ร่วมถวายพวงมาลาสักการะพระบรมศพ

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 และวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ข้าพเจ้ามีโอกาสเดินทางจากเชียงใหม่เพื่อไปยังพระบรมมหาราชวัง ได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อของปวงชนชาวไทย ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ถึงสองครั้ง

ราชสกุลเกษมสันต์ โดย ม.ร.ว.หญิง บุษกร และ ม.ร.ว.หญิง ทิพพาวดี เป็นผู้แทนสมาชิกราชสกุลเกษมสันต์ ถวายพวงมาลาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2559 เวลา 14.00 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

(ขอบคุณภาพภาพจากกล้องมือถือ ของ ผศ.ดร.จิรายุส พู่มนตรี และเฟสบุ้คกลุ่มราชสกุลเกษมสันต์)

แม้ต่างวาระกัน

ครั้งแรกนั้นข้าพเจ้าได้ไปในฐานะประชาชนธรรมดาๆ ที่ตื่นตีสองไปต่อคิวรอในราวตีสาม ได้เข้าถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในเวลาอีกสามชั่วโมงหลังประตูทางเข้ามณฑลพิธีสนามหลวงเปิดเวลา 04.00 น.

ครั้งที่สองในฐานะสมาชิกราชสกุล... ได้ร่วมถวายพวงมาลาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ใกล้ชิดกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้า และกราบพระองค์ท่านจากเบื้องซ้ายพระบรมโกศ

มาฟังความรู้สึกและเล่าจากที่ได้เข้าร่วมงานกันค่ะ

ก่อนหน้านั้นเพียง 5 วัน มีกำหนดการแจ้งสื่อสารมายังสมาชิกราชสกุลเกษมสันต์ เชิญโดยพร้อมเพรียงทุกท่านเพื่อจะเข้าถวายพวงมาลาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2559 เวลา 14.00 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง การแต่งกาย ชาย เครื่องแบบราชการปกติขาว/ชุดขอเฝ้า สวมปลอกแขนไว้ทุกข์ หญิง ชุดไทยจิตรลดาสีดำ รวบผมหรือเกล้า รองเท้าหุ้มส้น สวมถุงน่องสีดำ และไปถึงบริเวณทางเข้าหน้าพระที่นั่งฯ ก่อนเวลา 13.45 น. และงดถ่ายภาพตลอดการร่วมพิธี

การเตรียมการทุกอย่างพร้อมตั้งแต่วิ่งหาชุดไทยจิตรลดาและชุดขอเฝ้าสำหรับน้องชายซึ่งมิได้รับราชการเหมือนอย่างพี่ๆ แต่อุปสรรคการจัดการผ่านไปด้วยดี การเตรียมตัวซื้อตั๋วเดินทางเรียบร้อยโดยพี่สาวเป็นผู้บริหารจัดการ สรุปเราเดินทางแบบติดปีกนกแอร์บินไปเช้า กลับค่ำ

มีความกังวลในหัวใจ

เหลือเวลาอีกเพียงสองวัน พี่สาวเอ่ยอย่างเป็นกังวลจากคลื่นความคิดของผู้คนที่แพร่ผ่านมาทางไลน์จากบทความของพิธีกรอ่านข่าวช่องเนชั่นทีวีที่ ดูจะบานปลาย จนสื่อมวลชนนำเสนอ เช่น ไทยโพสต์ ...วันนี้อ่านข่าว เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ติติงผู้ที่ไม่ได้มาต่อแถวรอถวายสักการะพระบรมศพเหมือนประชาชนส่วนใหญ่ เป็นหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรต่างๆ ที่มีตั้งแต่การทำหนังสือขอมาเป็นพิเศษ หรือหน่วยงานที่สลับหมุนเวียนกันมา ขอเข้าสักการะเป็นกรณีพิเศษ ผ่านช่องทางต่างๆ... แม้นว่าผู้ใหญ่ทางราชการจะออกมาชี้แจงและรับเอาความคิดเห็นที่สะท้อนออกมาจากทุกฝ่ายไปปรับปรุงระมัดระวังมิให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก เช่น ข่าว "สุวพันธุ์" ยืนยัน ไม่มีข้าราชการแซงคิวกราบพระบรมศพ - Nation TV และกระทั่ง รัฐสั่งงดนำขรก.เข้าสักการะพระบรมศพตั้งแต่ 3 ธ.ค..

