แข่งวาดรูป กล้าใหม่ ใฝ่รู้ ๒๕ พย ๕๙

"ทำไมพระราชา เดินไปในป่าเขา

ท่านทรงห่วงใยคน ที่เขาอยู่ห่างไกล......"


เสียงใสๆ ดังแว่วออกมาจากห้องประชุมใหญ่ ที่ลูกสาวและทีมเพิ่งเดินเข้าไปเพื่อแข่งวาดรูปที่ SCB Park

และที่ดึงดูดความสนใจผมมากขึ้นไปอีกก็คงจะเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นประกอบอยู่ มันทำให้ผมต้องรีบก้าวไปดูที่ประตูของหอประชุม

......................………

อันความเดิมจากเมื่อต้นเดือน ที่เจ้าจ้าและทีมงานได้แข่งขันวาดรูประบายผืนผ้าใบเฟรมโตผ่านเข้ารอบมาในโครงการ "กลัาใหม่ ใฝ่รู้" ของ SCB Challenge ทำให้ในวันนี้ ผมต้องลาพักร้อนเพื่อพาลูกสาวมาแข่งรอบชิงชนะเลิศที่กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร สมเป็นนครมหาธานี พอๆๆๆ

หลังจากนั้น ทั้งทีมก็ได้ฝึกวาดรูปกันอีกครั้ง โดยอาจารย์ได้เก็งข้อสอบไว้ว่าน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสามัคคี จึงให้ฝึกวาดรูปเกี่ยวกับงานชักพระ มันเป็นการซักซ้อมกันครั้งสองครั้งเท่านั้น จนผมหวั่นใจลึกๆว่า เมื่อไปเจอโจทย์เข้าจริงๆแล้วจะเดินกันไม่ถูก เหมือนเมื่อปีที่แล้ว ที่ได้รับโจทย์ "เด็กไทยทำอะไรให้กับโลกได้บ้าง" โดยมีคำให้เลือกมาใส่ในรูป ต้นน้ำ หุ่นยนต์ มัคคุเทศน์ ต้นไม้ และอื่นๆอีกที่จ้าบอกว่า "จำไม่ได้"



มาปีนี้ เด็กๆจึงแอบวางแผนกันนอกรอบว่า อาจจะไม่ทำตามที่ฝึกกันมา

นั่นแน่ ลูกผมจริงๆ

เราออกเดินทางกันในเย็นย่ำค่ำเร็ววันพฤหัสที่ผ่านมา

เธอบอกว่า อยากจะกรี๊ดดังๆบนเครื่องบินเสียหลายรอบด้วยความตื่นเต้น แต่กลัวเครื่องบินตกหลุมอากาศและทำท่าจะเมา จึงกรี๊ดในใจอย่างเดียว เรา ๒ พ่อลูกเกาะปีกแดงขึ้นมา ปล่อยให้พี่แป้งอยู่กับแม่ที่บ้าน อยากขยันเรียนขยันทำงานกันดีนัก

......................………

เครื่องดนตรีบนเวทีมีเพียงเครื่องเป่าทองเหลือง ๕ ชิ้นเท่านั้น

ทรัมเป็ต ๒ ทรอมโบน ฮอร์น และทูบ้า อย่างละ ๑

เล่นบรรเลงให้นักดนตรีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเสียงใสกิ๊งร้องเพลงอยู่บนเวที (เขาว่าเป็น the voice kid) ทรัมเป็ตเสียงแหลม ทำหน้าที่ดำเนินเมโลดี้เคล้าคลอไป ส่วนอีก ๓ ชิ้นเสียงทุ้มใส ทุ้มนุ่ม ทุ้มนวล ทำหน้าที่เบสและกำหนดจังหวะ "ตุ่ม แท๊ปๆ ตึ่ม แท๊ปๆ" ในจังหวะวอลท์

"ทำไมพระราชา ถึงมีเหงื่อไหล"

ตามด้วยเสียงใสๆนุ่มๆของนักร้องผู้ชายวัยรุ่นอีกคน

"ท่านทุ่มเทแรงกาย ทรงงานมาหลายปี"

เพียงเท่านี้ก็สะกดขาผมไว้ไม่ให้เคลื่อนไปไหนได้อีกเลย


......................………

ผมกับน้องจัามาถึงสถานที่แข่งขันค่อนข้างเช้าเพราะกลัวรถติด จึงมีเวลาเดินดูรูปภาพของทีมต่างๆที่เข้ารอบ ซึ่งเขาแสดงทั้งหมด ๔๐ ทีม ๔ ภาค มองหารูปของทีมโรงเรียนนกฮูกเห็นแต่ไกล ผลงานโดดเด่นในสายตาศิลป่วนอย่างผม ชอบอยู่ ๓-๔ ชิ้น โดยเฉพาะจากสระแก้วและเชียงราย

