนย์กลางนักท่องเที่ยวมายังโรงแรม มีร้านขายของผลไม้สดผลไม้ดองที่ขายพร้อมน้ำพริกเกือบ 50 ชนิด เคยเห็นในรายการทีวี วันนี้ต้องขอลองสักหน่อย (น้ำพริกขวดเล็ก 50 บาท ขวดใหญ่ 100 บาท) ถ้าซื้อชุดผลไม้อย่างเดียว 50 บาท เลือกน้ำพริกถุงเล็กได้ 2 ชนิด ลองนะคะ ผลไม้ก็ปกติ เช่น มะขามอ่อน สมอ มันแกว มะม่วง มะม่วงดองแช่พริกเกลือ อันที่แปลกคือ มีแตงกวากะแครอทหั่นด้วยนี่สิ




กลับมาถึงโรงแรมระหว่างที่คู่หูใช้ห้องน้ำฉันก็รีบอัพรูป ด้วยว่าเมมโมรี่ของมือถือเหลือพื้นที่น้อย ต้องรีบเคลียร์เพื่อใช้บันทึกภาพสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เสร็จภารกิจก่อนนอนต่างก็กล่าวราตรีสวัสดิ์ซึ่งกันและกัน

Phom Khmer นี่บรรยากาศค่อนข้างเงียบ คืนนี้เราคงหลับสบาย และบอกนางอัปสราว่า "พรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะเธอ"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข



ความเห็น (0)