แต่คุณพี่สาวก็ไม่ยอมคลายความกังวลไป และเราเองก็เหมือนกัน คิดไปต่างนานาก่อนไป “เขาจะคิดว่าเราไปแซงคิวเขาไหม เขามารอนานเป็นสี่ห้าหกชั่วโมงแล้วนะ แล้วเราจะได้ขึ้นไปกราบถวายบังคมพระองค์ท่านในทิศทางเดียวกับที่ประชาชนและข้าราชการหรือเปล่า”

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องดำเนินการคือการลา ในเวลากระชั้นชิด เราเลือกการลาเป็นการลาพักผ่อนทั้งที่ใจตุ้มต่อมว่าจะต้องเปลี่ยนเป็นการลาป่วยโดยหลอกลวงโกหกหรือไม่ เนื่องจากมีกฎะเบียบห้ามการลาพักผ่อนโดยกะทันหัน ต้องสามสี่วันทำการขึ้นไป ส่วนลากิจมิให้เอ่ยถึงเพราะผู้บังคับบัญชาเราปรารถนาดีไม่อยากให้ลา เหตุผลว่าจะโดนหักเงินเดือนเมื่อเกษียณ เราคนมาทีหลังเข้าใจว่าน่าจะเป็นวัฒนธรรมพิเศษ ทุกคนในหน่วยงาน ต้องยื่นการลาพักผ่อนแทน ต่อให้เป็นงานสลดเศร้าขาวดำก็ตาม แต่กลับตรงกันข้ามกับคุณพี่สาว มัวทำงานยุ่งจนหัวฟูจากที่ฟูอยู่แล้วจนลืมส่งใบลาพักผ่อน พี่ HR ของหน่วยงานบอกว่าให้เขียนใบลากิจส่วนตัวไปอย่างด่วน ไม่มีใครมาหักเงินเดือน ลาได้ลาไป หลวงอนุญาตให้ไม่เกิน 15 วันต่อปีโดยไม่หักเงินเดือน( ก็แปลกดี อยู่ในองค์เดียวกัน ดูแลผลประโยชน์ไม่เท่าเทียมกัน) อ้าว! แล้วตกลงเราลาพักผ่อนไปงานพระราชพิธีที่ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นเลยในชีวิตนี้หรือนี่ อยากร้องไห้อีกแล้ว

วันเดินทางมาถึง ทุกอย่างราบรื่น เครื่องบินออกตรงเวลาและถึงตามเวลาดีมาก ทันทีที่เท้าเราแตะพื้นสนามบิน เราสามพี่น้องตรงรี่ไปเช็คอินขากลับไว้ก่อนเลย เผื่อคนเยอะจะได้ไม่ต้องรอนาน พนักงานภาคพื้นดินแปลกใจจากสภาพการแต่งกายเต็มที่ และยังไม่ทันเดินทางออกจากสนามบิน การเดินทางเข้าเมืองอาศัยแท็กซี่สนามบิน ใช้เวลารอคอยและฝ่ารถติดไปยังบริเวณท่าน้ำวังท่าพระก็เกือบเที่ยง อากาศอบอ้าวจนความตั้งใจว่าจะไปเดินริมกำแพงพระบรมมหาราชวังหายไป จึงได้แต่หลบเลี่ยงแสงแดดที่แผดจ้าอยู่แต่ในห้องอาหารสโมสรราชนาวี ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ จนใกล้ได้เวลานัดพบญาติผู้ใหญ่ แต่ที่สุดก็พลัดหลงกัน หลังจากได้เข้าไปภายในบริเวณที่นั่งรอพิธี อากาศในบ่ายวันนั้นเป็นใจ มีฝนโปรยปรายบ้างแต่ไม่หนัก เราได้พบเครือญาติที่คุ้นหน้ากันบ้างจากช่องทางการใช้สังคมออนไลน์ และญาติผู้ใหญ่ที่แม้สุขภาพอ่อนแรงแต่ความจำยังแม่นยำ

