พรสวรรค์...ที่ขาดการเสริมแรงให้....แสวงต่อ...

พรแสวง ก็สามารถสร้าง " พรสวรรค์" ได้


ความเชื่อในเรื่อง "พรสวรรค์ " เป็นความเชื่อของ

คนไทยเราสืบ ๆ ต่อกันมาว่า คนเราเกิดมาพร้อมกับ

การให้พรของสวรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งติดตัวมาด้วย

จึงทำให้คนเรามีความถนัด หรือความ " เก่ง" ในเรื่องใด

เรื่องหนึ่งเฉพาะตัวทุกคน เช่น ร้องเพลงเพราะ

วาดภาพสวย เป็นต้น



เราจะสังเกตเห็นว่า เด็กเล็ก ๆ มักชอบวาดภาพ ระบายสี

หรือปั้นดินน้ำมัน ดินเหนียวเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามที่

ใจชอบ ครูต้อย ครูผู้สอนปฐมวัย บอกคุณมะเดื่อว่า

" เด็ก ๆ อนุบาลชอบวาดภาพระบายสี และปั้นดินน้ำมัน

ทำได้ดี สวยงามหลายคน" และคุณมะเดื่อก็เห็นจริง

ตามนั้น



คุณมะเดื่อสอนนักเรียนชั้น ป.๔ - ป.๖ วิชาภาษาไทย

กับ ศิลปะ พบว่า เด็ก ๆ ที่ขึ้นมาเรียนชั้น ป.๔ กับคุณมะเดื่อ

ไม่มีพัฒนาการในเรื่องของงาน " ศิลปะ" เท่าที่ควร

จะเป็น ยังคงวาดภาพเหมือนกับเด็กเล็ก ๆ

ขาดการสร้างสรรค์ หลายคนไม่ชอบวาดภาพ

หรืองานศิลปะใด ๆ ทั้งสิ้น




ช่วงเวลาที่เป็นรอยต่อจากปฐมวัยถึงประถมศึกษา

มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก ๆ ในเรื่องของ " พรสวรรค์"

เป็นอย่างยิ่ง หากเด็ก ๆ ไม่ได้รับการส่งเสริมให้ได้ใช้

ความสามารถหรือพรสวรรค์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง

และถูกต้องแล้ว....คงยากที่เด็ก ๆ จะเกิด " พรแสวง"

ในตนเองได้...ด้วยตนเอง




วิชาศิลปะ อันประกอบด้วย ทัศนศิลป์ ดนตรี - นาฏศิลป์

ที่ผู้อยู่ในวงการศึกษาหลาย ๆ คน อาจจะเห็นว่าไม่สำคัญ

และไม่ให้ความสำคัญกับวิชานี้ แต่ที่จริงแล้ว วิชาศิลปะ

เป็นวิชาที่สร้างเสริมคุณลักษณะนิสัยให้กับนักเรียน รวมทั้ง

สร้างสมาธิ และสุนทรีย์ทางอารมณ์ให้กับนักเรียนอีกด้วย

..." ชนใดไม่มีดนตรีกาล.....ในสันดาลเป็นคนชอบกลนัก " ...

นั่นเป็นความจริงที่สุด




ศิลปะ ช่วยให้เกิดความเพลิดเพลิน เกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

ครูที่สอนศิลปะได้ดี จึงต้องอาศัยครูที่เรียนมาด้านนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น

ทัศนศิลป์ ดนตรี หรือ นาฏศิลป์ก็ตาม




เหตุนี้เอง ที่ทำให้ครูหลายต่อหลายคน ละเลยการสอน ศิลปะ

เพราะ " ไม่ถนัด " ทำให้เด็ก ๆ ขาดโอกาสที่จะเติมต่อในเรื่อง

ของ " พรสวรรค์" ไม่ว่าจะเป็นทัศนศิลป์ หรือ ร้องรำทำเพลง




คุณมะเดื่อสอน ศิลปะ ก็ด้วยเหตุผลที่ครูคนอื่น ๆ " ไม่ถนัด"

โดยที่ ไม่มีใครถามคุณมะเดื่อเลยว่า " ถนัดเรื่องนี้หรือไม่"

