Learning Through Playing ตอนจบ

แบ่งปันความรู้ และความคิด จากการไปเรียนเรื่อง
Learning Through Playing ^____^
เรียนรู้กิจกรรมการเล่นต่างๆ ที่ส่งเสริมพัฒนาการช่วงอายุ
3-18 ปี (ตอนที่ 4 ตอนนี้คิดว่าจบสักทีนะคะ5555)
+++
ข้อควรระวัง!!! (ยังไม่หมด ต่ออีกนิด เก็บตก)

+ใครที่สนใจอยากให้ลูกเรียนขี่ม้า ครูเอ๋เตือนว่าไม่ควรให้เด็กขี่ม้าก่อน 5 ขวบ เพราะกระดูกของเด็กยังไม่แข็งแรง (ข้อนี้รอด เรียนขี่ม้านี่หาเรียนยาก และน่าจะแพงมากอยู่ ลูกเลยรอด5555)

+ ก่อน 7 ขวบ ไม่สอนลูกบอกอารมณ์เป็นตัวเลข เช่นตอนนี้ลูกกำลังโกรธระดับไหน 1 -10 แต่หากหลัง 7 ขวบแล้วสอนเป็นตัวเลขได้ ข้อนี้ไม่แน่ใจรอดไหม เพราะก็จะมีสอนเป็นว่า ลูกโกรธมากแค่ไหน เท่า มะนาว ส้ม หรือแตงโม อันนี้ก็ไม่ได้ถามครูเอ๋ด้วยค่ะว่าแบบนี้ได้ไหม ส่วนสอนเป็นตัวเลขก็มีสอนเหมือนกันน่าจะ ป.1 แล้วถึงสอน เด็ก ๆ ก็จะสอนเป็นแนวรูปธรรมมากกว่า เอาแบบรอดแน่ ๆ ครูเอ๋สอนว่า ให้บอกแค่ว่า "หนูโกรธ" บอกสั้น ๆ ไม่ต้องให้เหตุผล

+ การอุ้มลูกไม่ควรอุ้มลูกหันหน้าออก เด็กจะดูด(ซึมซับ)ทุกอย่างผ่านสายตา ควรอุ้มหันหน้าเข้าหาตัวเรา ก่อน 3 ขวบ ไปนอกบ้านเท่าที่จำเป็น เพราะเด็ก ๆ ควรมีจังหวะชีวิตที่แน่นอน เช่นเวลากิน เวลานอน เวลาขับถ่าย ฯลฯ หากออกไปนอกบ้านนอกจากจะเจอสิ่งเร้าทางสายตามากมาย ยังรบกวนกิจวัตรประจำวันของเด็ก ทำให้จังหวะชีวิตเด็กไม่คงที่ ปัจจุบันเห็นมีที่อุ้มแบบหันหน้าออกและเจอคนใช้รูปแบบการอุ้มแบบนี้เยอะขึ้น (ข้อนี้แม่ดาวก็ไม่รอดค่ะ555)

+++
เล่นอย่างไรให้ "สนุก"

+ เล่นแบบไม่คิด
+ ให้เด็กนำเราเล่น
+ อุปกรณ์ให้น้อย
+ อยู่กับปัจจุบันและจิตเบิกบาน (ข้อนี้เติมเอง5555)

+++
เล่นกันเถอะ เล่นอะไรดี แนะนำนิดหน่อย แล้วแลกเปลี่ยนกันวิธีเล่นกันบ้างนะคะ มีอะไรสนุก ๆ บอก จะลอกบ้าง5555

+ ระบายสีแบบไม่มีรูปภาพ กระดาษเปล่า ๆ หนา ๆ หน่อยถ้าจะเป็นสีน้ำ จะสีเทียนก็ได้ ละเลงไป อย่าคิดเยอะ เอาสนุกเข้าไว้

+ สีชอร์ค ครูเอ๋แนะนำให้ซื้อที่เขียนว่า "Soft pastels" วิธีนี้ไม่เคยเล่นค่ะ เลยจำมาแบ่งปันต่อ อุปกรณ์เพิ่มเติมคือ กระดาษ และ สำลี เอาสำลีถูๆๆๆกับสีชอร์ค และนำมาแปะๆๆๆบนกระดาษขาว ง่าย ๆ ไม่ต้องคิด และผลงานออกมาสวยงามมากค่ะ (ยังไม่ได้ทำ แต่เห็นเพื่อนอีกกลุ่มทำ จำไว้ จะกลับมาเล่น และยังไม่ได้เล่นค่ะ5555)

