ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหล่เราทุกคนคงต้องยอมรับว่าโรงเรียนเปรียบ เสมือนบ้านหลังที่สองของเหล่าบรรดานักเรียนซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่ อยู่ภายใต้หลังคาบ้านหลังนี้สถานที่ที่ซึ่งคอยสร้างเสริมประสบการณ์ต่างๆให้ แก่ผู้เรียน ชีวิตของคนเรานั้นเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กจะได้รับความรู้เบื้องต้นในการดำรง ชีวิต จากพ่อแม่ผู้ปกครอง เมื่อเติบใหญ่ถึงวัยเรียนก็จะต้องเข้าโรงเรียนเพื่อเข้ารับการศึกษา บรรยากาศความอบอุ่นในการดำรงชีวิตจากครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป ต้องห่างจากครอบครัวในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อเข้ารับการเรียนรู้จากครูใน โรงเรียน และแน่นอนผู้ที่มีบทบาทและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกลเหล่านี้ก็ คือ “ ครู ”

ครู หรือ ครุ ในความหมายที่เป็นคำนามแปลว่า” ผู้สั่งสอนศิษย์หรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์” ส่วนในความหมายที่เป็นคำวิเศษณ์ในภาษาบาลี แปลว่า หนัก สูง ส่วนในภาษาสันสกฤต แปลว่า ใหญ่หรือหนัก แน่นอนว่างานของครูเป็นงานที่หนักเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความอดทน ความรัก ความเมตตา และความเสียสละในการอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ให้ออกมาเป็นคนดีมีความรู้ให้แก่สังคม บางคนก็ให้นิยามของครูว่า “ครูคือเรือจ้าง” ที่คอยพายพาลูกศิษย์ไปส่งให้ถึงฝั่งรุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปยุคสมัยเปลี่ยนคำว่า ครูเปรียบเสมือน เรือจ้างนั้น คงใช้ไม่ได้ เพราะความก้าวไกลทางเทคโนโลยี ที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็สามารถหาข้อมูลหรือหาความรู้ได้แทบทุกที่ ซึ่ง คำว่าเรื่องจ้าง คงไม่พอสำหรับครูในยุคปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันครูนั้นจะต้องเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่มีอินเตอร์เน็ตในตัว ที่พร้อมจะรับข้อมูลใหม่ๆและเผยแพรความรู้ได้ทั้งข้อมูลเก่าและข้อมูลใหม่ให้แก่ลุกศิษย์ เพราะการเป็นครูจะต้องไม่หยุดเรียนรู้และยังต้องเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ใหม่ๆที่มีมากมายในปัจจุบัน มีเชี่ยวชาญทางด้านของภาษาอังกฤษ อันเป็นภาษาสากลภาษาเดียวที่จะช่วยถอดรหัสความรู้ที่อยู่ในสื่ออิเลคทรอนิกส์ และความทันสมัยนั้นเองที่ทำให้บางครั่งคำว่าครูอาจถูกมองข้ามไป แต่ไม่ว่าจะเปรียบครูเป็นเรือจ้าง หรือจะเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่มีอินเตอร์เน็ตในตัว ครูก็ยังคือครู คือผู้ที่คอยอบรมสั่งสอน ผู้ที่คอยเสียสระ ทั้งแรงกายแรงใจที่จะสอนให้ลุกศิษย์เป็นคนดีที่มีความรู้พร้อมอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากเรามองย้อนไปในอดีตในตอนที่สื่อเทคโนโลยียังไม่เก้าไกลไม่ทันสมัย ใครกันที่คอยให้ความรู้ ใครกันที่สั่งสอนขัดเกลาจิตใจสร้างคนให้เป็นคนที่สมบูรณ์ ถ้าไม่ใช่ ครู ครูที่เป็นเป็นปูชนียบุคคล เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ เป็นวิศวกรแห่งชีวิต เป็นผู้ให้ความผูกพัน เป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนต่อตนเองมากไปกว่าการได้เห็นศิษย์ถึงจุดหมาย เป็นผู้ซึ่งมีความดี ความงาม ซึ่งแสดงออกโดย กาย วาจา ใจ อย่างบริสุทธิ์ใจ เป็นผู้สืบทอด และถ่ายทอดวัฒนธรรม เป็นผู้อบรม บ่ม เพาะ สั่งสอน

ดังนั้น ครูจึงเป็นผู้ประเสริฐที่เราต้องสำนึกพระคุณอยู่เสมอ และความภูมิใจของครูมิได้อยู่ในพานไหว้ครู แต่อยู่ในวันที่รู้ว่าศิษย์นั้นไปได้ดี และสิ่งที่ครูต้องการมากที่สุดคือ การที่ลุกศิษย์เป็นคนดี “รู้ถูกรู้ผิดมีชีวิตที่สดใส สิ่งนั้นที่ครูฝันใฝ่เพื่อเป็นแรงใจให้ครู รู้ถูกรู้ผิดมีชีวิตที่ก้าวไกล เป็นคนที่ดีให้ได้ นั่นคือรางวัลให้ครู” และหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ได้ดีเพราะมีครู” ถือเป็นคำพูดที่กลั่นมาจากประสบการณ์ของคนที่ประสบผลสำเร็จในชีวิต ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เขามีวันนี้ได้เพราะครู” หากเราต้องการประสบผลสำเร็จและยืนอยู่ในจุดที่สูงสุดของชีวิต เหมือนผู้ที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตหลายๆคน เราจะต้องเคารพเชื่อฟังครูบาอาจารย์ เอาใจใส่ ตั้งใจเรียนและปฏิบัติตามคำแนะนำสั่งสอนของท่านอยู่เสมอ และเราจะประสบผลสำเร็จในชีวิตเช่นเดียวกัน

อ้างอิงจาก

http://dondaniele.blogspot.com/2014/06/blog-post_12.html

พระคุณครู

https://sites.google.com/site/krutubtib/khru/laksna-khxng-khru-thi-di

ครูยุคใหม่ ใส่ใจIT

http://www.osk103.com/cgi-bin/contents/agora.cgi?cart_id=297801.9438*Ah6CY5&p_id=00044&xm=on&ppinc=search-details

ศิษย์เก่าสวนกูหลาบ