ครั้นเมื่อทีมมากันพร้อมด้วยรถบัสที่ทางผู้จัดเตรียมเอาไว้ ความจ๊อกแจ๊กจอแจกจึงบังเกิดตามประสาเด็กมากลากไป และเมื่อทุกทีมถูกเชิญเข้าหอประชุม จู่ๆก็มีเด็ก ๕ คนถูกเชิญออกมาด้านนอกเพื่อถ่ายรูป จ้าเป็นหนึ่งในนั้น เขาบอกว่า ที่เธอถูกเลือกออกมานั้นก็เพราะทรงผมนกกรงหัวจุกที่ไม่เหมือนใครนั่นเอง

คนที่มาถ่ายรูปด้วยคือ คุณหญิงชฎา สตรีร่างเล็ก ดูสง่า และเคยเป็นไอดอลของผมตั้งแต่ผมยังอ่านนิตยสารธุรกิจอยู่

ท่านมาเปิดงาน

<img src="https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/194/555/large_IMG_1510.JPG" "="">

......................………

"ทำไมพระราชา ถือแผนที่เอาไว้

ท่านอยากจะทรงเห็น เมืองไทยได้ทุกที่

เพราะอะไรพระราชา ถึงต้องทำแบบนี้

เพราะอยากให้เรามี ชีวิตที่เป็นสุข....."

ถึงช่วงวรรคตอนนี้ ผมเริ่มมีต้ำตาซึม

ไม่รู้ว่ามันซึมเพราะความตื้นตันใจที่ได้ดูการแสดงดนตรีตรงหน้า ซึ่งมันเกิดแบบนี้ได้บ่อยๆเวลาดูการแสดงอะไรก็ตามที่ผมคลั่งไคล้มัน

หรือซึมเพราะเนื้อหาเพลงที่กินใจเหลือเกิน

หรือซึมเพราะคิดถึงคนที่กำลังถูกเอ่ยถึง

ผมคิดว่าคงเป็นอย่างหลังมากที่สุด

......................………

"พี่พิธีกรบนเวทีบอกว่า โจทย์คำสั่งในวันนี้คือ ภูมิใจเด็กไทย ทำดีตามรอยพ่อของแผ่นดิน และให้ฟังเพลง เนื้อหาของเพลงให้อยู่ในเนื้อหาของภาพวาด" จ้าบอกมาเมื่อหมดเวลาการแข่งขัน ซึ่งนั่นทำให้แผนการของการวาดตามที่ฝึกซ้อมมาต้องถูกพับไป

ผมแอบดูในกระดาษเนื้อเพลงที่พี่ๆแจกให้นั้น มีร่องรอยการขีดเส้นใต้บ้าง วงกลมบ้างในคำที่เป็น keyword ของเนื้อเพลง เด็กจึงประชุมกันในทันทีว่าจะต้องวาดตามที่เป็นโจทย์ และจะวาดรูปชักเรือพระและขนมต้มไม่ได้

โครงสร้างในรูปจึงต้องมี เด็กนักเรียน ต้นไม้(ของพ่อ) พระโกศ ในหลวงแขวนกล้องถ่ายรูปและทรงถือแผนที่ รูปในหลวงที่แขวนอยู่บนผนังบ้านและมีเด็กกราบ (รูปที่มีทุกบ้าน) และเด็กเรียนหนังสือที่มีกระดาษเขียนคำว่า "พอเพียง" อยู่ด้วย และเมื่อเป็นที่ครบถ้วนตามที่ต้องการจึงเริ่มวาดกันทันที

......................………

"ท่านทรงเหนื่อยทรงทำเพื่อเราเรื่อยมา ถึงเวลาทำให้ท่านสุขใจ

ร่วมกันสร้างความดีด้วยใจและกาย ก้าวตามรอยบาทองค์พระราชา"

ถึงท่อนนี้ซึ่งเป็นช่วงที่ผมร้องได้ จึงคลอเพลงตามนักร้องและเสียงดนตรีไปด้วย ซึ่งมันก็คงคล้ายกับหลายๆคนที่ฟังอยู่ในหอประชุมนี้

