แนวโครงการพระราชดำริ “ชั่งหัวมัน”

แนวโครงการพระราชดำริ “ชั่งหัวมัน”

15 ธันวาคม 2559

ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

เห็นชื่อโครงการแวบเดียว หลายท่านอาจสงสัยว่า เป็นโครงการอะไร ชื่อโครงการที่แปลก ชวนให้คิดตีความว่าชื่อนี้มีความหมายอะไร ที่จริงแล้ว โครงการนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2551 นับถึงปัจจุบันก็ 8 ปีเต็มมาแล้ว มาศึกษาแนวทางตามพระราชดำริของพระองค์ท่านพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชล้นเกล้าของชาวไทยกันต่อ ในการพัฒนาส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้ประสบความสำเร็จ และเกษตรกรสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ที่ถือเป็นแนวทางในการจัดทำ “แปลงเกษตรตัวอย่างแบบบูรณาการ”

จาก “หัวมันเทศ” น้ำพระทัยจากพ่อหลวงสู่ปวงชน

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ” ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ณ บ้านหนองคอกไก่ หมู่ที่ 5 ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ที่เดิมมีพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เป็นดินลูกรัง และเป็นพื้นที่ปลูกไม้ยูคาลิปตัส จากโครงการฯ นี้ ถือเป็นการพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งผาก เสมือนทำให้ “ดินพูดได้” ให้หวนคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

เมื่อครั้งพระองค์ท่านประทับอยู่ ณ วังไกลกังวลแล้วมีชาวบ้านนำมันเทศมาถวาย ช่วงนั้นพระองค์ ต้องเสด็จกลับกรุงเทพเลยรับสั่งให้ เจ้าหน้าที่นำหัวมันเทศนั้นไปวางไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานจากนั้นก็เสด็จกลับกรุงเทพ เวลาล่วงเป็น เดือน เมื่อเสด็จกลับมาหัวหินทรงพบว่ามันเทศนั้นได้แตกใบ เลยตรัสว่า “มัน อยู่ที่ไหนก็ขึ้น” จึงมีพระราชดำริให้จัดหาที่ดิน ซื้อที่ดิน เป็นเงินจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ซื้อจากชาวบ้านและทรงแสดงชื่อเป็นเจ้าของที่ดินในนามเกษตรกร แปลงแรกบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองเสือ เพื่อทำโครงการด้านการเกษตร ในปี 2551 จำนวน 120 ไร่ และในกลางปี 2552 ก็ทรงซื้อที่ดินแปลงติดกันเพิ่มอีกจำนวน 250 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์รวบรวมพืชเศรษฐกิจนานาชนิดที่ดีที่สุดของท้องถิ่น [2]

ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นมา [3] โดยมีพระตำหนักทรงงานและพักผ่อนพระอิริยาบถของพระองค์ท่าน เป็นบ้านธรรมดาสองชั้น สมถะ เรียบง่ายไม่หรูหรา อยู่ภายในโครงการ ฯ ด้วย

ทรงพระราชทานพันธุ์มันเทศ ซึ่งงอกออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานที่วังไกลกังวล ให้นำมาปลูกไว้ที่ที่ดินแปลงนี้พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “บ้านไร่ของในหลวง ร.9[4]

หลักปรัชญาจาก “หัวมัน”

เมื่อกราบบังคมทูลฯ ขอพระราชทานชื่อโครงการ พระองค์จึงตรัสว่าชื่อ “ชั่งหัวมัน” ก็แล้วกัน

ตามสำนวนไทย ชั่งหัวมัน (ช่างหัวมัน) หมายถึง “ไม่ต้องไปสนใจ อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด ใครจะทำอะไรก็ทำไป เราไม่ต้องไปใส่ใจ” พระองค์ท่านเป็นนักปราชญ์มีสายพระเนตรยาวไกลและทรงมีความคิดที่ลึกซึ้ง “ชั่งหัวมัน” จึงเป็นชื่อที่สื่ออะไรที่มีความหมายลึกซึ้งมากยิ่งกว่าแค่เอาหัวมันมาชั่ง

มีผู้รู้ให้ความเห็นว่า พระองค์ท่านกำลังบอกให้เรากลับมา “หา” สิ่งที่สำคัญ จำเป็นพื้นฐานของชีวิต ใครอยากจะเจริญทันสมัย มีไวไฟ มีอินเทอร์เน็ต มียานอวกาศไปถึงพระจันทร์ ดาวอังคาร มุ่งหาแต่ความเจริญทางวัตถุ หาทรัพย์สินเงินทองก็ปล่อยเขาไป ไม่ต้องไปสนใจ เรากลับมาหาสิ่งที่สำคัญ จำเป็นพื้นฐานของชีวิตให้ชีวิตเรามีพออยู่พอกินมีอาหาร ไม่ต้องเป็นเสืออย่างคนอื่น แต่มีความสุขก็พอแล้ว เช่นเดียวกับ “หัวมัน” เป็นพืชใต้ดินที่ไม่มีใครเห็น ดูๆ ไปแล้ว ก็มิได้มีค่าอะไร เป็นพืชที่ขึ้นง่าย ขึ้นในทุกสภาพภูมิอากาศ แม้ในที่ที่แล้งที่สุด หัวมันก็ยังขึ้นได้ หัวมันจึงเป็นสัญลักษณ์ของสิ่ง “มีค่า” ในยามวิกฤติที่สุด ไม่มีข้าว ไม่มีปลา ก็ยังมีหัวมันที่เราสามารถใช้ประทังชีวิตได้ [5]