+ ปิดตาดมกลิ่น (7-14 ปี)เล่นแบบนี้ดี ฝึกความจำได้ดีมากค่ะ ครูบอก เป็นอะไรที่ไม่เคยตั้งใจจะเล่นแบบนี้กับลูกมาก่อน มีแต่ให้ดมกลิ่นไปเรื่อย แต่ไม่ได้เป็นการเล่น อารมณ์ดมเรียนรู้

+ เล่นเกมเขาวงกต นึกภาพออกไหมคะ ที่จะมีขายตามร้านหนังสือ เกมเขาวงกต ที่ลากเส้นหาทางออก ครูบอกเด็ก 16-18 ปีจะชอบเล่น

+ กระโดดเชือก สมัยเด็กๆ แม่ดาวนั้นชอบเล่นมากพวกแนวกระโดดเชือก กระโดดยาง มาสมัยลูกเด็ก ๆ หลายคนกระโดดเชือกไม่เป็น ลูกแม่ดาวก็ชวนเล่นเขาก็บอกไม่สนุก จนประมาณ ป.3 เห็นเพื่อนที่เล่นด้วยกันกระโดดเชือก นึกสนุกอยากเล่นบ้าง เข้าใจอารมณ์ลูกนะคะ คือออกแนวไม่อยากเล่น เพราะไม่ถนัด กลัวแพ้ (แม่เล่นเกมแพ้ชนะมาตอนเด็ก ๆ555 รับกรรมกันไป) ก็บิ้วอารมณ์กันสุด ๆ แม่เล่น เพื่อนเล่น แม่เพื่อนก็เล่น ก็เลยเล่นบ้าง ถึงกระโดดได้ไม่เกิน 2 ที ณตอนนั้น ก็ยังสนุก ณ ปัจจุบัน ก็ยังกระโดดได้ไม่เกิน 10 ที ฮ่าๆๆ แต่ก็สนุกนะคะ

+ หลับตายืนขาเดียว ฟังมาจากครูเอ๋ว่า ทุกวันนี้เรายืนทรงตัวได้เพราะใช้ตา balance เลยเอามาลองเล่นกับลูก ก็สนุกฮากันไป เล่นแข่งกันทั้งครอบครัว

+ หมากเก็บ แม่ดาวเก็บหินมานานเป็นปี เคยเล่นกับลูกหลายที เขาก็ยังเล่นไม่ได้ คือ มือ สายตาต้องทำงานประสานกัน พอเรียนเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า หมากเก็บจะเป็นอีกเกมที่จะเอาหินมาปัดฝุ่นนำมาเล่นกัน ซึ่งสมัยเด็ก ๆ หมากเก็บก็เป็นเกมที่ เล่นจนนิ้วด้าน หิ้นงี้กลมเกลี้ยง555

+ ล่าสุดพาปั่นจักรยานจากบ้านไปสวนสาธารณาะ ก็ไกลอยู่ แต่รับรู้ถึงความตื้นเต้น ความสนุก แบบเหมือนได้ไปผจญภัย ตามประสาเด็กผู้ชาย แววตางี้เป็นประกายมีความสุขและสนุกมาก บอกแม่อยากไปอีก (แม่ปวดก้นมากค่ะ คือไกลพอสมควร5555)

พอเถอะ เชื่อว่าหลายท่านก็เล่นกันเป็นอยู่แล้ว อย่าลืม แบ่งปัน บอกกันบ้างนะคะ เล่นอะไร แล้วสนุก ขอลอกบ้าง5555
+++

ข้อคิด(อีกสักหน่อย)

+ "ทุกสิ่งในชีวิต อย่าคิดว่าเป็นปัญหา"

+ "่หยุดคิด!!! ว่าลูกมีปัญหา แล้วลูกก็จะเบ่งบานไม่มีปัญหา"

+ โปรดทบทวน เรากำลังเลี้ยงลูกอย่างเข้าใจธรรมชาติ หรือปล่อยไปตามธรรมชาติ(อารมณ์ปล่อยตามเวรตามกรรม)

