ศัพท์อังกฤษ

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถือว่าถูกต้องในที่นี้ เป็นไปตามมาตรฐานของภาษา

Revised on 2016.11.24

Ref.#594823 www.gotoknow.org


Acronym และ Apostrophe

Acronym นาม

Dictionary.com สะกดคำอ่าน“acronym”

(เน้น พยางค์ แรก ak) ว่า “ak-ruh-nim”

American Heritage Dictionary

อธิบาย การใช้ “acronym”

แบบเคร่งครัดใช้ “acronym”

อ้างอิง “a word” นำมาจาก “อักษรเริ่มต้น”

หรือ”ส่วนของ” คำอื่น เช่น

“sonar” มาจาก ‘so (ound), na (vigation) และ r(anging)’

“UNESCO” มาจาก “United Nation Educational, Scientific, and Cultural Organization.”

จุดเด่น ที่ทำให้เห็นความแตกต่าง ของ“acronym”

คือ การออกเสียง เสมือนเป็น “คำเดียว”

ในลักษณะเช่น “NATO” และ “NASA”

การออกเสียง “acronym” ที่แตกต่าง

คือ การออกเสียง เป็นรายอักษร ในคำเช่น

“FBI” และ “NIH”

ความแตกต่าง ในการออกเสียงนี้ ต้องใช้การสังเกต จดจำ เป็นสำคัญ


Farlex Trivia Dictionary

อธิบาย “acronym” ว่าคือ

การทำคำย่อ ด้วยการจัดรูป จาก “อักษรตัวแรก”

หรือ “ส่วนของคำ” ที่ต่อเนื่องกัน

แตกต่างจากวิธีอื่น คือเป็น “คำใหม่ ที่อ่านออกเสียงได้” เช่น

“RADAR” “SCUBA”

อีกวิธี เรียก “Initialisms” (บางครั้ง เรียก ‘alphabetisms’)

เป็นการจัดรูป “คำย่อ จากอักษรตัวแรก” ของหลายคำที่ต่อเนื่อง

โดยออกเสียง แต่ละคำเหล่านี้ ตามลำดับ เช่น

“BYOB” “USA” “DVD”


WIKITIONARY

ให้คำจำกัดความ “acronym”

แบบที่ หนึ่ง คือ “คำย่อ”

จัดรูป ด้วยการใช้ อักษร (ปกติ คำแรก) จากคำ หรือชุดของ คำ

ที่ โดยตัวเอง ออกเสียง เป็นคำเดียว

บางครั้ง ต่างจาก “initialism” (ดูข้างต้น)

แบบที่ สอง คือ “คำที่สามารถออกเสียงได้”

จัดรูป “จากคำแรก (อักษร/พยางค์) ของคำอื่น”

และ แสดงแทน วลี ที่ได้นั้น เช่น

“Benelux” แสดงแทน “Belgium” “Netherlands” และ “Luxembourg”

ที่ถือว่าเป็น “political” หรือ “economic” whole

และ แบบที่ สาม คือ คำย่อใดๆ ที่จัดรูปย่อ

โดยไม่คำนึงถึง การออกเสียง เช่น

“TNT” “BBC” “IBM” หรือ “XML”


และ Wikitionary อธิบาย การใช้ “acronym” ดังนี้

มีการใช้ แบบที่ สาม ก่อน แบบอื่น

หากแต่บางครั้ง ถูกวิจารณ์ ว่าควรเรียกเป็น “initialism”

กับ คำย่อ ที่ไม่อาจออกเสียงเป็น คำธรรมดา ได้

โดยทั่วไป จะเขียน คำย่อ แบบ “initialisms”

เป็น “อักษร พิมพ์ใหญ่ ทุกตัว”

เช่น “EDP” “IT”

ส่วน “acronym” ที่เป็นคำอ่านได้ เขียนด้วย “อักษรพิมพ์ เล็ก”

เช่น “radar” “scuba”

การใช้แบบ American มี “กฎทั่วไป” ว่า

คำ “acronyms” มีอักษร มากกว่า สี่ตัว

ห้เขียนด้วย “อักษรพิมพ์ เล็ก”

เช่น “laser” (ยกเว้น “UNESCO” “UNHCR” และอีกบางคำ)

ขณะที่ คำ สี่อักษรหรือ น้อยกว่า เขียนทั้งหมดเป็น “อักษร พิมพ์ใหญ่”

เช่น “NATO”

การใช้ แบบ ยุโรป จะเขียนว่า “Nato”

โดย ถือว่า เป็นทั้ง คำ “acronym” และ “proper noun”


การเขียนแบบดั้งเดิม ต้องใส่ “full stop” (period)

ที่ทุกตัว อักษร แต่ปัจจุบัน ไม่ใช้


Apostrophe นาม

Dictionary.com สะกดคำอ่าน“apostrophe”

(เน้น พยางค์ สอง pos) ว่า “uh-pos-truh-fee”


Farlex Trivia Dictionary

อธิบาย “apostrophe”

คือ “เครื่องหมายวรรคตอน” (‘) (punctuation mark)

หน้าที่เบื้องต้น คือ การแสดง “grammatical possession” หรือ

“contraction of two words” (การย่อ ของ สองคำ)

บางครั้ง สามารถใช้ “apostrophe” เพื่อ

ทำรูป พหุพจน์ ให้แก่ “irregular pronouns” เช่น

“อักษร เดี่ยว” คำย่อ” และ”จำนวน เลขตัวเดียว”

ข้อสังเกต:

รูปของ “apostrophe” เหมือนกับ “quotation mark”

จึงต้องระมัดระวัง ความสับสน


Common Errors in English Usage

อธิบาย การใช้ “apostrophe” ปัจจุบัน ที่ต่างจากเดิม

โดยต่อท้ายคำ ด้วย “s” เพื่อให้เป็นพหูพจน์ ที่ใช้กันทั่วไป เช่น

“ICBM’s” “NGO’s” และ “CD’s”

ซึ่งหลายคน “คัดค้าน” ว่าเป็นการละเมิด “กฎ”

ที่ห้ามใช้ “apostrophe” นำหน้า “s” ให้เป็นพหูพจน์


การเขียน ที่ถูกต้อง ที่ใช้ทั่วไป และเป็นที่ยอมรับ ในทุกเนื้อหา เช่น

“CDs” “NGOs” และอื่นๆ รวมถึง

“learn your ABC’s” “mind your P’s and Q’s”


Collins English Dictionary

อธิบาย การใช้ “apostrophe” นาม คือ “punctuation mark”

เพื่อ “แสดงให้เห็น ‘อักษรหรือตัวเลข’ ที่ละ (เว้น) ไว้” เช่น

‘He’s” แทนคำเต็มว่า “He has/he is”

รวมทั้ง คำที่ไม่ออกเสียง เช่น “o’er” แทน “over”

และ คำที่ออกเสียง เช่น “gov’t” แทน “government”

และใช้เพื่อให้เป็น รูป “possessive” เช่น

“John’s father” และ “woman’s”