วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๙ ทีมไทย ๒๑ คนไปเที่ยวเมืองแคนดี โดยทีม secretariat ของ AAAH (ซึ่งก็เป็นคนของ IHPP นั่นเอง) จัดซื้อทัวร์ ๑ วัน ขาไปไปโดยรถไฟ Expo Rail โดยเรานั่งรถตู้ไปที่สถานีรถไฟ ๑๐ นาทีก็ถึง แต่ยังเข้าไปในสถานีไม่ได้ เพราะทีมงานลืมตั๋วรถไฟไว้ที่โรงแรม ต้องนั่งรถกลับไปเอา ผมจึงได้โอกาสเตร่ถ่ายรูปหน้าสถานี ซึ่งไร้ความโอ่อ่าสง่างาม สู้สถานีหัวลำโพงของเราไม่ได้เลย แต่เมื่อเข้าไป ข้างในก็เห็นความโอ่อ่าจากโครงสร้างเหล็ก ที่น่าจะอายุเป็นร้อยปี


รถไฟออก ๗.๐๐ น. ตรง ที่นั่งเป็นนวมนุ่มสบาย ห้องน้ำสะอาดมาก โบกี้โดยสารติดแอร์เย็นเฉียบ ลักษณะของโบกี้ไม่ทันสมัย แต่สะอาด มีกล่องอาหารเช้าและ น้ำขวดแจก มีเจ้าหน้าที่ชายหนุ่ม ๒ คนที่แต่งกายเรียบร้อยผูกเน็กไท ให้บริการ เมื่อใกล้ถึงรถไฟแล่นไปบนเขา มองไปทางหน้าต่างเห็นหุบเขา และภูเขายอดอื่น ก่อนจบการเดินทาง เขาแจกใบประเมินความพอใจของผู้โดยสาร ใช้เวลา ๒ ชั่วโมงก็ถึงสถานี Radenya Junction เราลงที่นี่ รางรถไฟของเขาขนาดกว้างกว่าของเรามาก


คุณเชติกา (Chetaka) ไก๊ด์สาวอายุประมาณ ๕๐ ปีมารับ พาขึ้นรถบัสไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย University of Peradeniya ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ อยู่ในอันดับที่สองพันกว่าของการจัดอันดับ มหาวิทยาลัยโลก ตอนก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ ชื่อ University of Ceylon สิ่งที่น่าประทับใจคือบรรยากาศ สถานที่ที่ร่มรื่นกว้างขวาง มีต้นไม้ใหญ่และไม้ดอกสวยงาม คุณเชติกา ไก๊ด์ของเรา จบมหาวิทยาลัยนี้ และไป ศึกษาต่อต่างประเทศ อาชีพหลักเป็นครูภาษาอังกฤษ สอนมัธยมปลาย เพื่อสอบ A Level สำหรับเรียนต่อ มหาวิทยาลัย เราไปชมอาคารสำนักงานอธิการบดี ที่เขาเรียก Senate Building ที่สวยงาม เป็นอาคารสองชั้น ใต้ถุนสูงสำหรับให้ไม่ต้านลม คุณเชติกาอวดว่าหากไปวันปกติเขาจะพาเข้าไปชมอาคารหอสมุด ที่มีหนังสือถึง ๕ แสนเล่ม


ต่อจากนั้นเราไปชม Royal Botanical Gardens ไปเห็นต้น double coconut หรือ coco de mer เป็นครั้งแรก กลับมาค้นที่บ้านพบว่าในเมืองไทยมีให้ดูที่สวนนงนุช เรียกว่ามะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวก้นสาว ดูวีดิทัศน์ได้ ที่นี่


มีต้นไม้ใหญ่ออกดอกสีเหลืองอร่าม ชื่อ Yellow Saraca (Saraca thaipingensis) ไทยเรียกอโศกเหลือง ที่ผมเคยเห็นสีแสด ชื่อ Saraca indica หรือ อโศกน้ำ


พื้นที่ของ The Royal Botanical Gardens กว้างใหญ่มาก เราจึงแค่เดินผ่านๆ ตอนแรกผ่านสวนเครื่องเทศ เช่น ต้นการพลู จันทน์เทศ (nutmeg) เป็นต้น มีวงเวียนกลมใหญ่ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ที่ระลึก ปลูกโดยคนใหญ่คนโต หรือคนมีชื่อเสียง เราเดินผ่านต้นไม้ขนาดยักษ์ เช่น Queensland Kauri Pine, ต้น willow, ต้น Antiaris toxicaria, ต้น Melaleuca quinquenervia, ต้น Artocarpus heterophyllus ซึ่งคือขนุนนั่นเอง


เป้าหมายที่เราทุกคนกระตือรือร้นอยากไปมากที่สุดคือวัดพระเขี้ยวแก้ว (Temple of the Tooth) ซึ่งอยู่ห่างจากสวนพฤกษศาสตร์เพียง ๖ กิโลเมตร แต่รถติด และวัดอยู่ในเมือง รถยิ่งติด กว่าจะไปถึงก็เที่ยงเศษ ซึ่งจริงๆ แล้วเราได้แค่เอาดอกไม้ไปบูชาหน้าห้องเก็บผะอบรูปสถูป ที่เป็นสถูปอยู่ภายในสถูปรวมทั้งหมด ๖ ชั้น บรรจุพระทันตธาตุเขี้ยวข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า เท่านั้น เขาบอกว่าหลายปี จึงจะเอามาแห่ให้คนทั่วไป ได้เห็นสถูปบรรจุพระเขี้ยวแก้วและกราบไหว้ใกล้ชิด มีเสียงลือว่าปีหน้า อาจมีงานเทศกาลพิเศษนี้


