วัยเรียนรู้คือจุดเริ่มคุณค่าแห่งชีวิต


ขอบพระคุณอาจารย์นักกิจกรรมบำบัดและนักศึกษากิจกรรมบำบัด ม.มหิดล ทุกท่านที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง "การพัฒนาความสามารถในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตตลอดทุกช่วงวัย" ทำให้ผมสะท้อนกระบวนการเรียนรู้ด้านกิจกรรมบำบัดศึกษาที่ควรเน้นการสังเกต การตั้งคำถาม และการบูรณาการฟัง-พูด-อ่าน-เขียนในกรณีศึกษาจริงที่ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมด้วยบริบทครอบครัวและญาติกับนักศึกษาก่อนที่อาจารย์จะถ่ายทอดประสบการณ์คลินิกในชั้นเรียน

ตัวอย่างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "การพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน อายุ 2-6 ปี"

ความหมายโดยนัยหรือความรู้ความเข้าใจในความหมายหัวเรื่อง (Implication):

  • ความแตกต่างระหว่างการพัฒนาเด็กกับการอ้างอิงกรอบพัฒนาการเด็ก คือ การพัฒนาเด็ก คือ การประเมินและออกแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต (ความสุขความสามารถในการจดจ่อทำสิ่งต่างๆอย่างมีเป้าหมาย) ที่เชื่อมโยงกันด้านทักษะร่างกายและจิตสังคมขณะดูแลตนเอง การเรียนรู้บูรณาการกับการเล่น และการมีส่วนร่วมเข้าสังคม ขณะที่กรอบพัฒนาการเด็ก คือ การประเมินและกระตุ้นการเติบโตของเด็กให้เหมาะสมตามช่วงวัย 0-18 ในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ อารมณ์ ภาษา และสังคม ทั้งนี้ความเหมือนกันระหว่างการพัฒนาเด็กกับการอ้างอิงกรอบพัฒนาการเด็กคือ การแยกแยะและตั้งเป้าหมายเพื่อการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการในการช่วยเหลือดูแลเป็นพิเศษกับเด็กที่มีสุขภาพดีให้มีสุขภาวะทุกมิติ (กาย จิต สังคม ปัญญา และจิตวิญญาณ - จิตมุ่งมั่นรู้ใจตนและเข้าใจผู้อื่น) ต่อเนื่องสู่วัยผู้ใหญ่และสูงวัยจนถึงวาระสุดท้าย
  • คลิกที่นี่เพื่อการเรียนรู้ Occupational Performance Questionnaires หรือ OPQ ในงานวิจัยทางกิจกรรมบำบัดล่าสุด

การประยุกต์ความหมายของหัวเรื่องในการใช้ชีวิต (Application):

  • คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกทักษะชีวิตของลูกวัยนี้ด้วยความสนใจเชิงบวก หรือ Positive Attention ด้วยการจัดการสื่อสาร หรือ Communication Management โดยเป็นตัวอย่างการดูแลผู้อื่นๆ ด้วยทักษะเมตตา หรือ Empathy Skills in Caring Others ประกอบกับการนำพาตัวเองเป็นต้นแบบพลเมืองดีในชุมชน (Community Mobility) กับกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่ดีงามในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะโดยแท้จริง (Social Movement for Occupational Well-Being)
  • การสื่อสารไม่บังคับทั้งการเข้าห้องน้ำ (ไม่จู้จี้ ไม่ติเตียนผู้อื่น) และการรับประทานอาหาร (ไม่เอาแต่ใจ ไม่เลือกมาก) ให้ลูกเกิดความตึงเครียดทางอารมณ์ (โดยเฉพาะก่อน 4 ปี พ่อแม่ควรมีสติสัมปชัญญะในการสื่อสารเชิงบวก ถ้าตำหนิติเตียนดุด่าลูก...ลูกจะจำฝังใจไปตลอดชีวิต) จะส่งผลให้การปรับตัวที่ยืดหยุ่นและมีบุคลิกภาพที่ดี ส่งผลให้ทักษะจิตสังคมมีเป้าหมายที่ชัดเจนเกิดการเชื่อมโยงการเล่นกับการเรียนและการใช้เวลาว่างเรียนรู้ต้นแบบพ่อแม่ในสังคม เรียกว่า Social Play & Learn ด้วยอารมณ์ขันของพ่อแม่และมีการใช้เวลาที่สมดุลระหว่างการทำงานประจำและการใช้เวลาว่าง (Work and Leisure Balance) กระตุ้นกระบวนการคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ให้ลูกๆ ได้ในระยะยาวโดยเฉพาะการฝึกทักษะชีวิตที่ต่อเนื่องและมีความสุขตั้งแต่กิจวัตรประจำวันของทั้งลูกและพ่อแม่ให้มีอารมณ์บวก นอนหลับพักผ่อนพอเพียง 6-8 ชม. เกิดการเรียนรู้ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์สื่อสารสาธารณะอย่างสร้างสรรค์ทั้งภายในครอบครัวและการริเริ่มทำกิจกรรมพลเมืองดี

