ยทศ.รวมใจภักดิ์อาลัยรักองค์ภูมิพล ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์

"เข้าใจแล้วว่าความสุขกับการเล่นดนตรี บางทีมันไม่ได้อยู่ที่การได้เล่นตามโน้ตให้ได้อย่างเดียว เล่นผิดถูกเพราะไม่ได้เล่นมานาน แต่เล่นเพื่อจุดมุ่งหมายที่สูงส่ง เพื่อสิ่งหนึ่งที่ ยทศ. สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ สมแล้วที่เป็น ยทศ.เทพศิรินทร์ วันนี้ได้ประจักษ์แล้ว มันไพเราะยิ่งนัก ขอบใจทุกคน" - Decha Saengthong

รวมใจภักดิ์อาลัยรักองค์ภูมิพล ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์

รวมใจนักเรียนเก่าและนักเรียนปัจจุบันเทพศิรินทร์ร่วมพิธีภวายความอาลัย วันที่ 1 ธันวาคม 2559

...ทั่วธาตรีท้องฟ้าสงัดเงียบ เย็นยะเยียบหดหู่ทั่วทิศา

แม้ดวงสุริยันตร์และจันทรา ก็มืดฟ้ามัวดินทั่วถิ่นไทย


...น้ำตาฟ้าร่วงหล่นทั่วแผ่นพื้น สมุทรเคลื่อนเลื่อนลั่นสนั่นสลาย
พระสุเมรทรุดแนบแทบขาดใจ พสุธาอาลัยจนมัวหมอง....

...ธ....เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว โอ้ปวงแก้วปวงประชาไทยทั้งผอง
เสียงสะอื้นคืนฟ้าน้ำตานอง ท่วมแผ่นดินถิ่นขวานทองแทบวางวาย

...พระภูวนัยภูมิพลร่มโพธิ์แก้ว พระพิลาศร่วงลับแล้วแสนใจหาย
พระภูมินทร์คืนสู่ฟ้าศุลาลัย พระกรุณาสถิตย์ไว้ในแดนดิน


...ชาวเทพศิรินทร์จะน้อมนำราโชวาท ธำรงชาติวัฒนาทั้งศาสตร์ศิลป์
อาลัยแล้วธรรมราชาเอกบดินทร์ องค์จักรินทร์สถิตย์ในใจนิรันดร์....


…..งาน “ชาวเทพศิรินทร์ รวมใจภักดิ์ อาลัยรักองค์ภูมิพล”และที่พวกเราชาวเทพศิรินทร์จะสามารถร่วมลงนามแสดงความอาลัย วันที่ 1 ธันวาาคม 2559 น้องๆ ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จะร่วมกันแปรอักษร คุณครู น้องๆ ที่โรงเรียนทุกคนทุ่มเทฝึกซ้อมกันอย่างเต็มที่ ด้วยความอดทน ตากแดดกลางสนามที่ร้อนจัด เพือในหลวง รัชกาล ที่ ๙การแปรอักษรในภาพสุดท้าย พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ชาวเทพศิรินทร์ทุกคนที่มางานจะมีส่วนร่วมในการแปรอักษรภาพสุดท้ายนี้ด้วย ซึ่งต้องการให้มีคนเต็มสนามฟุตบอลโรงเรียนเทพศิรินทร์ของเรา ........



......ลำพังน้องๆ ทั้งโรงเรียนได้ยังไม่ถึงครึ่งสนาม เพราะฉะนั้น ต้องอาศัยพลังจากพวกเรานักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ทุกคน ทุกรุ่น ร่วมกันมาในงานให้มากที่สุดครับ (ใส่ชุดดำ เสื้อมีปก พร้อมไฟฉายด้วยนะครับ)คุณครู ที่โรงเรียน บอกกับน้องๆ ที่ซ้อมแปรอักษร เพื่อในหลวง รัชกาลที่ ๙ ว่า "จตุรมิตรพลาดยังมีโอกาสแก้ไขในครั้งหน้า แต่งานนี้ถ้าพลาดจะไม่โอกาสแก้ไขแล้ว" เช่นกัน พวกเรานักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ทุกคน นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่พวกเราชาวเทพศิรินทร์ทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจกันทำเพื่อในหลวง รัชกาลที่ ๙ พ่อ ของเรา ถ้าพลาดโอกาสครั้งนี้ ก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว .........