คุณมะเดื่อ ไม่ได้เรียนมาโดยตรง ทั้งภาษาไทย และศิลปะ

ความรู้สามัญในเรื่องนี้ ก็แค่ " ม.ศ.๓ " ในยุคนั้น แต่ก็จำเป็น

ต้องสอน และสอนมาตลอด พยายามใช้ " พรแสวง" ของ

ตนเองเพื่อสร้าง " พรสวรรค์" ที่จะนำไปเป็นแนวทางและ

แบบอย่างแก่เด็ก ๆ ยุคก่อนมีการ อบรม อศร.ภาคฤดูร้อน

สำหรับครูที่ไม่จบ ป.กศ.สูง หรือ ปริญญา คุณมะเดื่อ

ก็สมัครเข้าอบรม อ.ศร. วิชานาฏศิลป์เพื่อเอามาสอนเด็ก ๆ

ส่วนเรื่องการวาดภาพ จากที่ไม่เคยชอบวิชานี้เลย

สมัยเรียนก็ไม่เคยได้คะแนนดี วาดไม่เป็นภาพ

ก็พยายามดูภาพที่เขาวาดกันสวย ๆ แล้วฝึกวาดเอง

จนพอจะ " ทนดูได้" แล้วก็นำวิธีการนี้ไปแนะนำนักเรียน




คุณมะเดื่อถือคติที่ว่า.......

" ครู ...ไม่จำเป็นจะต้องเก่ง และทำเป็น แต่ต้องรู้วิธีการ และแนะนำ

แนวทางเป็น เป็นที่ปรึกษาได้ดี นั่นคือ....ต้องศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ

พัฒนาตนเองตลอดเวลา "




หลังเลิกเรียน คณมะเดื่อจะสอน " หลานศิษย์" ให้ฝึกวาดภาพ

และท่องบทอาขยานเป็นทำนองเสนาะ หลานศิษย์เหล่านี้

ป็นลูกของลูกศิษย์ ที่คุณมะเดื่อสอนมา เด็ก ๆ เหล่านี้

ตอนอยู่ชั้นอนุบาลครูต้อยสอนวาด สอนปั้น มาแล้ว

แต่ขาดช่วงการฝึก การหัดมา พรสวรรค์มีอยู่

ทุกคน แต่ไม่ต่อเนื่องจึงขาดพรแสวง ก็ยังไม่สาย

คุณมะเดื่อนำมา " เสริมแรงให้ ....เกิดพรแสว...ต่อได้" จ้ะ







บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ในมุมมอง



ความเห็น (8)

sr
IP: xxx.158.167.85
เขียนเมื่อ 

Yes, we can give encouragement and prasise even we are not '(expert) artists' (if we like or see the work and imagination 'kids' have put in to their work). I will misquote your passage

อคติที่ว่า.......

" ครู ...ไม่จำเป็นจะต้องเก่ง และทำเป็น แต่ต้องรู้วิธีการ และแนะนำ

แนวทางเป็น เป็นที่ปรึกษาได้ดี นั่นคือ....ต้องศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ

พัฒนาตนเองตลอดเวลา "

and say this -- teachers need to learn 'what, when, where, how to praise kids' talents. SImple words can stick in their mind and become a driving force to reach their full potential. They will find a way to achieve their excelence. And those who achieve it against all odds are 'role models' for others.

เขียนเมื่อ 

สุดยอดค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะลุงวอ

ใช่เลยจ้ะ..." ลิขิตฟ้า หรือจะเท่ามานะตน"

แต่...คนส่วนใหญ่มักพูดว่า " บุญไม่ถึง

ไม่มีพรสวรรค์ ไม่มีวาสนา....."

ซึ่งไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ตนเองมี...คือ

"่ หนึ่งสมอง และสองมือ" ของตนเอง

ที่จะช่วยบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเจ้าของนะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะอาจารย์ sr ใช่จ้ะครูต้องรู้ รู้รอบและรู้ลึก

ในเรื่องที่จะสอนจึงจะแนะนำเด็กได้ แม้ว่าครูจะไม่ถนัด

ในเรื่องที่สอน ครูก็ต้องแสวงหาจ้ะ

แต่แหม..! ท่านคัดลอก คติ เอาตัว ติดมาด้วย

เล่นเอาคุณมะเดือ ใจเสียเลย คิดว่าเขียนผิดอ่ะนะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะ คุณครูตุ๊ก

หายไปนานเลยนะจ๊ะ

สบายดีเหรอ

ระลึกถึงอยู่เสมอนะจ๊ะ

ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันจ้ะ

เขียนเมื่อ 

งานศิลปะ เป็นวิชาชีพเฉพาะทางก็จริง
แต่เราทุกคนก็พอที่จะสร้างสรรค์กันได้
เพราะเป็นเรื่องของจิตใจอันละเอียดอ่อน
ตราบที่หัวใจ หรือจิตใจเราละเอียดอ่อน
เราก็ล้วนสร้างสรรค์ขึ้นมาได้
เข้าใจว่า ครูมะเดื่อ ก็เป็นเช่นนั้น ครับ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีจ้ะน้องอาจารย์แผ่นดิน

ก็เชื่อเช่นนั้นจ้ะ สำหรับคุณมะเดื่อ

มันเกี่ยวกับความจำเป็นที่จะต้องสอนเด็กด้วย

ทำให้ต้องอาศัยพรแสวง ในการสร้างพรสวรรค์จ้ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