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่มีตกผลึกกระบวนการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมบำบัด

เรื่องเล่าจากบ้านพี่ริว
ตอน เกือบไปแล้ว
วันนี้แม่อาบน้ำให้น้องเรย์เสร็จพี่ริวก็เข้าไปอาบต่อในกาละมังน้องต่อ แม่แต่ตัว เอาเรย์หม่ำนม พับผ้าก็แล้วแต่ๆๆๆทำไมคุณพี่ริวยังอาบน้ำไม่เสร็จ เดินเข้าไปดูในห้องน้ำ ภาพข้างหน้าหัวคุณริวมีฟองโฟมอาบน้ำน้อง ขวดโฟมอาบน้ำน้องลอยอยู่ในอ่างน้ำ ฝาวางกองที่พื้นแม่เจ้าโฟมคุณเรย์หมดขวดวินาทีนั้น แบบ.......เกือบไปแล่วคุณริว ดีที่โฟมน้องใกล้หมดดีกรีความเสียดายของแม่มันเลยไม่พีคมาก555แต่ก็เคืองนะหยิบฝาโฟมขึ้นมาแล้วนั่งยองๆหน้าริว
แม่...ริวทำแบบนี้ทำไมคับ เสียงเข้มนิดหนึ่ง
ริว...มองหน้าแม่นิ่งๆไม่ตอบ
แม่เริ่มรู้สึกตัวว่าคำถามน้ำเสียงคงแข็งไปริวคงกลัวไม่กล้าพูดความจริงปรับเสียงลงหน่อย
แม่...พี่ริวเพราะอะไรริวถึงเปิดฝาโฟมน้องแบบนี้คับ
ริว...ยังนิ่งและมองแม่แบบคิดๆ แม่ส่งยิ้มใหใ้หน่อยๆ
ริว...ริวอยากรู้ว่าเพราะอะไรทำไมมันกดโฟมไม่ลงริวเลยเปิดดู เห้ยในใจเลยแม่ แบบลูกอยากรู้ที่มาที่ไปของปัญหา สงสัยก็เลยหาคำตอบ ถึงมันจะทำให้เสียของไปบ้างแต่ก็ทำให้เรารู้ว่าาลูกไม่ใช่คนที่เจอปัญหาแล้วหนีแต่พยายามจะแก้ไข เกือบไปแล้ว...อิแม่เกือบขาดสติเพราะความโกรธที่จริงน่าจะบอกว่าเพราะความงก555เกือบจะตะเบงเสียงตะคอกลูกถามแบบเอาผิดกับลูก ลูกคงกลัวและคงไม่กล้าพูดความจริงกับแม่และแม่คงไปสะกัดกั้นต่อมความคิดของลูกในอนาคต ขอบคุณความพอดีในวันนี้ที่ทำให้แม่มีสติพอที่จะไม่ทำผิดพลาดกับเหตุการณ์นี้จดแม่ต้องรู้สึกผิด ได้แต่บอกตัวเองว่า เกือบไปแล้ว เรา5555ต่อไปแม่จะนึกถึง่คำของ อาจารย์ดร.ป๊อบไว้ให้ขึ้นใจ ว่่า จงมองที่เจตนาของลูกไม่ใช่ผลของการกระทำ เครดิตพี่ป๊อบเลยคำนี้@Supalak Khemthong คำพูดพี่ป๊อบมันทำให้เหตุการณ์ที่จะดูรุนแรงกลายเป็นสถานการณ์ที่ดีๆได้เสมอ ขอบคุณมากๆเลยคะ