.......แม้วันที่ 1 ธันวาคม 2559 จะเป็นวันทำงานปกติ แต่ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนจะพร้อมกันลางาน หรือ ออกก่อนเวลา เพื่อมาร่วมงานครั้งนี้ให้ได้ครับมากันให้เต็มสนามฟุตบอลโรงเรียนเทพศิรินทร์ของเรา เพื่ออยู่ในภาพประวิติศาตร์ ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เขียวเหลืองเราไม่มาจะดูหน้ากันได้อย่างไร - Debsirin Alumni Association


https://web.facebook.com/decha.saengthong?fref=ts

https://web.facebook.com/decha.saengthong?fref=ts


...ทั่วธาตรีท้องฟ้าสงัดเงียบ เย็นยะเยียบหดหู่ทั่วทิศา

แม้ดวงสุริยันตร์และจันทรา ก็มืดฟ้ามัวดินทั่วถิ่นไทย

...น้ำตาฟ้าร่วงหล่นทั่วแผ่นพื้น สมุทรคลื่นเลื่อนลั่นสนั่นสลาย
พระสุเมรทรุดแนบแทบขาดใจ พสุธาอาลัยจนมัวหมอง....


...เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว โอ้ปวงแก้วปวงประชาไทยทั้งผอง
เสียงสะอื้นคืนฟ้าน้ำตานอง ท่วมแผ่นดินถิ่นขวานทองแทบวางวาย


...พระภูวนัยภูมิพลร่มโพธิ์แก้ว พระพิลาศร่วงลับแล้วแสนใจหาย
พระภูมินทร์คืนสู่ฟ้าศุลาลัย พระกรุณาสถิตย์ไว้ในแดนดิน


...ชาวเทพศิรินทร์จะน้อมนำราโชวาท ธำรงชาติวัฒนาทั้งศาสตร์ศิลป์
อาลัยแล้วธรรมราชาเอกบดินทร์ องค์จักรินทร์สถิตย์ในใจนิรันดร์....





"วงโยธวาทิตเทพศิรินทร์ วงดนตรีไทยเทพศิรินทร์ วงขับร้องประสานเสียงเทพศิรินทร์ วงดนตรีสากลเทพศิรินทร์ ทั้งนักเรียนเก่าและปัจจุบัน กว่า 115 คน พร้อมร่วมบรรเลงในงาน "ชาวเทพศิรินทร์ รวมใจภักดิ์ อาลัยรัก องค์ภูมิพล" พรุ่งนี้ 1 ธันวาคม 2559 15.00 น. เป็นต้นไป" - Jaturong Dussadee




"ยทศ.ทุกรุ่นทุกกลุ่มเครื่องดนตรีร่วมกันบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายความอาลัยแด่พ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อร่วมกันน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย เครื่องดนตรีทุกชิ้นมีพร้อมสำหรับ ยทศ ทุกท่านที่ไม่มีเครื่องดนตรี ทั้งกลอง สแนร์ เครื่องเป่า เบส มีครบ มาร่วมนั่งบรรเลง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ มาร่วมแรงร่วมใจกัน อยากให้เกินร้อยคนครับ เพราะ ณ ตอนนี้ น่าจะมีคร่าวๆประมาณเกือบๆ 70 คน" - Maytee Jidseesunand SB#10 Trumpet


"วงโยธวาทิตเทพศิรินทร์ วงดนตรีไทยเทพศิรินทร์ วงขับร้องประสานเสียงเทพศิรินทร์ วงดนตรีสากลเทพศิรินทร์ ทั้งนักเรียนเก่าและปัจจุบัน กว่า 115 คน พร้อมร่วมบรรเลงในงาน "ชาวเทพศิรินทร์ รวมใจภักดิ์ อาลัยรัก องค์ภูมิพล" พรุ่งนี้ 1 ธันวาคม 2559 15.00 น. เป็นต้นไป" - Jaturong Dussadee


"เมื่อวานไปเป็นกำลังใจให้ทุกคน เห็นแล้วว่าหนัก เหนื่อย กับปัญหามากมาย เกินกำลังพี่น้องเราเพียงไม่กี่คน อย่าท้อกันนะ วันนี้ทำให้ดีที่สุด ทำให้พ่อ ผลจะอย่างไรเราจะไม่ว่ากัน ขอพูดคำเดิม ถ้าแปลงกายได้จะขอเป็นผ้าเย็นไปเช็ดเหงื่อให้น้องๆทุกคน" - Decha Saengthong

