เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 7 - 11. พฤศจิกายน 2559


11 พฤศจิกายน 2559

เรียน. ผู้บริหาร. เพื่อนครูและผู้อ่านที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2559 ถึงที่ทำงานเช้ามีคนมารอพบ 2-3 คน ประมาณ 9 โมงเข้าไปนั่งฟังเขาประชุมศึกษานิเทศก์ และผอ.รร.ที่จะไปประกอบอาหารเลี้ยงคนที่ครัวศึกษาธิการบริเวณท้องสนามหลวง ตามที่ สพฐ.มอบหมาย หลายคนเคยไปดูมาแล้วต่างให้ความเห็นว่าการจะไปประกอบอาหารที่นั่นกันสด ๆ ไม่ค่อยสะดวก เพราะเขาห้ามรถผ่าน น้ำประปาและไฟฟ้าไม่เพียงพอ จึงมาคิดกันใหม่ทั้งประเภทอาหารและวิธี ทำอาหาร ให้สำเร็จไปจากข้างนอก ได้เพิ่มโรงเรียนเข้าไปอีก 2-3 โรงเรียนจะได้แบ่งเบาภาระกัน บ่ายอาการป่วยกำเริบจึงเดินทางกลับบ้านพัก ตั้งแต่ไปอินเดียและกลับมาเป็นหวัดไม่ยอมหาย ไปหาหมอก็หลายครั้ง ทานยาก็หลายล็อท อาการยังทรง ๆ ทรุด ๆ เพิ่มอย่างเดียวคือน้ำหนัก ทั้งที่พยายามลด การออกกำลังกายรู้ว่าสำคัญแต่ก็ไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นกิจวัตร พักหลังเห็นเพื่อนตายไปหลายคนชักหวั่น ๆ ว่าจะถึงคิวเหมือนกัน


วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2559 เช้าแวะตักบาตร ตั้งใจพระ 3 รูป แต่พบพระรูปเดียวก็รูปเดียวพอ เป็นวันคล้ายวันเกิดปีที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว ถึงเขตเริ่มชุลมุนเพราะมีลูกน้องในกลุ่มมาอวยพร ทั้งที่พยายามปิดบัง เอาอวยพรก็อวยพร เวลา 10.00 น.คณะศึกษาธิการจังหวัดเมืองอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่นเข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นในการจัดการเรียนการสอน ผลการเรียนของนักเรียนในเมืองอะคิตะ ได้คะแนนสูงสุดในญี่ปุ่นมาหลายปี จนมีการทำวิจัยว่าเกิดจากเหตุใด ก็พบว่าโรงเรียนในเมืองนี้ ครูจะสอนนักเรียนด้วยการให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ตามแนวที่เรียกว่า อะคิตะ แอคชั่น การคุยกันวันนี้ฝ่ายเรามี ผอ.กลุ่มและศึกษานิเทศก์ร่วมวงด้วย พรุ่งนี้เขาจะไปสาธิตการสอนที่โรงเรียนประชาอุปถัมภ์ ห้องติดกันมีการประชุมคัดเลือกครูรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรี ผมกราบรบกวนท่าน ดร.ปัญญา แก้วกียูร เป็นประธานแทน


เที่ยงนี้ปรากฎว่ามีผู้ก่อการยกผัดไทเจ้าอร่อยจากเทศบาลบางม่วง มาผัดหน้าห้องสโมสรฉลองวันเกิดเจ้าสำนัก ของเขาอร่อยจริง ๆ ใช้น้ำมันหมูผัด มีกากหมูติดมันแถมมาด้วยทำให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น แต่ต้องระวังเพื่อนที่เป็นมุสลิมจะเผลอไปทานนะครับ บ่ายทำงานเอกสาร ตั้งใจจะขึ้นไปชั้น 3 เพราะมีประชุมเรื่องแผน แต่มีคนมาอวยพรจนไม่มีเวลาขึ้นไป เย็นตรวจเอกสารประกอบการประชุม อกศจ. ที่นัดประชุมพรุ่งนี้เช้าเป็นต้นไป เดิม อกศจ.มี 3 คณะ บัดนี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ตั้งเพียง คณะเดียว ทำหน้าที่ครอบคลุมงานบริหารบุคคลของ 3 เขต


วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2559 เช้านี้นัดประชุม อกศจ ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่เป็นครั้งแรก วาระที่สำคัญคือการย้ายผู้บริหารโรงเรียนของ สพป.นนทบุรี เขต 1 / เขต 2 และสพม.เขต 3 ประธาน อกศจ. ท่านสุทธศรี วงศ์สมาน อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน มีกรรมการ กศจ.อีก 2 ท่าน ผู้บริหารโรงเรียน 2 ท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ 2 คน การพิจารณากลั่นกรองการย้ายทำกันละเอียดตั้งแต่ข้อกฎหมาย ขั้นตอน วิธีการ และรูปแบบ ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่านล้วนแต่ผู้มีประสบการณ์ คือ ท่านวินชัย อุยางกูร อดีตรอง ผวจ. ท่านวิวัฒน์ แหวนหล่อ อดีตรองเลขาธิการ ก.ค.ศ. อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวง ท่านนิพล ดวงขวัญ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ โอกาสผิดพลาดมีน้อยถึงน้อยที่สุด กว่าจะจบสิ้นก็ 15 นาฬิกา พรุ่งนี้จะต้องทำเอกสารสำหรับประชุม กศจ.ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559


วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เช้าเข้าสำนักงานแล้วให้รถตู้ไปส่งที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เพื่อร่วมประชุมกับคณะทำงานของ สพฐ. เกี่ยวกับการกำหนดหน้าที่ให้กับคลัสเตอร์ ภาระงานของ ผอ.เขตที่เป็นศึกษาธิการจังหวัด หนักหนาสาหัส จนไปไหนมาไหนไม่สะดวกเลย มารับภาระหัวหน้าคลัสเตอร์ดูแลเขตอื่นอีก 4 จังหวัด ต้องเรียกว่าเพียบน้ำเหมือนเรือโยง ใครโยนเกลือลงไปอีกสักเม็ดจมแน่นอน นั่งให้ความคิดความเห็นเขาจนบ่ายสามโมงขอตัวกลับมาเตรียมประชุม กศจ. ถึงเขตเจอ เต่าตัวหนึ่งคลานต้วมเตี้ยมมาหยุดหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัว นักข่าวบันทีกภาพไว้ได้ คงจะเป็นข่าวกันอีก


วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2559 เช้านี้มีประชุมกรรมการคัดเลือกครูรับรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรี และประชุม กศจ. ผมต้องประชุม กศจ. การพิจารณาเรื่องย้ายผู้บริหารโรงเรียนบอง สพป.นนทบุรี เขต 1 และสพป.นนทบุรี เขต 2 ผ่านไปด้วยดี ไม่มีใครติดใจสอบถาม พอเริ่ม สพม.เขต 3 ไปได้แค่โรงเรียนแรก คือ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี กรรมการบางท่านได้เสนอความเห็นและสอบถามความเหมาะสม จนกรรมการกลั่นกรองบางท่านก็หวั่นไหว ปาะธาน กศจ. คงเห็นว่า ความคิดยังไม่ตกผลีก จึงยุติการประชุมไว้ก่อน นัดประชุมใหม่ 16 พฤศจิกายน 2559 มุมมองของคนที่ไม่ได้เรียนกฎหมายปกครองอย่างลึกซึ้งย่อมเข้าใจได้ยากว่าทำไมจึงต้องทำและถ้าไม่ทำจะได้ไหม จนบางครั้งคิดว่าคนที่ปฏิบัติตามกฎหมายมีเลศนัย เรื่องนี้ต้องใช้เวลาอธิบาย ห้เข้าใจตามลำดับ ประชุมนัดหน้าผมต้องลงไปจับเองสำหรับกรณีนี้จะได้ชัดแจ้งในเรื่องที่ต้องทำ ส่วนจะชอบหรือไม่ชอบกับเรื่องที่ต้องทำเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่แยกออกไป การใช้อำนาจดุลพินิจของฝ่ายปกครองต้องไม่เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ หรือ โดยไม่ชอบด้วยเหตุผลอย่างชัดแจ้ง เนื่องจาก การที่กฎหมายให้อำนาจดุลพินิจแก่ฝ่ายปกครองนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ฝ่ายปกครองใช้วิจารณญาณพิจารณาเลือกสั่งการหรือไม่สั่งการ หรือเพื่อสั่งการให้เหมาะสมแก่ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ในแต่ละกรณี เพื่อประโยชน์ของประชาชน ดังนั้น หากเป็นการใช้อำนาจ ตามอำเภอใจแล้วย่อมไม่ใช่ดุลพินิจของฝ่ายปกครอง แต่เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลักเกณฑ์ข้อนี้ มีลักษณะเป็นการกำหนดขอบเขตของการใช้อำนาจหรือวิจารณญาณของฝ่ายปกครองให้อยู่ภายใต้ “หลักแห่งความสมเหตุสมผล”.

นายกำจัด. คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)