กิจกรรมบำบัดกับคนใกล้ตัว

เมื่ออาทิตย์ก่อนได้โจทย์มาอาจารย์วิชากิจวัตรประจำวันและการฟื้นฟูสมรรถภาพว่าให้ไปสัมภาษณ์บุคคลใกล้ชิด จะผู้ปกครอง ญาติก็ได้ ประเด็นที่ต้องสัมภาษณ์คือ ปัญหาหรือความบกพร่องใดๆไม่ว่าจะเป็นร่างกาหรือจิตใจ ที่เป็นทั้งเกิดนานแล้วในอดีต หรือพึ่งเกิด แล้วเมื่อเกิดแล้วส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันอะไรบ้าง แล้วเรียนรู้จากจากปัญหานี้อย่างไร แลกนำมาแลกเปลี่ยนความรู้กันในชั้นเรียนในหัวข้อ Community survivors and Learning skills

พอเราคิดถึงคนที่มีปัญหาใกล้ตัวเราก็คิดถึงคุณแม่ คุณแม่ของเราเป็นพยาบาล ซึ้งคุณแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับงานกับคนไข้หมดแล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีเวลาดูแลตัวเอง ตัวอย่างเช่นโรคประจำตัวของคุณแม่คือภูมิแพ้ ทุกคนอาจจะคิดว่ามันเป็นโรคสามัญประจำบ้าน ใช่มันเป็นโรคสามัญประจำบ้านเรียกว่าโรคประจำครอบครัวก็ได้เพราะจริงๆทั้งครอบครัวของเราก็เป็นหมด แต่ว่าด้วยความที่คุณแม่ไม่ได้มีเวลาดูแลตัวเอง เมื่อไหร่ที่พักผ่อนน้อยคุณแม่จะมีอาการแสบคันตาอย่างรุนแรง บ้างครั้งรอบตาคุณแม่จะมีสีเขียวช่ำจากการเกาเป็นวงกว้างเหมือนคนโดนต่อย ซึ้งส่วนใหญ่คุณแม่จะเกาโดยไม่รู้ตัว จนมีครั้งเมื่อ2ปีที่แล้วคุณแม่มีอาการตื่นมาแล้วแสบตามากกว่าปกติ ลืมตาไม่ขึ้น/ขึ้นได้น้อย มองไม่เห็นจึงต้องนำส่งโรงพยาบาล คุณแม่บอกว่าคุณหมอให้งดใช้ตา1สัปดาห์ ได้ยามามากมายสำคัญคือยาหยอดตาที่ต้องหยอดทุกๆ2ชั่วโมง ทำให้ต้องมีการปรับกิจกรรมประจำวัน(Occupational Adaptation) ต้องนอนให้ครบ8ชั่วโมง ต้องกินน้ำเยอะๆ

ดั้งนั้นจึงต้องมีกำหนดตารางกินการน้ำ โดยให้พี่สาวเป็นคนดูแล ในช่วงนั้นคุณพ่อจะเป็นคนทำอาหารแทน คุณป้าจะเป็นคนรับส่งพวกเราตามโรงเรียน/มหาลัยแทนคุณแม่ เราจะรับหน้าที่สอนการบ้านน้องแทนคุณแม่ น้องจะเป็นคนล้างจานแทน เปลี่ยนจากที่ปกติแม่จะชอบหนังดูทีเป็นอ่านหนังสือให้แทน หรือการทำสวนก็จะพาแม่ออกไปด้วยแล้วมีส่วนไหนที่พอให้คุณแม่ช่วยทำได้เช่นรดน้ำ ก็จะให้คุณแม่ทำเองคุณแม่อยากทำ หรืออย่างเวลาทำกับข้าวบางอย่างแม่ก็สามารถทำได้อยู่เช่นเด็ดใบผัก พอครบ1สัปดาห์ที่ปิดตา คุณแม่ก็บอกว่ามันดีขึ้น บ้านก็เกือบกลับมาสู่ความปกติเช่นเดิม ยกเว้นหน้าที่บ้างอย่างที่ต้องแบ่งกันเพราะเดิมที่คุณแม่ทำทุกอย่าง เช่นทำความสะอาดบ้านพี่เป็นคนรับหน้าที่ น้องทำหน้าที่กรอกน้ำ เราทำหน้าที่ล้างจานและซื้อกับข้าวในบ้างอย่าง(แต่ก็ยังมีการทำกับข้าวเองอยู่)


ถ้าถามว่าย้อนเวลากลับไปตอนนั้น เราในฐานนะนักศึกษากิจกรรมบำบัดจะทำอย่างไร เราก็คิดว่ากิจกรรมที่ให้แม่ได้ช่วยทำเช่นเด็ดใบผัก รดน้ำต้นไม้ ก็เป็นหนึ่งอย่างที่ควรทำ แต่ก็ในตอนนั้นช่วงเวลาที่คุณแม่ปิดตา เราจะกังวลอยู่กับการทำกิจกรรมที่เดิมคุณแม่เป็นคนทำ ก็ไม่ได้มีการนึกถึงตัวคุณแม่เองสักเท่าไหร่ เดิมคนที่เคยใช้ชีวิตเกือบ20ชมทำนู่นทำนี่อยู่ตลอดเวลาต้องมาปิดตาแล้วนั่งอยู่เฉยๆหรือเดินเตะนั้นเตะนี้ คงรู้สึกหงุดหงิดๆ เราคิดว่าควรจะมีเวลาให้คุณแม่มากกว่านี้ อาจจะเพื่อพูดคุย หากิจกรรมทำร่วมกัน ดูแลกิจวัตรประจำวัน เอาใจใส่คุณแม่ให้มากขึ้น ให้คุณแม่คลายกังวลและความเครียดลง ซึ้งเราคิดว่าถ้าจิตใจดีสุขภาพที่ดีก็จะตามมา ขอบคุณคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เมื่อฉันเป็นนักศึกษาชั้นปี3



ความเห็น (0)