Waldorf Ed.

ผู้ก่อตั้ง : รูดอล์ฟ สไตเนอร์

ผลงานตีพิมพ์ : The Philosphy of Freedom " ปรัชญาแห่งความเป็นอิสระและหลุดพ้น "

พื้นฐานแนวคิดของวอลดอล์ฟ มาจากมนุษย์ปรัชญา : เขาสนใจศึกษาธรรมชาติของมนุษย์และการแสวงหาความจริง

แนวคิดสำคัญ มนุษย์มีชีวิตอยู่ในโลก 3 โลกคือ โลกแห่งวัตถุ ( Physical word) โลกแห่งความรู้สึก (soul word) และโลกแห่งจิตวิญญาณ (physical body)

ช่วงอายุ

พัฒนาการของระบบภายในร่างกาย

กิจกรรมภายใน

ระดับการตระหนักรู้ขณะเรียน

สิ่งสำคัญต่อการเรียนรู้การเรียนรู้ที่สำคัญ

การเรียนรู้ที่สำคัญ

0 – 7 ปี

ระบบย่อยอาหารและการเจริญเติบโตของแขนขาเพื่อสร้างรูปกาย

ความมุ่งมั่นตั้งใจ

(Willing)

ไม่รู้ตัว

ความประทับใจในผู้ที่เป็นต้นแบบ

จำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกนี้ดี

7 – 14 ปี

ระบบหายใจและการเต้นหัวใจเพื่อสร้างพื้นอารมณ์

ความรัก

(Feeling)

กึ่งฝัน

ความรักในผู้นำ

จำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกงดงาม

14 – 21 ปี

ระบบประสาทเพื่อสร้างการคิดเหตุผล

ความคิด

(Thinking)

รู้ตัว

ความรับรู้ในความถูกต้อง

จำเป็นต้องเรียนรู้ว่าโลกจริง

ช่วงวัยแรกเกิด - 7 ปีการพัฒนาความรู้สึกกับโรคที่เกิดจากความมั่นใจและเป็นสุขคือ

1. ความรู้สึกจากการสัมผัสจะทำให้เกิดความสุขไม่หวาดกลัว

2. ความรู้สึกแห่งชีวิตจะทำให้รู้จักความสุขแจ่มใส

3. ความรู้สึกจากการเคลื่อนไหวจะทำให้เด็กรู้สึกเป็นอิสระ

4. ความรู้สึกสมดุลของร่างกาย จะทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและสงบภายในพัฒนาความมุ่งมั่นตั้งใจ (ปฐมวัย)

การจัดการศึกษา

o แรกเกิด - 7 ปีเรียนรู้จากการกระทำการกระทำความดีด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ

o เกิดความสมดุล กาย( ลงมือกระทำ) หัวใจ( ความรู้สึก ความประทับใจ ) สมอง( ความคิด )

o แรกเกิด - 7 ปี วัยเรียนแบบ ความคิดจากผู้ใหญ่ ซึมเข้าไปในตัวเด็ก จึงยึดหลัก 3 ข้อดังนี้

1. การทำซ้ำ ( Repetition) เด็กควรได้มีโอกาสทำสิ่งต่างๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนการกระทำนั้นซึมลึกลงไปในกายและจิตจนเป็นนิสัย

2. จังหวะที่สม่ำเสมอ ( Rhythm )กิจกรรมเป็นไปตามจังหวะสม่ำเสมอเหมือนลมหายใจเข้า – ออก ยามจิตใจสงบและผ่อนคลาย เด็กจะได้รู้สึกมั่นคงและปลอดภัย

3.ความเคารพและการน้อมรับคุณค่าของทุกสิ่ง (Reverence) กิจกรรมและสื่อธรรมชาติที่จัดให้เด็กเพื่อให้เด็กเคารพและน้อมรับคุณค่าของสิ่งต่างๆที่เกื้อหนุนชีวิตมนุษย์ ความเคารพและน้อมรับคุณค่าของสิ่งต่างๆจะเป็นแก่นของจริยธรรมตลอดชีวิตของเด็ก

การจัดบรรยากาศ

o เรียนรู้จากการเลียนแบบซึ่งการเลียนแบบ (จิตใต้สำนึก)

o กลิ่นหอมของธรรมชาติเป็นส่วนที่ทำให้บรรยากาศสงบและอ่อนโยน

o ทฤษฎีเกี่ยวกับสีของเกอเธต์และสถาปัตยกรรมตามแนวมนุษย์ปรัซญาเป็นพื้นฐานในการจัดบรรยากาศการเรียนรู้สำหรับเด็กในศาสตร์ด้านการศึกษา สีที่เหมาะสมกับเด็กแรกเกิดถึง 7 ปีคือ สีส้มอมชมพูเพราะเป็นสีที่นุ่มนวลทำให้เด็กรู้สึกถึงความรักความอบอุ่นและช่วยให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใส

o แสงที่พอเหมาะกับเด็กอนุบาล คือ แสงธรรมชาติที่ไม่จ้าเกินไปหรือมืดเกินไป เพราะทำให้เกิดความร้อนและเด็กจะขาดสมาธิ ม่านผ้าจะช่วยกรองแสงให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ

o เสียงที่ไพเราะอ่อนโยนและดังพอเหมาะช่วยให้จิตใจอ่อนโยนด้วยเหตุนี้เสียงธรรมชาติ เป็นส่วนสำคัญในการจัดบรรยากาศเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้