นึกไปในใจ ว่าอยากจะเป่าทรัมเป็ตเป็นบ้าง

ความอยากนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ความฝันยังไม่เป็นที่สำเร็จเพราะขาดปัจจัย ๒ สิ่ง ก็คือ ทรัมเป็ต และครูผู้สอน วันนี้จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่มันกระตุ้นใจผมให้ไปหาซื้อทรัมเป็ตมาโดยเร็ว

......................………

ในตลอดชั่วโมงแรกของการแข่งขันนั้น จะมีการถ่ายวิดีโอแล้วแสดงบนทีวีให้พวกที่รออยู่ข้างนอกได้ดูเป็นช่วงๆ กล้องก็ถ่ายหลายโรงเรียน แต่ไม่ถ่ายที่ทีมหมายเลข ๑๐ บ้างเลย

ไอ้พวกเรา พ่อแม่ ของเด็กทั้ง ๔ คน ต่างก็ผลัดกันเพ่งไปบนจอ เผื่อลูกๆเราโผล่มาจะได้เรียกกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ส่องมา

แต่เพียงแว๊บหนึ่งก็ได้เห็น ผมพบว่าเฟรมของกลุ่มลูกที่เริ่มมีการระบายสีออกมานั้น ไม่ตรงกับการฝึกซ้อมมา จึงแอบนึกขันในใจ "เอาแล้ว ลูกเรากบฎครูเสียแล้ว ๕๕๕" ใจหนึ่งก็คิดเสียดาย เพราะหากไม่ได้เป็นไปตามที่ซ้อม ก็คงจบกัน แต่ใจหนึ่งก็โลดแล่น เพราะการใช้ความคิดของตัวเองได้โดยทราบว่ามันมีความเสี่ยงจะแพ้นั้น มันเป็นอะไรที่แน่มากๆ

ลูกทำมันได้

ไม่สิ

ลูกและทีม ทำมันได้

......................………

"เพราะอะไรพระราชา ถึงต้องเดินลุยน้ำ

ท่านลำบากเพื่อทำให้พวกเราสบาย

ทำไมทุกๆบ้านจึงมีรูปท่านติดไว้

เป็นหลักคอยเตือนใจให้เราทำความดี...."

บางทีผมก็สงสัยนะ ว่าเอ็งจะสงสัยทำไมนักหนา ทำไมทำไมอยู่ได้ แต่เมื่อครั้นนึกถึงลูกตัวเองเมื่อครั้งยังเล็ก มันก็ทำไมอยู่ได้ทั้งวัน คิดถึงตรงนี้ก็เผยอยิ้มที่มุมปาก

......................………

การแข่งขันใช้เวลา ๒ ชั่วโมง

จากนั้นเด็กๆก็ออกมากินข้าวกันด้านนอก ปล่อยให้ทีมกรรมการได้ทำงานกันอย่างหนักหน่วง

ลูกออกมาหน้าตายิ้มแย้ม

"กดดันมั้ยลูก" ผมถามออกไป

"ไม่นะพ่อ" จ้าตอบ

"แล้วพอใจกับผลงานมั้ย" ผมยังไม่หยุดซัก

"ก็พอใจนะ แต่จ้าว่ามันไม่สวยเท่าไหร่เลย"

"ไม่เป็นไร ภายใต้ความกดดัน ทุกอย่างที่ทำไป มันดีเสมอลูก" ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าลูกจะเข้าใจที่ผมพูดออกมาหรือเปล่า

ถึงเวลาของมื้อเที่ยง

เชื่อไหมครับ ว่าการกินอาหารมื้อนี้ของลูก มันสุนทรีย์มาก เพราะว่าวงดนตรีที่เล่นบนเวทีเมื่อครู่นี้ มาเล่นให้ฟังกันใกล้ๆเลย กินไปฟังเพลงไป และเพลงที่เล่นนั้นก็เป็นเพลงไทยเดิมเสียเป็นส่วนใหญ่

แหม่ นี่ถ้าผมพกซออู้มาด้วย ก็จะไปนั่งสีอยู้ข้างๆเลย

แต่ก็นั่นแหละ ไม่ได้สีซอก็ดี เพราะเด็กๆจะได้ไม่เป็นควาย เนื่องจากช่วงเวลากินข้าวของเด็กๆกว่า ๑๖๐ ชีวิตที่กำลังหิวและเพิ่งแข่งขันเสร็จ มันก็ทั้งกินทั้งคุยเรื่องประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่กันอีโหล่งโฉ่งเฉ่ง หามีใครใคร่ฟังดนตรีไม่ ผมจะกลายเป็นสีซอให้ควายฟังเสียเปล่าๆ ๕๕๕