เรามาดูว่าในโครงการฯ มีอะไรดี ๆ บ้าง [6]

มีแปลงสาธิตปลูกมะพร้าวหอมด้วย

เดิมนั้นพื้นที่บริเวณนี้แห้งแล้ง เมื่อได้ทดลองปลูกมันเทศก็ปรากฏว่าสามารถปลูกขึ้นได้ หลังจากนั้นก็ยังมีการพัฒนาพื้นที่ มีการปรับปรุงระบบน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือเพื่อใช้ในโครงการ ส่วนพื้นที่ภายในโครงการก็จัดสรรเป็นแปลงต่างๆ โดยเน้นที่พืชท้องถิ่นของเพชรบุรี เช่น มะพร้าว ชมพู่เพชร มะนาว กะเพรา สัปปะรด ข้าวไร่ นอกจากพันธุ์พื้นถิ่น ยังมีพันธุ์ต่างประเทศ เช่น สับปะรดปัตตาเวีย ชมพูเพชรสายรุ้ง ฯลฯ รวมถึงมันเทศด้วย

นอกเหนือจากพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ ก็ยังมีการปลูกไม้ผล พืชไร่ และพืชผักต่างๆ อาทิ แก้วมังกร ชมพู่เพชร กล้วย ฟักทอง อ้อย กะเพรา โหระพา พริก มะเขือเทศราชินี ผักหวานบ้าน รั้วชะอม แตงร้าน ฯลฯ มีแปลงปลูกข้าว ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว มีโรงเพาะเห็ด ปลูกยางพารา มีทดลองปลูกต้นยางพาราพันธุ์ JVP 80 มีการใช้วิธีอัดแก๊สเพื่อเพิ่มน้ำยาง ทำให้เกษตรกรสามารถกรีดยางในช่วงเช้าได้ ไม่ต้องเสี่ยงภัยไปกรีดยางช่วงกลางคืน

โดยทั้งหมดนี้จะเน้นไม่ให้มีการใช้สารเคมี หรือหากต้องใช้ก็ต้องมีในปริมาณที่น้อยที่สุด ใช้ระบบธรรมชาติล้วนๆ เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ นอกจากนี้ พื้นที่ไหนที่ยังไม่ได้ลงพืชผล จะปลูกต้นปอเทืองเพื่อปรับปรุงดิน

มีฟาร์มโคนม

เรื่องของการปศุสัตว์ ก็มีการทดลองทำฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ โดยภายในโครงการชั่งหัวมันแห่งนี้จะมีชาวบ้านมาสมัครเป็นลูกจ้างคอยดูแลพืชพรรณ ฟาร์มปศุสัตว์ และช่วยกันดำเนินงานต่างๆ ภายในโครงการ ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้ชาวบ้านในละแวกนี้ไปด้วยในตัว

เป็นแหล่งรวบรวมพืชเศรษฐกิจ และโครงการตัวอย่างสำหรับเกษตรกรให้เข้ามาศึกษา

ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเยี่ยมชมโครงการได้ โดยมีรถรางพาเข้าเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ บางมุมก็ตกแต่งพรรณไม้และมุมพักผ่อนสำหรับถ่ายรูปเป็นที่ระลึก มีการใช้พลังงานจาก “ทุ่งกังหันลม” โซลาร์เซล เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในโครงการ แถมส่งไปขายให้กับ กฟภ. อีก

ปัจจุบันโครงการนี้ได้ให้ชาวบ้านเข้ามาศึกษาดูงาน มาได้เป็นครอบครัวหรือหมู่คณะ โดยได้มีรถรางพานำชมทั่วไร่พร้อมวิทยากรบรรยายตามแต่ละจุด เปิดให้ชมตั้งแต่ 08.30 น. – 18. 00 น. นอกจากนี้ยังมีบริการจักรยานรองรับผู้เข้าชมและห้องชมวีดิทัศน์ของโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ ภายในโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริจัดเตรียมไว้สำหรับให้ความรู้ด้านการเกษตร

สรุปโดยรวม ๆ ว่า “โครงการชั่งหัวมันเป็นการบริหารทรัพยากรแบบบูรณาการโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ขณะเดียวกันก็พยายามเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยคาดว่าอนาคตจะเป็นอีกแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนโดยทั่วไปได้เข้าชม”



[1] PhachernThammasarangkoon & Ong-art saibutra, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม2559 ปีที่ 67 ฉบับที่ 23243 หน้า 10, การเมืองท้องถิ่น : บทความพิเศษ & หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 64 ฉบับที่ 12 วันศุกร์ที่ 16 – วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม 2559, หน้า 66

[2] โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เพชรบุรี – ไปด้วยกัน, http://www.paiduaykan.com/province/central/phetchaburi/changhuaman.html

[3] โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เที่ยวบ้านไร่ของในหลวง ร.9, 14 ตุลาคม 2559,

http://travel.kapook.com/view158880.html

[4] โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เที่ยวบ้านไร่ของในหลวง ร.9, 14 ตุลาคม 2559, อ้างแล้ว

[5] เยี่ยมชมโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ, Pantip, 27 กันยายน 2556, http://pantip.com/topic/31036038

[6] จากหัวมันเทศ มาเป็นโครงการ “ชั่งหัวมัน” น้ำพระทัยจากพ่อหลวงสู่ปวงชน, MGR Online, 29 พฤศจิกายน 2559, http://www.manager.co.th/Food/ViewNews.aspx?NewsID=9570000140299

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)