ห้องเก็บสถูปอยู่ที่ชั้น ๓ ของอาคาร มีคนไปนั่งสวดมนตร์ นั่งวิปัสนา ทั้งที่ชั้นสองและชั้นสาม โดยเขาจัดทำรูปผะอบ ประดับพระพุทธรูป งาช้าง ฯลฯ ไว้ให้คนกราบไหว้บูชา ส่วนที่ชั้นสามคนแน่นเป็นพิเศษ ต้องเดินตามๆ กันไป พอถึงหน้าห้องประดิษฐานสถูปบรรจุพระเขี้ยวแก้ว ก็ยกมือไหว้และถวายดอกไม้บูชา คุณเชติกาอธิบายว่า ที่ใช้ดอกไม้บูชาก็เพราะดอกไม้อยู่แค่วันสองวันก็เหี่ยวเน่าไป เป็นเครื่องเตือนสติคนเราว่า ชีวิตไม่เที่ยงแบบเดียวกับดอกไม้ จึงต้องหมั่นทำความดี


จบจากไหว้พระเขี้ยวแก้ว เขาจัดให้เราเดินไปอีกอาคารหนึ่ง ไปชม International Buddhist Museum แบบโดนเร่งตลอดเวลา เพราะเลยเวลาอาหารเที่ยงมานานมากแล้ว พิพิธภัณฑ์นี้ดีมาก น่าจะต้องมีเวลา ครึ่งวันถึงหนึ่งวัน จึงจะเรียนรู้ได้พอประมาณ


หลังไปกินอาหารที่ food court ในศูนย์การค้า แบบบริษัททัวร์แจกบัตรหักเงินให้เราไปเลือกอาหาร เอาเอง เขาทำอาหารช้ามากทำให้เรายิ่งเสียเวลามากขึ้นอีก


แหล่งที่สี่ซึ่งเป็นที่สุดท้ายของทัวร์คือโรงงานบ่มชา มีสาวสวยห่มส่าหรีเปิดพุงวับแวมอธิบายกรรมวิธี ผลิตใบชาชนิดต่างๆ และให้เราชิมชา เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดื่มชาโดยกัดก้อนน้ำตาลทรายแดงไว้ในปาก ให้รสดีกว่าเอาน้ำตาลใส่ลงในถ้วยชา ผมขอชิมชาเขียว ซึ่งเป็นชาที่ไม่หมัก พบว่าหอมและอร่อยสู้ชาอู่หลง ที่เชียงรายไม่ได้


เรากลับถึงโรงแรมสองทุ่มครึ่ง ผมไปอาศัยอาบน้ำที่ห้องของสาวๆ ชาว IHPP เราเดินทางกลับเมืองไทยด้วย TG 308 ออกเวลา ๑.๓๐ น. ของวันที่ ๓๐ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา ๖.๑๕ น.



วิจารณ์ พานิช

๓๐ ต.ค. ๕๙


1 หน้าสถานีรถไฟโคลัมโบ



2 บรรยากาศในตู้รถไฟ



3 ลงรถไฟที่ชุมทาง Radenya



4 บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย Peradeniya เห็นอาคารสำนักงานอธิการบดี



5 ดอก Amherstia nobilis ภายในมหาวิทยาลัย



6 อาคารหอสมุด สถาปัตยกรรมงดงาม



7 อโศกเหลืองใน Royal Botanic Gardens, Peradeniya



8 แถวต้นมะพร้าวทะเล อายุเป็นร้อยปี



9 ต้นมะพร้าวทะเล อายุหลายสิบปี



10 ผลมะพร้าวทะเล



11 Queensland Kauri pine อายุกว่าร้อยปี


12 ต้นขนุนยักษ์ เข้าใจว่าอายุหลายร้อยปี



13 สนามภายใน Royal Botanical Gardens



14 ทางเข้าวัดพระเขี้ยวแก้ว Temple of the Tooth



15 เข้าวัดทางด้านข้าง



16 ขึ้นบันไดไปชั้นที่ ๒ เหนือภาพผะอบตรงหน้า ที่ชั้น ๓ เป็นที่เก็บผะอบบรรจุเขี้ยวด้านซ้ายของพระพุทธเจ้า



17 ทางเดินที่ชั้น ๓ เดินไปทางซ้ายมือเป็นห้องเก็บผะอบบรรจุพระเขี้ยวแก้ว



18 ห้องเก็บผะอบบรรจุพระเขี้ยวแก้ว



19 ไหว้รูปผะอบ



20 สถาปัตยกรรมหลังคาวิหารพระเขี้ยวแก้ว



21 ห้องพระที่งดงามมาก



22 พระพุทธรูปจำลองจากพระพุทธรูปที่เมืองสารนาถสมัยคริสตศตวรรษที่ ๕ ปางปฐมเทศนา


23 พิพิธภัณฑ์พุทธศาสนาโลก



24 อาคารท้องพระโรงที่กษัตริย์ออกว่าราชการสมัยคริสตศตวรรษที่ ๑๗



25 ทะเลสาบแคนดี