ตัวอย่างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "การพัฒนาเด็กวัยเรียน อายุ 7-12 ปี"

ความหมายโดยนัยหรือความรู้ความเข้าใจในความหมายหัวเรื่อง (Implication):

  • อะไรคือข้อคิดสำคัญในการพัฒนาเด็กวัยเรียนสำหรับนักกิจกรรมบำบัด...การพัฒนาเด็กในวัยเรียน คือ การประเมินและออกแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต (ความสุขความสามารถในการจดจ่อทำสิ่งต่างๆอย่างมีเป้าหมายและมีความหมาย) ที่เชื่อมโยงกันระหว่างขอบเขตของกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational Integration) เช่น การประกวดร้องเพลง ผสมผสานระหว่างการใช้เวลาว่างทำกิจกรรมสร้างสรรค์ การศึกษานอกห้องเรียน และการเข้าสู่สังคมเพื่อเป็นจุดเริ่มแห่งการสะสมความสำเร็จตลอดช่วงวัยหรือ Successful Aging ส่งผลให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจและมีคุณค่าเข้าใจความถนัดด้วยความเป็นตัวของตนเอง - มีแรงจูงใจอย่างต่อเนื่องมากขึ้น (Master Motivation)

การประยุกต์ความหมายของหัวเรื่องในการใช้ชีวิต (Application):

  • คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกทักษะชีวิตของลูกวัยนี้ด้วยความตั้งใจเชิงบวก หรือ Positive Intention ด้วยการจัดการสื่อสาร หรือ Communication Management โดยเป็นปรับบทบาทของตนเองให้กลายเป็นเพื่อนกับลูกๆ คอยสังเกตให้เป็นตัวอย่างการเข้าสังคมในฐานะพลเมืองดีที่ประสบความสำเร็จมีความสามารถและมีสุขภาวะโดยแท้จริง (Acutal Occupational Performance through Realistic Occupational Well-Being)
  • การสื่อสารสัมพันธ์สร้างสรรค์ให้เกิดทักษะการรู้คิดขั้นสูง (Metacognition) เชื่อมโยงกายและจิตสังคมที่มีเป้าหมายและความหมายที่ชัดเจนเกิดการเชื่อมโยงจากการเล่นแสดงบทบาทสมมติสู่บทบาทการใช้ชีวิตจริงจากต้นแบบเพื่อน ครู พ่อแม่ และคนผ่านสื่อสารมวลชน เรียกว่า Social Supporting Systems โดยเน้นการจัดการสุขภาวะอารมณ์ (Emotional Coping Skills) และการตัดสินใจแก้ปัญหาตามบริบทวัฒนธรรมที่หลากหลาย (Cultural Diversity)

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่มีตกผลึกกระบวนการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมบำบัด

คำถามจากกรณีศึกษา: สวัสดีค่ะ เรียนอาจารยศุภลักษณ์ ดิฉันเป็นป้าของเด็กชายอายุ กำลังจะครบ 8 ขวบ มีอาการที่ไม่เปล่งเสียงเป็นคำๆ ตั้งแต่เล็ก เคยหลุดมาบางคำแล้วไม่พูดอีก ถูกเลี้ยงแบบประคบประหงมและดูทีวี เกือบตลอดเวลา พอไม่พูดตามวัย ก็เริ่มฝึก มีครูมาสอนฝึกพูดที่บ้าน อยู่นานจนครูยอมแพ้ เลิกไป พาไปฝึกตามที่ต่างๆ รวมทั้งไปหาหมอ ที่รพ.ตามนัด ซึ่งกว่าจะถึงนัดครั้งหนึ่งก็สองเดือน ไปพบแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรที่จะแก้ไขให้ดีขึ้นได้ นอกจากให้ฝึกไปเรื่อยๆ ไปแต่ละทีก็ไปฝึก เท่าที่รู้ตอนนี้ไปเปาโล และเรียนที่โรงเรียนที่รับเด็กพิเศษ เขาเข้าใจคำสั่งแต่ทำบ้างไม่ทำบ้าง ตามองที่อื่น กล้ามเนื้อมือไม่ยอมจับดินสอเขียนเอง แต่ชอบถือสิ่งของเคลื่อนไหวติดมือ แกว่งเล่น ย่ำเท้า เขย่งเท้า แต่เป็นเด็กเรียบร้อยนิ่งๆ เล่นกับของที่คุ้นเคย เช่น รถคันเล็กๆที่วิ่งตามสายพาน วนๆไปมาดูได้ทั้งวัน กินได้ดีค่ะ แต่พ่อแม่คอยป้อน และท้องผูกมาก แม้จะกินผลไม้อยู่ตลอด ขณะนี้ยังย่ำอยู่ชั้นอนุบาล เพราะอ่านไม่ได้ ไม่พูดแม้คำเดียว มีแต่ เอ้อ เอ้อ และแสดงอารมณ์โกรธไม่พอใจจะ เข้ามายึดตัวเรา ขึงตา ร้องไห้ บางครั้งทุบหัวตัวเอง เหมือนเขาเข้าใจแต่ไม่พยายามจะพูดเลย สงสารพ่อแม่มากๆค่ะ ว่าเขาจะช่วยเหลือดูแลตัวเองได้อย่างไร ที่บ้านก็พยายามฝึก ให้ถอดเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำเอง แต่ก็เหมือนใจลอย ต้องคอยช่วย คอยนำคอยแตะมือให้ทำตลอดเวลา เพราะไม่รู้เขาต้องการอะไร บางทีก็จับมือไปให้ทำอย่างที่ต้องการ แต่คงหมดโอกาสทีจะให้เขาพูดออกมาแล้วใช่ไหมคะ ช้าเกินไปเพราะทุกวันนี้เช้ามาก็เปิดทีวี เพราะทั้งพ่อแม่ก็เหนื่อยกับการเลี้ยงดูลูกสาวอีกคนที่ปกติดี อายุ จะ 5 ขวบค่ะ พูดเก่ง แต่การเลี้ยงรวมกันก็มีปัญหา (เรียนโรงเรียนเดียวกัน) เพราะ ความต้องการเอาใจใส่ มากทั้งคู่ และเขาก็ต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างเล่น เพราะพี่ไม่เล่นกับน้อง อย่างตั้งใจรู้เรื่อง มีหลบจ๊ะเอ๋กันบ้าง แต่น้องต้องกระตุ้นคอยชวน เคยคิดว่าน้องจะทำให้พี่พูด แต่ก็เริ่มสิ้นหวังแล้วค่ะ หวังเพียงต้องการให้เขาโตขึ้นดูแลตัวเองได้เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลง ตอนนี้ยังต้องใส่ผ้าอ้อมนอนค่ะ ไม่เข้าห้องน้ำเอง ยืนถ่าย กลัวชักโครก ทำทุกอย่างจนแม่ท้อแท้ แต่ก็คิดปลอบใจว่าดีกว่าเด็กชักเกร็งตลอดเวลาที่เคยเห็น นี่ยังยิ้ม ยังกิน และวิ่่งเล่นได้ แต่การไม่พูด และพ่อแม่ก็ไม่ยอมตัดใจให้เรียนภาษามือ เพราะยอมรับไม่ได้จริงๆว่าลูกจะไม่พูด ยังพยายามฝึกอยู่ ถ้าพูดได้จะแก้ไขทุกเรือ่งค่ะ ขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับคำแนะนำ สำหรับที่โรงเรียน น้องไม่งอแงมาก แต่ก็เขียนไม่ได้ค่ะ