แต่หากนักดนตรีจะเศร้าใจก็จงโปรดรับรู้ไว้ด้วยเถิด ว่าพ่อของนักเรียนคนหนึ่งกำลังตั้งใจฟังอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้องอย่างอิ่มเอมทีเดียว

และเมื่อถึงเวลาอิ่ม พวกพี่ๆที่จัดงานก็บอกให้เด็กๆเตรียมพร้อมร้องเพลง "ตามรอยพระราชา" ที่ทุกคนมีเนื้อร้องอยู่ในมือกันทุกคน โดยพี่ๆนักดนตรีทั้ง ๕ คนนั้นจะเล่นดนตรีให้เลย

เอาเลยครับ เอาเลย ผมนี่อยากจะรู้นัก ว่านักดนตรีวงนี้จะเก่งสักแค่ไหน นึกยังไงจึงจะมาเล่น back up ให้เด็กทั้งกว่าร้อยคน รัอยพ่อพันแม่ ร้องเป็นแค่ไหน รู้จักคีย์ด้วยหรือไร

ผมนี่ถึงกับลุ้น

......................………

"ทำไมพระราชา ถึงไม่หยุดพัก

ท่านไม่เคยหยุดพักเพราะรักเราหนักหนา

หนูอยากจะเป็นเด็กดีของพระราชา

ต้องตั้งใจศึกษา ขยันและพอเพียง...."

แม่เจ้า!

นักดนตรีทั้ง ๕ คนนี้เก่งมาก เขาสามารถลากจังหวะได้เพื่อให้เด็กๆร้องตามกันทัน ต้องชมเชยเสียงที่ทำจังหวะของเครื่องทุ้ม "ตุ่มแท๊ปๆ ตึ่มแท๊ป.....แท๊ป" และการนำของเครื่องเสียงแหลมที่ลากเมโลดี้ได้อย่างดี

จ้ามาเล่าให้ฟังว่า "เด็กโต๊ะข้างๆ ร้องได้เป็นเส้นตรงมาก จัาแยกไม่ออกเลยว่าอ่านหนังสือหรือร้องเพลง"

ผมก็เลยบอกไปว่า "ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะมีพื้นฐานทางด้านดนตรีนะลูก ใครจะเหมือนเด็กโรงเรียนลูกบ้างล่ะ ที่ได้เรียนดนตรีจากนักดนตรีต่างชาติตั้ง ๒ คน หลายคนรวมทั้งลูกเรียนดนตรี เรียนถึงทฤษฎีดนตรี สร้างเสียงคอรัสได้โดยไม่ตัองใช้ความพยายาม"

คราวนี้จ้าไม่ต่อประโยค เธอคงจะเข้าใจและเห็นตาม

......................………

"จากวันนี้สักหมื่นปี ต้นไม้ที่พ่อปลูก ต้องสวยต้องงดงามและยิ่งใหญ่

บวกกันเป็นดินเดียว ให้พ่อได้สุขใจ ไม่ต้องเหนื่อยเกินไปอย่างที่แล้วมา..."

ผมรู้สึกว่า เมื่อถึงท่อนฮุกทีไร เสียงในห้องก็จะดังกระหึ่มขึ้นมาพร้อมกันทีหนึ่ง

......................………

เสร็จจากช่วงเวลากินข้าว ร้องเพลง ก็มาถึงกิจกรรมรอเวลาตัดสิน

เด็กทุกกลุ่มจะได้รับมอบหมายให้ทำงาน ๓ ชิ้น คือ เข็มกลัด ระบายสีกระเป๋าดินสอ และทำพวงกุญแจ ซึ่งพวงกุญแจนี้ทุกคนต้องทำคนละ ๒ พวง แล้วนำไปให้พี่ๆเพื่อที่เขาจะนำไปขายยกรายได้เข้ามูลนิธิอีกต่อหนึ่ง

จ้าเล่าให้ฟังว่า พวกเธอเฝ้ารอเวลาที่จะมาแข่งขันที่กรุงเทพฯมาก เธอติดใจพี่ๆที่ได้มีโอกาสพบกันเมื่อครั้งไปแข่งที่สุราษฎร์ฯ และพวกเธอในกลุ่มคุยกันว่าจะทำของที่ระลึกมาฝากให้พี่ๆที่รู้จักทุกคน เพื่อการเซอร์ไพรส์ และเด็กๆทั้ง ๔ คนก็ซุ่มทำของที่ระลึกมาให้พี่ๆจริงๆ