ระหว่างนั่งพักรอเวลาตามกำหนดการ ความทรงจำในวันที่ 12 พฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านมาได้เพียงสัปดาห์เดียวก็กลับมา ในฐานะประชาชนผู้ยืนรอต่อคิว เดินทางผ่านประตูพระบรมมหาราชวังชั้นนอกสู่ชั้นในสู่ประตูกำแพงแก้วเข้าสู่อาณาเขตพระที่นั่งดุสิตฯ ปฏิบัติตนตามระเบียบที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังบอกทุกขั้นตอน จนกระทั่งได้เวลาที่เจ้าหน้าที่มาเชิญให้เข้าทำพิธีการถวายพวงมาลาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมาชิกราชสกุลเกือบ 100 คน ลุกไปตั้งแถวแทรกกลางแถวกลุ่มพี่น้องประชาชน หลายคนในกลุ่มของเราไม่กล้าสบสายตาพวกเขาซึ่งต่างมองมาที่เราอย่างกังวลใจ เช่นเดียวกับที่เรากังวล “เป็นใครกัน เราต้องหยุดรอก่อนใช่ไหม”

แต่สุดท้ายแล้วพวกเรารู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่นำทางเราเดินอ้อมไปยังบริเวณทางขึ้นพระที่นั่งด้านหลังซึ่งจัดไว้เป็นพื้นที่ฉพาะของกลุ่มราชสกุล ให้ได้รับโอกาสเข้ากราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้า และกราบองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากเบื้องซ้ายพระบรมโกศ จากนั้นลงมานั่งนำความสงบในสมาธิส่งดวงพระวิญญาณของพ่อหลวงในพื้นที่ที่ถูกจัดไว้ และแสดงตัวตนลงชื่อการมากราบพระองค์ท่าน ในระหว่างการถวายพวงมาลาสักการะพระบรมศพฯ นั้นเอง

จู่ๆ เราก็ตกใจเมื่อเจ้าหน้าที่อธิบายคำแนะนำลำดับขั้นตอนในการวางพวงมาลาถวาย เรียบร้อยแล้วเอ่ยถามว่า มีช่างภาพมาด้วยไหมครับ มีกล้องถ่ายรูปหรือเปล่าครับ ทุกคนนิ่งเงียบไปหลายวินาที แม้กระทั่งเราเอง เพราะเราพร้อมปฏิบัติตาม กฏระเบียบที่เตือนกันในกลุ่มมาแล้วล่วงหน้า อีกทั้งยังมีป้ายโปสเตอร์สแตนด์ห้ามการบันทึกภาพใดๆ ในพื้นที่ รวมไปถึงข่าวไม่งามที่ข้าราชการกระทำจนประชาชนเห็นประจักษกันถ้วนทั่ว ทุกคนมีมือถือ แต่เก็บไว้มิดชิด มีท่านหนึ่งได้สติหยิบยื่นโทรศัพท์มือถือให้เจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยทำการบันทึกภาพให้ ทำให้เรามีภาพประวัติศาสตร์ของราชสกุลเก็บไว้

เก็บตก ก่อนกลับบ้านเชียงใหม่ แวะจิบน้ำชายามบ่าย และคุยสัพเหระกันในระหว่างพี่น้อง

เพิ่มเติม

มีโอกาสให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุ FM100 เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2559 ฟังออนดีมานด์>>ที่นี่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร



ความเห็น (2)

New
IP: xxx.68.233.35
เขียนเมื่อ 

บุคคลที่ไม่ใช่ราชสกุลสามารถนำพวงมาลาที่ประดิษฐ์เองไปถวายได้มั้ยครั

ตอบคุณ New ค่ะ ตามที่ชมข่าวในพระราชสำนักช่วงข่าวภาคค่ำ มีหน่วยงานที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลฯ นำพวงมาลาถวายสักการะด้วยค่ะ ทั้งนี้ต้องมีการประสานงานอนุญาตจากสำนักพระราชวังล่วงหน้า