เนื้อหาสาระ : ผ่านประสบการณ์เล่น

ภาษา

O ครูต้องพูดจาไพเราะ นุ่มนวล ชัดเจน

O นิทานคำประพันธ์

O เล่านิทานปากเปล่า

O การกระตุ้นจิตนาการ

O ไม่เปิดเทป นิทาน เพลง เพราะภาษาจากสื่อเหล่านั้นเป็นภาษาที่ไม่มีชีวิต

O การเล่านิทานประกอบหุ่น (ละครหุ่น)

*** สำหรับภาษาเขียนยังไม่เน้นในวัยนี้ แต่ก็เปิดโอกาสให้เด็กได้วาดภาพและ/หรือขีดเขียนอย่างอิสระ

คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

ของเล่นที่เป็นวัสดุธรรมชาติ เช่น แท่งไม้ ก้อนหิน กรวดผ้า ลักษณะต่างๆของวัตถุและรูปเรขาคณิตเหล่านั้น เขาจะได้ฝึกทักษะการจำแนกและจัดกลุ่มกิจกรรมประจำวันตามหลักการทำซ้ำ ทำให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะวิทยาศาสตร์จากการสังเกต และทำนายความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติรอบตัวทุกๆวันตลอดเวลานอกจากนี้เด็กจะได้เรียนรู้แนวคิดด้านเวลา และทักษะการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ทั้งในตัวและในธรรมชาติ

ศิลปะ การระบายสี การปั้นและการวาด

สีมีความสำพันธ์กับความรู้สึก ดังนั้นสีจึงเป็นสื่อสำหรับประสบการณ์ของดวงจิต การมองสี คือ การมองเข้าไปในดวงจิต ดังนั้นครูจะให้เด็กใช้สีน้ำและสีขี้ผึ้งในการระบายสี และใช้ขี้ผึ้งสีในการปั้น

ดนตรี

พัฒนาการและจิตของเด็กให้สมดุลกลมกลืน เสียงมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกและเป็นประสบการณ์ของดวงจิต เพราะ

การฟังเสียง คือการฟังดวงจิต เพลงที่เหมาะสำหรับเด็กอนุบาลเป็นเพลงทำนองเพนทาโทนิค ซึ่งเป็นเสียงที่นุ่มนวลฟังแล้ว

เบาสบาย สื่ออารมณ์ความรู้สึกของเด็กได้ดี เพลงที่ใช้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการร้อง โดยครูร้องด้วยเทคนิคของศรีษะ(head tone) ซึ่ช่วยทำให้เด็กสงบ เครื่องดนตรีที่ครูใช้ได้แก่ pentatonic harp, pentatonic recorder เครื่องดนตรีที่เด็กใช้มักเป็นเครื่องดนตรีที่สามารถเลียนเสียงธรรมชาติรอบตัวได้ เช่น

finger cymbal สำหรับเสียงนกหัวขวาน

glockenspiel สำหรับเสียงนกไนติงเกล

couckoo's สำหรับเสียงนก cuckoo

การเคลื่อนไหว : ยูริธมี

ยูริธมีเป็นศิลปะการเคลื่อนไหวที่รูดอล์ฟ สไตเนอร์ได้พัฒนาขึ้นเป็นศิลปะการเคลื่อนไหวร่างกายที่แสดงให้เห็นกฎเกณฑ์และโครงสร้างภายในของภาษาพูดและดนตรี สำหรับเด็กปฐมวัยมักเป็นคำกลอนที่ผูกเป็นนิทานหรือเรื่องเล่าสั้นๆที่ให้เด็กทำท่าประกอบ จะทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

กิจกรรมประจำวัน

อุปกรณ์การสอนที่เตรียมไว้ให้เด็กเล่นจะเป็นของเรียบง่าย เช่น แท่งไม้ ก้อนหิน กรวด เปลือกหอย เมล็ดพืช ด้าย และไหมสีต่างๆพร้อมไม้สำหรับถัก กรอบไม้สำหรับทอผ้า สะดึงสำหรับปักผ้า ตระกร้าเย็บผ้า ผ้าเส้นใยธรรมชาติสีและขนาดต่างๆ

อ่านต่อได้ที่ : https://www.gotoknow.org/posts/499236