พี่กลุ่มนั้นจำทีมของลูกได้ เขาทักทายกันที่สุราษฎร์ฯ "นี่ เจ้ากลุ่มนี้วาดรูปเต่าเมื่อปีที่แล้ว" เพียงประโยคเดียว มันทำให้จิตใจที่อ่อนโยนของเด็กๆโลดแล่น ของที่ระลึกที่เด็กทำมาให้ก็คือ "กระดาษคั่นหนังสือรูปเต่า" มันถูกบรรจงทำขึ้นมาอันต่ออัน พี่แต่ละคนจะได้ของตัวเอง มีชื่อระบุไว้ และมีลายเซ็นของเด็กๆสลักไว้ด้านหลัง

......................………

"จะขอตามรอยของพ่อ ท่องคำว่าเพียงและพอจากหัวใจ

เป็นลูกที่ดีของพ่อ ด้วยความรัก ด้วยภักดี ตลอดไป"

......................………

ถึงเวลาประกาศผลการตัดสิน

ก็เป็นไปตามที่คาดหมาย ผลงานของทีมนกฮูกไม่ติดอันดับ ๑ ใน ๓ เพราะผลงานที่ได้รางวัลนั้นเข้าขั้นเทพ ทั้งการจัดวางภาพ การลงสี และ character ของโรงเรียน

จังหวัดน่านได้ที่ ๑ สระแก้วได้ที่ ๒ เชียงใหม่และเชียงรายได้ที่ ๓ สมราคาจริงๆครับ

<img src="https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/194/556/large_IMG_1536.JPG" "="">


ครั้นเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เจ้าเปี๊ยกของผมก็หายไปกับพี่ไอโกะและน้องมิว

เธอบอกว่า จะไปหาพี่แจน พี่โอ๊ต พี่ตุ๊กตา ลุงวิน ลุงนัท (ก็คนที่พวกเธอติดตามตามติดมาตั้งแต่สุราษฎร์ จนถึง SCB Park นี่แหละ) เพราะยังมีพี่บางคนไม่ได้มาวันนี้ จึงต้องใช้วิธีการฝากไปให้ ส่วนพี่ๆก็ใช่ย่อย รับของฝากจากน้องๆมา ก็เลยรีบทำของที่ระลึกคืนมาให้น้อง มันเป็นพวกกุญแจถักด้วยไหม ถึงขนาดต้องถ่ายรูปทำพิธีมอบของกันที่หน้างานกันเลย

ผมถามน้องจ้าว่า "นี่ลูกถูกยาเสน่ห์ของพี่ๆ หรือพี่ๆถูกพวกลูกหว่านเสน่ห์ใส่กันแน่" คำตอบคือการหัวเราะ

"พ่อจ๋า จ้ามีความสุขมากเลยรู้มั้ย" เธอเปรยขึ้นมาขณะนั่งอยู่ในรถแท็กซี่ ตากำลังจะปิดด้วยทั้งเหนื่อยและความหิว

"เชื่อ พ่อเชื่อ ดูจากกิริยาลูกวันนี้ พ่อเชื่อแน่นอน" ผมตอบไปเบาๆ

"จ้าว่า จ้าสนุกเพราะพี่ๆมากกว่าวาดรูปเสียอีก" อ้าว เป็นงั้นไป

"จ้าได้ของที่ระลึกจากพี่แจน ได้กระปุกน้องอีซี่จาก SCB จ้าจะไปเขียนไดอารี่ กลัวลืม"

ลูกสาวผมโตขึ้นไปอีกขั้น

รู้จักการให้ความรักความผูกพันธ์กับผู้อื่น

รู้จักการจัดการในสภาวะกดดัน

รู้จักการไม่ตามใจครู ด้วยเรื่องตรงหน้ามันสำคัญและท้าทายกว่า

รู้จักการยอมรับผลการตัดสิน

เธอคงคิดตามผมไม่ทัน ว่าการกระทำในวันนี้ ตรงกับเนื้อหาของเพลงที่ร้องกันมาทั้งวัน "ตามรอยพระราชา"

......................………

"ร่วมกันสร้างความดีด้วยใจและกาย ก้าวตามรอยบาทองค์พระราชา"

ธนพันธ์ ชูบุญบันทึกไว้กันลืมด้วยว่าเป็นคนลืมง่ายเสียแล้ว

๒๖ พย ๕๙

เขียนบนฟ้า จบบนเตียงนอน

<img src="https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/194/558/large_IMG_1533.JPG" "="">

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (0)