+ ทบทวนอีกข้อ เรากำลังให้ "อิสระ" หรือ เรา "ปล่อยปละละเลย" มันเส้นบาง ๆ เท่านั้นเนอะ

+ ฝึกฟังเสียงตัวเอง เห็นตัวเองให้ชัดขึ้น แล้วเราจะเห็นลูกชัดขึ้น (รู้ใช่ไหมคะ ว่าฝึกอย่างไร ที่แม่ดาวชวนกันฝึกบ่อย ๆ)

+++
โลกภายนอกเปลี่ยนไปเร็วเหลือเกิน หลายเรื่องส่งผลต่อการเรียนรู้ของลูกเรา เช่น

เมื่อก่อนเราใช้การเขียนจดหมายในการติดต่อกัน สมัยปัจจุบันใช้มือถือ
+
สมัยแม่ดาว ป.5 ถึงจะได้ใช้ปากกาได้ แถมเป็นปากกาแบบดูดหมึก ที่ยุ่งยากลำบากมากกว่าจะเขียนได้ ใช้หมดก็ต้องดูดหมึกเติมใหม่ เขียนก็ฝืดชะมัด เขียนเร็ว ๆ ก็ไม่ได้ (เป็นคนใจร้อน หงุดหงิดมากที่ต้องใช้555) ใช้ไม่ดีก็เลอะเทอะไปหมด
+
สมัยก่อนใช้ปากกาเขียน หากเขียนผิดก็ต้องใช้ยางลบๆ หมึก ก้อนหกเหลี่ยมสีฟ้าๆ (ใครรุ่นเดียวกันบ้าง555) ใจร้อนก็ขาดทะลุ หากผิดซ้ำ ๆ ลบเรื่อย ๆ กระดาษเปื่อยบางจะขาดอีก สมัยนี้น้ำยาลบคำผิดยังไม่อยากจะใช้ บอกมันแห้งช้า รอไม่ไหว ต้องใช้แบบเทปลบคำผิด เอาซี้
+
สมัยก่อนหากยืนเข้าแถวตอนเช้าก่อนเข้าเรียน ต้องเป็นระเบียบ ข่มใจไม่คุย ไม่งั้นโดนโบก ยืนนานมาก และร้อนมาก สมัยนี้บางโรงเรียนไม่มีแดดให้โดน ทุกอย่างอยู่ในอาคารหมด โชคดีที่ลูกยังโดนสายลมและแสงแดดบ้าง ในบางวัน เพราะลูกบอกว่าบางวันก็เข้าแถวหน้าห้องเรียน ซึ่งในอาคารนั่นเอง จะมีแค่เฉพาะวันใดในสัปดาห์ ที่ได้ยืนที่สนาม และสนามก็ไม่พอยืน ต้องไปยืนเข้าแถวในโรงยิม ได้เปิดพัดลมเย็นสบาย
+
ห้องเรียนสมัยแม่ดาวเรียน มีแต่อากาศธรรมชาติ หากช่วงอากาศร้อนก็ร้อนมาก เย็น ก็เย็นสบาย หากหนาวก็ปิดหน้าต่างซิคะ จะกลัวอะไร5555 ห้องปรับอากาศไม่มี มาสมัยลูกนี้ติดแอร์ คือเสพติดแอร์เย็นสบาย
+
คุณรู้สึกอะไรกับความแตกต่างเหล่านี้....การรอคอย...ความอดทน ค่อย ๆ หายไปพร้อมกับความสะดวกสบาย เด็กๆ และผู้ใหญ่หลายคนติดสิ่งเสพติดภายนอกกาย จนลืมดูว่าอันที่จริง ความสุขภายในนั้นมีและฟรีด้วย....อาจเหนื่อยมากหน่อยที่ต้องทวนกระแสสังคม ไม่รู้ว่าจะล้มใจถลอกอีกกี่ครั้ง...ถึงวันนี้ก็ยังอยากจะพาลูกทวนกระแสต่อไป ถึงยังไหลไปบ้าง...แต่ก็ยังยิ้มสู้...สู้ๆๆ นะตัวเอง

+++

จบ....แบบตาจะปิด55555

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบแนวคิดบวก



ความเห็น (0)