"เข้าใจแล้วว่าความสุขกับการเล่นดนตรี บางทีมันไม่ได้อยู่ที่การได้เล่นตามโน้ตให้ได้อย่างเดียว เล่นผิดถูกเพราะไม่ได้เล่นมานาน แต่เล่นเพื่อจุดมุ่งหมายที่สูงส่ง เพื่อสิ่งหนึ่งที่ ยทศ. สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ สมแล้วที่เป็น ยทศ.เทพศิรินทร์ วันนี้ได้ประจักษ์แล้ว มันไพเราะยิ่งนัก ขอบใจทุกคน" - Decha Saengthong


"ชาวเทพศิรินทร์จะมุ่งสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้สังคมและคนรอบข้างตลอดไปด้วยความเพียรพยายาม ให้สมกับที่ครูอุทิศตัวเองสอนสั่งให้ศิษย์ทุกคนเป็นคนดีมีวิชาและวิเชียรมาตลอดระยะเวลายาวนานครับครู" - Sotthithat Eamlumnow


Sotthithat Eamlumnow ส่วนผ้าเย็นเช็ดเหงื่อครูผมไม่ลืมนะครับ(จัดเตรียมให้ครูเสมอ) ถึงแม้จะไม่ค่อยเย็นก็ตามครับ 555 แต่ผมรู้ว่าครูเหนื่อยครูเมื่อยปวดกาย แต่ผมอยู่ประคองข้างพร้อมเซ เอย เซฟ ครู วิ่งเก็บภาพให้ครู บางทีก็ขาแพลงเมื่อวานล้มหงายก็แพลงซ้ำที่เดิม แต่ถึงเจ็บตัวเพิ่ม(ขาไมค์แทงชายโครงขวา) ก็แสนยินดีและสุขครับ






ชาวโยธวาฑิตทุกท่านคงจำได้ว่า

ตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาเป็นนักเรียนและครูได้เลือกเครื่องดนตรี ที่ได้ให้ทดลองฝึกแล้ว

....เพลงแรกหลังจากแบบฝึกหัดโน้ตฝรั่งและซ้อมมาร่วมสองปี เพลงไทยแรกที่ได้ฝึกก็คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพราะวงดนตรีโยธวาฑิต ต้องใช้ยืนบรรเลงรับเสด็จ ในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์อยู่เป็นประจำ

และน้อยวงดนตรีที่ได้บรรเลงต่อจากวงปี่ชวา ที่บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีเช่นเดียวกัน ฟังแล้วไพเราะเสนาะจับใจ ทั้งวงดนตรีไทย และวงดนตรีโยธวาฑิต

ครูเฝ้าซ้อมปรับเรียบเรียงเสียงและการบรรเลงให้พวกเราทุกคน รุ่นต่อรุ่น จนพวกเราได้ซึมซับพระบารมี ของพระองค์ท่านที่ทรงเหน็ดเหนื่อยเสด็จประกอบพระราชกรณีกิจตลอดชั่วชีวิต อย่างไม่ทรงย่อท้อ

เราซ้อมเราเดินกันยาวเรารอและยืนบรรเลงดนตรี เราล้วนเหนื่อยและตรากตรำทำให้ดี ทุกคราหลังจากเพลงเริ่มและได้บรรเลงถวายนั้น ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ก็ดูเหมือนจะหายไปสิ้น

เพราะเราได้เห็นครูเห็นพระองค์ที่ทรงงานเหน็ดเหนื่อยกว่าเรามากเหลือคณา นับเป็นแรงบันดาลใจ ปลุกจิตสำนึกเรา ให้เราเดินตามรอยความดี ทำสิ่งดีอย่างจะละเลยหนีถอยมิได้

นี่คือนักดนตรีวงโยธวาฑิตเทพศิรินทร์ ที่มุ่งมั่นทำดีและสุดท้ายก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ทำไม่ไหว ทำไม่เป็น

งานราษฎร์เราช่วยงานหลวงเราทำ เพราะเหนือกว่าความสง่างามในชุดนักดนตรีและเสียงดนตรีแล้ว ความรักที่จะทำสิ่งดีร่วมกันนั้น ก็ยังประโยชน์ให้บ้านเมืองและเราก็สุขได้จากการทำประโยชน์ให้สิ่งอื่นก่อนตัวเอง สมคำว่า นสิยา โลกวัฒโน ไม่ควรเป็นคนรกโลก - จากเด็กชายเรียนโรงเรียนวัดหัวโตพุงโรก้นปอด

..........................................

............วัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ของวงโยธวาฑิตคือ ความเพียรขยันมุ่งมั่นตั้งใจเล่นเครื่องดนตรีสากลสักชิ้นให้ได้ เพื่อให้เราชาว ยทศ.จะได้มีโอกาสได้บรรเลงเพลงสดุดีความดีของกษัตริย์ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีของกษัตริย์ ตลอดจนสดุดีวางพวงมาลาอดีตกษัตริย์ และวงเวียนวีรชนนักรบแห่งสยามประเทศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ความสำนึกรู้คุณ กตัญญุกตเวทีจะทำการงานอะไรก็ล้วนแต่จะทำดีทำสำเร็จหากด้วยความสามัคคี ที่ได้รวมวงฝึกปฏิบัติบรรเลงร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงในวง Big-band นั่นเอง

Note : ความเพียร ความปรารถนา การบรรเลงเพลงชาติด้วยสำนึกรักบ้านเกิด การสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณบรรเลงเพลงสดุดีความดีกษัตริย์ การบรรเลงเพลงสรรเสริญบารมีต่อหน้าพระพักตร์ในการรับเสด็จ การบรรเลงสดุดีวีรชนวงเวียน22 การจิตอาสาในงานกุศล การบรรเลงรวมวงด้วยความสามัคคี ความรับผิดชอบในหน้าที่ๆต้องปฏิบัติให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด ความกล้าแสดงออกเนื่องจาก รู้สึกว่าได้รับการไว้วางใจจากครู และรู้สึกว่าครูเหนื่อยกว่าเรามากที่ต้องทำงานดึกและเขียนโน้ตให้ สิ่งนี้ที่ทำให้เราตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้ได้ ช่วยกระตุ้นให้เราดึงความสามารถ ศักยภาพที่อยู่ภายใน ออกมาใช้ให้เต็มที่ ่จนในที่สุดเราก็ทำได้เต็มสมรรถนะที่แต่ละคนมี ...

..........ฉนั้นหัวใจมีดนตรี ก็คงหมายถึง การควบคุมตนเอง ให้เกิดความพร้อมเพรียง การสอดประสานสามัคคี ความมุ่งมั่นตั้งเป้าหมายให้ท้าทาย มีเกณฑ์ระดับความสามารถถึงระดับประกอชวด ดีกรีแชมป์กทม.และรองแชมป์ประเทศไทย เป็นสิ่งท้าทาย การได้จิตอาสาในงานสำนึกรักความดี เทิดพระกียรติในพระราชพิธี ล้วนทำให้ ยทศ. เป็นนักดนตรีที่เป็นคนดีต่อสังคมและที่ขาดไม่ได้คือ สำนึกพระคุณครู ครับ

ความสามัคคี-ที่พ่อให้ไว้

...........การที่คนเราจะทำงานได้อย่างพร้อมเพรียงกันนั้น ต้องอาศัยความสามัคคี ในหลวงท่านเคยตรัสไว้ว่า "ความสามัคคีไม่ได้หมายความว่าคนหนึ่งพูดอย่างหนึ่ง คนอื่นจะต้องพูดตามหรือทำตามเหมือนกันหมด ลงท้ายชีวิตก็ไม่ได้มีความหมาย ทุกอย่างย่อมแตกต่างกัน แต่ต้องทำงานอย่างสอดคล้องกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" นั่นแหละคือความสามัคคี

..........For the group to work in unison they must be in harmony. His Majesty once taught Harmony is not when one person speaks and everyone else must follow. That would be meaningless Everyone is unique But must work in unity towards the same goal.This is the harmony.

โครงการภาพยนตร์ เฉลิมพระเกียรติ เทิดเกล้า เรื่องที่ 4 เพลงของพ่อ

https://youtu.be/nPF72JfOOBs

โครงการภาพยนตร์ เฉลิมพระเกียรติ เทิดเกล้า เรื่องที่ 4 เพลงของพ่อ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการความรู้ KM Knowleage Management



ความเห็น (0)