คำตอบจากนักกิจกรรมบำบัด: ยินดีและขอบพระคุณครับ ขอชื่นชมในความอดทนพยายามของคุณป้าและคุณพ่อคุณแม่ที่พาน้องไปฝึกการสื่อสาร

ขอให้กำลังใจให้มีจิตมุ่งมั่นพัฒนาน้องต่อไปนะครับผม

เท่าที่อ่านประวัติของน้อง เคสออทิสติกที่ยังสื่อสารบอกความต้องการเป็นคำพูดไม่ได้ในวัยหลัง 6 ขวบ ให้นึกถึง "การรับรู้อารมณ์ระหว่างตัวเด็กและคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะต้นแบบการเรียนรู้ที่ดีที่สุดในวัย 4 ขวบคือ คุณพ่อ"

ในการพัฒนาเด็ก อารมณ์ของเด็กจะรับรู้ได้ดีมากๆ จากการสัมผัสกอด การเลียนแบบ การใช้ภาษาท่าทาง การเลียนเสียง การสังเกต และการแสดงความรักความเมตตาผ่านรอยยิ้ม อารมณ์บวก และการไม่บังคับโดยไม่เข้าถึง ไม่เข้าใจ และไม่พัฒนาความต้องการที่แท้จริงของเด็ก ส่งผลให้อารมณ์บวกของเด็กลดลง ไม่รู้จะจัดการภาวะกลัวการสื่อสารกับผู้อื่นอย่างไร จึงต้องประเมินทักษะการสื่อสารให้ชัดเจนดังนี้

1. การแสดงสีหน้าท่าทางเลียนแบบตามคนที่เด็กไว้ใจ ได้กี่ครั้งในหนึ่งวัน หรือภาพรวมกี่ครั้งตลอดหนึ่งสัปดาห์ เมื่อมีการกระตุ้น

2. การแสดงสีหน้าอารมณ์บวก มีรอยยิ้ม และสนใจสิ่งใดๆเป็นพิเศษได้นานเกิน 5 นาที (เช่น รถคันเล็กๆ ที่วิ่งตามสายพาน) ได้กี่ครั้งในหนึ่งวัน หรือภาพรวมกี่ครั้งตลอดหนึ่งสัปดาห์ เมื่อมีการกระตุ้น

3. การแสดงสีหน้าสนใจและอยากสื่อสารกับผู้อื่น ทั้งภาษากายและออกเสียง (ไม่จำเป็นต้องเป็นคำ) ได้กี่ครั้งในหนึี่งวัน หรือภาพรวมกี่ครั้งตลอดหนึ่งสัปดาห์ เมื่อมีการกระตุ้น

อยากรบกวนคุณป้าลองประเมินน้องมาให้ผมทราบในสามข้อข้างต้น

คำสะท้อนคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้: ขอขอบคุณมากค่ะ จะขอกลับไปแนะนำน้องสาวดูค่ะ บางทีความยากอยู่ตรงวิธีคิดและการเรียนรู้ร่วมกันของพ่อและแม่ อาจารย์จะนำเคสไปยกตัวอย่างก้อได้ค่ะแต่ขอปิดชื่อป้าไว้นะคะ ข้อมูลต่างๆที่เล่าเป็นความเห็นจากที่สังเกตและความกังวลส่วนตัวเอง พ่อแม่ของเด็กจึงอาจจะมีความเห็นแย้งจากนี้ได้ค่ะ
ด้วยความเคารพ

หมายเลขบันทึก: 619112เขียนเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2016 17:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2016 09:20 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

ชอบใจการไม่บังคับเด็ก

ตามมาชื่นชม

มาเที่ยวใต้บอกนะครับ

ขอบพระคุณมากครับพี่ขจิต รักและคิดถึงเสมอครับผม

-สวัสดีครับอาจารย์

-ตามมาอ่านบทเรียนชีิวิตครับ

-ด้วยความระลึกถึงอาจารย์ครับ

ขอบพระคุณมากครับคุณเพชรน้ำหนึ่ง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี