วันที่ 8 ดูตารางสอนผิด (8 พ.ย. 59)

วันนี้เป็นเวร มาถึงโรงเรียน 06.50 น. ไปยืนรับนักเรียนที่ประตูทางเข้า เห็นผู้ปกครองส่วนใหญ่เอา

รถกระบะ รถเก๋งมาส่งลูกหลาน มีส่วนน้อยที่เอารถเครื่องมาส่ง แตกต่างกับโรงเรียนแถวบ้านฉันมาก

ฉันก็คิดถึงตอนสมัยฉันยังเด็ก ฉันปั่นจักรยานไปโรงเรียนทุกวัน ไม่มีใครไปส่งไปโรงเรียนหรอก

บ้านฉันเองก็ไม่มีรถใหญ่ มีแต่รถจักรยานยนต์ 1 คัน ตอนเด็กก็ไม่เคยคิดว่าอยากนั่งรถใหญ่มาโรงเรียน

เพราะเนื่องจากทางเพื่อนและคนอื่นก็เอารถจักรยานมาโรงเรียนเหมือนกันหมด เป็นเรื่องปกติ

คิดไปคิดมามันช่างแตกต่างกันจริงชีวิตคนเรา แต่การที่ฉันปั่นจักยานไปโรงเรียน

ไม่ได้นั่งรถหรูอะไรมาเรียน ก็ทำให้ฉันสามารถเรียนมาถึงจุดนี้ได้ คิดแล้วไม่รู้สึกอิจฉาเด็กพวกนี้เลย

ฉันคิดว่าชีวิตที่ราบเรียบง่ายแบบบ้านบ้าน ฉันก็มีความสุขดี ต่างคนต่างมีการใช้ชีวิตที่ต่างกัน


ยืนรับนักเรียนในตอนเช้า


เข้าแถวเสร็จภูผากวักมือเรียกครูกุ้ง ครูครับผมปวดขา ภูผาบอกว่าวิ่งเล่นกับเพื่อนแล้วหกล้ม ปวดขามาก

ภูผาบอกอยากกลับบ้าน ฉันเลยโทรหาแม่ภูผาให้มารับที่โรงเรียน แล้วคุณแม่ก็โทรบอกว่าครูคะ ให้ภูผารออีกสัก

2 ชั่วโมงนะคะ ฉันเลยให้ภูผามาเรียนในห้องก่อนระหว่างรอแม่มารับ ครูฟ้าวานให้ฉันช่วยสอนแทน

เนื่องจากครูติดธุระ ฉันเลยสอนคณิตและวิทยาศาสตร์ต่อกัน เจ็บคอมา ไมค์ก็เสีย เสียงเด็กก็ดัง สุดยอดจริงเลย

สอนคณิตการคูณจำนวนหนึ่งหลักกับ 10, 20, 30, … ,90 เด็กสามารถทำได้ ฉันบอกว่าใครไม่เข้าใจขอให้บอก

ครูจะเข้าไปสอน เด็กที่ไม่เข้าใจ 3-4 คนก็บอกให้ฉันไปสอน ส่วนใหญ่แล้วเด็กทำได้ เพราะเรื่องนี้ง่าย

จากนั้นสอนวิทยาศาสตร์ต่อเรื่องสมบัติของวัสดุ ชวนเด็กคุย อธิบาย ตั้งคำถาม เด็กส่วนใหญ่ก็มีส่วนร่วมในการเรียนดี

แต่คนซนก็มี ก็เข้าใจนะว่าเป็นเด็กประถมต้น ตามธรรมชาติของเด็กก็ซนเป็นธรรมดา ฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะคุมเด็ก

ได้ดีขนาดนั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปล่อยจนเด็กวุ่นวาย พอลงจะไปกินข้าวเที่ยงก็คิดได้ อ้าว! ดูตารางสอนผิด

ตามตารางฉันต้องสอนคณิต ป.2/2 คาบที่ 2 แต่ฉันเข้าใจผิดว่าฉันสอน ป.2/1 เลยเข้าไปขอโทษครูตู่ว่า

หนูขอโทษนะคะ ดูตารางสอนผิด รู้สึกผิดมาก ไม่ได้ตั้งใจ ครูตู่ก็บอกว่าครูก็ว่าทำไมหนูไม่มาสอน ไม่เป็นไร

ครูสอนไปแล้ว ฉันรู้สึกผิดมากที่ดูตารางสอนผิด ครั้งหน้าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกแล้ว



เด็กเริ่มลุกจากที่และส่งเสียงดังกันอีกแล้ว

วันนี้เข้าสอนประวัติศาสตร์ ป.2/2 คาบแรก วันนั้นฉันใจฝ่อละ เด็กดื้อมาก ไม่สนไม่ฟัง วันนี้ก่อนเข้าสอนเด็ก

วิ่งไปมาเต็มห้อง เสียงดัง คุยกัน ไม่ยอมหยุดพูด ไม่ยอมนั่งที่ กว่าจะพูดให้นั่งพร้อมเพรียงกัน เวลาไป 3-5 นาที

พอเริ่มสอนก็ใช้คำถามในการให้นักเรียนมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด คนตอบดีก็ดี บางคนก็แย่งกับพูด ตะคอกเต็มห้อง

หูเหมือนจะแตกเลย วันนี้สอนเรื่อง อดีต อนาคต และปัจจุบัน การสอนที่ออกแนวพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้

ให้เล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เด็กก็สามารถตอบได้ แต่ก็มีบางคนที่เหมือนไม่อยากเรียน

แต่เราเป็นครูเราเองก็ต้องสอน เพราะคนอยากเรียนก็มี คนสนใจก็มี คนไม่สนใจ เราพยายามให้ความรู้เขาแล้ว

ถ้าเขาปิดกั้น เขาไม่รับ เราก็ไม่สามารถ ทำอะไรได้แล้ว วันนี้ครูแม่ติ๋มมานั่งดูการสอนด้วย แต่ฉันก็ไม่ตื่นเต้นนะ

แต่คิดเรื่องการคุมเด็กมากกว่า คุมยากมาก เด็กเล็กแบบนี้คุมยากจริง เด็กก็มีแบบพูดดังเกินไป ลุกยืนไปมา

เล่นกันแกล้งกัน แต่ก็รู้สึกว่าดีกว่าคาบแรกที่เข้าสอน แต่ก็ยังเข้าข่ายซนอยู่ดี สอนไปสอนมา หมดคาบเฉย

ทำไมเร็วแบบนี้เนี้ย


เด็กบางคนก็เขียนมาแทบอ่านไม่ออก



ไมค์ห้องพัง ต้องได้ใช้เงินห้องไปซื้อ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวปัทมาภรณ์ ธิปัญจะ (ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)