ในเทอมนี้ ฉันได้รับมอบหมายให้สอนในระดับชั้น ป.1 จำนวน 4 ห้อง ระดับชั้น ป.4 จำนวน 3 ห้อง และห้อง ป.6 จำนวน 1 ห้อง
สำหรับในการสอนนักเรียน ชั้น ป.1 ฉันไม่เคยสอนมาก่อน แต่ในตอนนี้ฉันกำลังเริ่มปรับตัวกับการสอนเด็ก ๆ ป.1 ได้บ้างแล้ว
เด็กชั้น ป.4 ฉันก็เคยสอนผ่านมาแล้วในเทอมที่แล้ว การเรียนการสอนในชั้นนี้จึงไม่ค่อยมีปัญหา
แต่ที่ค่อนข้างจะมีปัญหาสำหรับฉัน คือ การสอนในห้องเรียน ชั้น ป.6/2
เพราะเด็กในห้อง ป.6/2 เป็นเด็กที่ไม่ค่อยอยู่นิ่ง และตั้งแต่เริ่มสอนมา ฉันไม่เคยได้สอนเด็ก ๆ ครบจำนวนคนเลย
เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่เป็นนักกีฬา "วิ่ง 31 ขา" ต้องลงไปทำการฝึกซ้อมทุกวันตั้งแต่คาบกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
ซึ่งบังเอิญว่าฉันได้สอนในรายวิชาประวัติศาสตร์ ในคาบลดเวลาเรียนฯ ของเด็กชั้น ป.6 พอดี ><
ฉันเคยได้เข้ามาทำความรู้จักกับเด็กในห้องเรียนชั้น ป.6/2 มาก่อนเริ่มเรียน
เด็กห้องนี้มีจำนวนทั้งหมด 32 คน
แต่ในคาบเรียนนี้ มีนักเรียนเข้าเรียนจำนวน 10 กว่าคนและแต่ละคนทำหน้าซังกะตายมาก
มีนักเรียนหญิงเหลืออยู่ 5 คน นอกจากนั้นก็เป็นนักเรียนชายทั้งหมด
ซึ่งแม้จะมีจำนวนน้อยนิด แต่ฤทธิ์ไม่น้อยเลย
เพราะแต่ละคน นอกจากจะไม่ฟังแล้ว ยังก่อกวนเพื่อนในห้องเรียนด้วย
และเด็กห้องนี้ก็มีอาการเหมือนเด็ก ป.1/1 อยู่หนึ่งอย่าง นั่นก็คือ "ชอบลุกจากที่ ไม่อยู่นิ่ง"
ไม่ว่าจะตักเตือน ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด เด็กห้องนี้ก็ไม่ตั้งใจเรียน
จะหันหน้าไปหาครูประจำชั้นของเขา เขาก็บอกว่า "ไม่ใช่คาบเรียนของเขา"
ฉันจึงต้องอดทนและมองหามาตรการจัดการเด็กแสบต่อไป...
คาบเรียนนี้เป็นคาบเรียนแรกที่ฉันได้มีโอกาสสอนพวกเขา
คาบเรียนแรกก็ไม่ประทับใจแล้ว...เพราะเด็กหายไปครึ่งห้อง
เด็กที่เหลือก็ออกฤทธิ์มากเหลือเกิน ฉันยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่คาบเรียนแรกเป็นแบบนี้
ตอนแรกฉันจึงตั้งใจจะไม่สอนแล้ว เพราะเด็กเหลือจำนวนไม่กี่คน และเลยเวลาสอนมามากแล้ว
ฉันคิดว่า คงเกิดการประสานงานที่ผิดพลาดระหว่างฝ่ายวิชาการและครูระดับชั้น ป.6 เกี่ยวกับคาบเรียนลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
เพราะฝ่ายวิชาการบอกว่า ได้ยุบคาบกิจกรรมลดเวลาเรียน ฯ เป็นคาบประวัติศาสตร์ไปแล้ว
แต่ดูเหมือนทั้งครูและนักเรียน ชั้น ป.6 จะไม่รู้เรื่องอะไรเลย
คาบเรียนนี้ เด็กจึงหายไปครึ่งห้อง และครูประจำชั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย...
แต่มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งบอกฉันว่า "ครูสอนเถอะ หนูอยากเรียนคะ"
ฉันจึงเปลี่ยนความคิดที่จะสอนเด็กต่อไป สอนไปแม้จะเหลือเด็กอยู่ไม่ถึงยี่สิบคนก็ตาม
การสอนในช่วงแรกเป็นการบรรยายเกี่ยวกับสมัยรัตนโกสินทร์
เด็กที่กวนก็กวน วุ่นวายไปทั้งห้อง
เด็กที่หลับก็หลับไปทั้งอย่างนั้น
เด็กที่ตั้งใจเรียน ก็ตั้งใจฟังมาก
เด็กกลุ่มนี้นั่นเองที่ทำให้ฉันมีกำลังใจในการสอนต่อ ^^
หัวโจกของห้องเรียนนี้ คือ "เด็กชายเดชาธร รู้รอบ"
ฉันจำชื่อเด็กคนนี้ได้ตั้งแต่คาบแรก เพราะออกฤทธิ์ตั้งแต่คาบแรกเลย
เขาจะชอบกวนเพื่อนในขณะเรียน ชอบย้ายที่นั่งอยู่บ่อย ๆ และออกจะกวนประสาทฉัน เช่น การพูดล้อเลียน การทำท่าทางที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ
หลังจากบรรยายเสร็จ ฉันก็ให้เด็กได้เล่นเกมกะหล่ำ กิจกรรมที่ฉันมักได้ทำบ่อย ๆ สมัยเรียน
ฉันคิดว่าเกมนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไร ก็เฉย ๆ ไม่มอะไรแปลกใหม่
แต่เด็ก ชั้น ป.6/2 กลับชื่นชอบเกมนี้มาก และสนุกมากกับการได้เล่นเกมนี้
แม้แต่นายเดชาธรก็ยังสนุกกับเกมนี้ และอยากเป็นคนตอบคำถามทุกข้อ
เพราะติดใจที่ได้ลูกอมเป็นของรางวัล ^^
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กโตขนาดนี้จะยังชอบเล่นเหมือนเด็ก ๆ
กิจกรรมการเรียนการสอนในคาบเรียนต่อไป ฉันคงต้องหาเกมใหม่ ๆ มาให้พวกเขาเล่นอีก
ขอบคุณที่ยังเหลือความรู้สึกดี ๆ ให้ครูในคาบนี้นะ เด็ก ๆ
แต่ฉันก็ยังไม่สบายใจเท่าไหร่ เพราะเด็กไม่ยอมส่งงานเลย
นักเรียนมีจำนวนทั้งหมด 32 คน เรียนในห้องประมาณ 10 กว่าคน และส่งงานแค่ 1 คน
ฉันคงต้องหามาตรการใหม่มาจัดการกับเด็กห้องนี้
ฉันคิดว่า เด็กโตคงไม่ต้องการใช้สมุดสะสมสติ๊กเกอร์ แต่สำหรับเด็กห้องนี้คงไม่แน่
เดี๋ยวคาบเรียนหน้า คงต้องเอาสมุดสติ๊กเกอร์มาลองใช้ดู
ภาพของเด็กชายเดชาธร รู้รอบ
ภาพบรรยากาศการเรียนการสอนห้องเรียนชั้น ป.6/2 ก่อนเล่นเกมกะหล่ำ
ภาพบรรยากาศการเรียนการสอนห้องเรียนชั้น ป.6/2 ขณะเล่นเกมกะหล่ำ
การเรียนการสอนในชั้น ป.1 และ ป.4 ที่ผ่านมา ไม่เคยทำให้ฉันติดหนักมากเท่าชั้น ป.6/2 นี้เลย...
...จะทำยังไงให้พวกเขาสนใจเรียน
...จะทำยังไงให้พวกเขาเลิกก่อกวนชั้นเรียน
...จะทำยังไงให้พวกเขาส่งงาน
มันเป็นสิ่งที่กำลังท้าทายมาก...สำหรับฉันในตอนนี้