เรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง...ที่เคยใกล้ชิด "พระธรรมราชา"

ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับผู้ชายท่านนี้โดยบังเอิญ ในวันที่ได้ไปร่วมในงานทอดกฐินวัดโมกขธรรมาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2559..
..
..

และเราได้มีโอกาสเสวนากันในช่วงจังหวะหนึ่งที่พิธีการยังมิได้เริ่ม.. อยู่เป็นครู่ใหญ่..
..
..

ผู้ชายที่มองดูสุภาพ และอ่อนโยนมากท่านหนึ่ง..ในความรู้สึกของผู้เขียนที่ผู้เขียนได้สัมผัสตัวตนของเขา...ทั้งในอรรถรสและน้ำเสียงที่เราได้คุยกัน..
...


...
ผู้ชายคนนี้..ได้เล่าเรื่องราวบางสิ่งบางอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา...ให้ผู้เขียนฟังในหลาย ๆ เรื่อง ..
..
และในหลายเรื่อง...หนึ่งในนั้น ...ที่ผู้ชายคนนี้ได้พูดถึงนั่นก็คือ..
..
..

การได้มีโอกาสเป็นศิษย์รับใช้ใกล้ชิดในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ณ วัดบวรนิเวศฯ อยู่นานถึง 9 ปี ผู้ชายคนนี้ได้บอกว่า..เขาได้เห็นจริยวัตรอันองค์งามของสมเด็จท่าน ได้อยู่คอยปรนนิบัติรับใช้สมเด็จท่านอย่างใกล้ชิด...ซึ่งนับเป็นบุญกุศลที่ตัวเองเก็บเอาไว้ในความทรงจำเสมอ..ไม่เสื่อมคลาย
..


..
..

และผู้ชายท่านนี้ยังได้พูดถึงความทรงจำอีกเรื่องหนึ่ง..ที่จะละเลยไม่ได้..นั่นก็คือ... ครั้งที่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในช่วงที่ท่านไปปฏิบัติ "สมาธิภาวนา"อยู่กับองค์สมเด็จฯท่าน เป็นช่วงเวลานานพอสมควร...

..


..
และ ในทุก ๆ วันที่พระองค์ท่านเสด็จฯ...การได้อยู่ใกล้ชิดกับองค์สมเด็จฯ และพระองค์ท่านนั้น เป็นบุญกุศลมากมายเหลือเกินที่ช่วงชีวิตหนึ่งพึงจดจำไว้...อย่างไม่เสื่อมคลาย...
..
..

เชื่อมั้ยครับว่า...ก่อนที่ผู้ชายท่านคนนี้จะขอตัวไปทำภาระกิจส่วนตัวนั้น เขามีบางสิ่งบางอย่างที่เขาเปิดให้ผู้เขียนดู ก่อนที่เราจะลาจากกัน
..
นั่นก็คือ...
..
..

ภาพ ๆ หนึ่งครับ.. ที่เป็นภาพของสามัญชนท่านหนึ่ง ที่พระองค์ท่านทรงเมตตาโปรดให้เข้าเฝ้า ภาพนั้นก็คือ... ภาพของคุณป้าสุรีย์ เหวียนระวี(ปัจจุบันคุณป้าสุรีย์ฯท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว) ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของท่าน.
..
..

ผู้เขียน..เห็นบางสิ่งบางอย่างออกมาจากใจจากผู้ชายท่านนี้ครับ
..
นั่นก็คือ

..
..

"ความรักความผูกพันที่ตัวเขาเองมีต่อองค์สมเด็จฯและมีต่อพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดไม่ได้".
..
..

ผู้ชายคนนี้ .."เรือตรีลิขิต จันทร์นพเก้า"

..
ผู้เขียนขอร่วมแสดงความซาบซึ้งใจที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวบางสิ่งบางอย่างที่เก็บงำเอาไว้ในหัวใจของผู้ชายท่านนี้..
และผู้เขียนเชื่อว่า..มันไม่ง่ายนักหรอกนะครับ..ที่ผู้ชายท่านนี้จะได้เปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวให้ใครบางคนได้รับรู้...
..
ขอขอบพระคุณท่านมากนะครับ
.........................................................................................

มีบทความตอนหนึ่งที่ผู้เขียนอ่านเจอจาก : บันทึกส่วนพระองค์ ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวัฑฒนมหาเถระ) บันทึกเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๕,
..
เป็นปุจฉา-วิสัชนาธรรมของในหลวงกับสมเด็จพระสังฆราชฯ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมาธิ เห็นว่าน่าสนใจ จึงคัดลอกลงไว้
...........................................................................................

ในหลวง : เมื่อคราวเสด็จทางภาคใต้ วันหนึ่งไม่สบาย แต่ถ้างด...ไม่ไป...ก็จะเสียหาย ... ต้องไป ครั้นไปแล้วกลับมาก็สบายดี ... จะเป็นเพราะกำลังใจใช่ไหม?

สมเด็จญาณฯ : (ทูลรับ แล้วทูลว่า) ฝึกบ่อยๆ กำลังใจจะมากยิ่งขึ้น

--------------------------

ในหลวง : ทำสมาธิอย่างไร?

สมเด็จญาณฯ : คือทำใจให้ตั้งมั่น แน่วแน่อยู่ในอารมณ์เดียว จะทำอะไรทุกๆ อย่าง ต้องมีใจเป็นสมาธิ ในทางปฏิบัติจึงต้องใช้สมาธิทั้งนั้น แต่มักมีคนเข้าใจว่า...ทำสมาธิต้องนั่งหลับตา

ในหลวง : นั่งทำพิธี...รู้สึกว่า เวลาปฏิบัติราชกิจต้องสำรวมพระราชหฤทัย เช่น คราวพระราชทานกระบี่นักเรียนนายร้อย เพียงหยิบให้ ถ้าไม่สำรวมใจมีผิด สำรวมใจอยู่ก็ทำไม่ผิด

--------------------------

ในหลวง : ทำสมาธิ...มองเห็นภาพต่างๆ เป็นจริงหรือ?

สมเด็จญาณฯ : โดยมากไม่จริง ... ภาพที่เห็นมักเป็นนิมิต คือ ภาพที่เกิดจากสัญญา หรือที่เรียกว่า "ภาพอุปาทาน" คือ ได้เคยคิดเคยเห็นมาแล้วเก็บไว้ในใจ ครั้นทำสมาธิ ใจแน่วแน่ สิ่งที่เก็บไว้ในใจนั้นก็ปรากฏขึ้นมา เหมือนอย่างที่เห็นนรก เห็นสวรรค์ เห็นเทวดา ถามว่า เทวดารูปร่างอย่างไร ตามคำตอบก็คล้ายกับเทวดาที่ผนังโบสถ์ แต่ที่เป็นจริงก็มี

ในหลวง : เหมือนอย่างดูของหาย... มองเห็น... มีพระดูได้?

สมเด็จญาณฯ : ถ้ามองเห็น...ถูกต้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น...ก็ต้องรับว่าเป็นจริง เพราะมีข้อพิสูจน์

ในหลวง : "หายตัว" เป็นจริง...หรือเป็นการสะกดจิตไม่ให้เห็น?

สมเด็จญาณฯ : อาจเป็นการสะกดจิต ... แต่การล่องหนทะลุกำแพงออกไป ถ้าเป็นจริงก็จะต้องทำตัวอย่างไรให้เล็ดลอดออกไปได้

ในหลวง : มีในพระพุทธศาสนาหรือเปล่า?

สมเด็จญาณฯ : มีแสดงไว้ แต่ไม่ใช่พระพุทธศาสนาโดยตรง ... มีแสดงไว้ก่อนในตำรับทางพราหมณ์

ในหลวง : แต่มีแสดงไว้ในพระพุทธศาสนาด้วย?

สมเด็จญาณฯ : (ทูลรับพระราชดำรัส)

ในหลวง : อยู่ในที่นี้แล้วสะกดจิตคนที่อยู่ในที่อื่นได้ไหม?

สมเด็จญาณฯ : เคยพบแต่ที่แสดงไว้ว่าอยู่ในที่เดียวกัน
..
ในหลวง : พระเครื่องคุ้มกันได้จริงไหม? ... คุ้มกันได้เพราะใจเชื่อมั่นว่ามีพระเครื่องอยู่กับตัวหรืออย่างไร?

สมเด็จญาณฯ : เป็นเครื่องทำให้ใจเชื่อมั่น

ในหลวง : ถ้าใจเชื่อมั่นแล้วก็ไม่จำเป็นหรือ?

สมเด็จญาณฯ : ไม่จำเป็น ... แต่ก็มีเชื่อกันว่า พระเครื่องให้อยู่คงจริง คือ ผู้ที่มีอยู่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม หรือมิได้คำนึงถึง แต่พระเครื่องก็คงคุ้มกันผู้ที่ไม่เชื่อก็มี

ในหลวง : ก็เชื่อ ... มีคนให้...รับมาไว้ เขาก็ยินดี ... แต่วันนี้ไม่ได้ติดมา
.........................................................................................
ที่มา :หนังสือ "ธรรมหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว", บรรณาธิการโดย รศ.สุเชาว์ พลอยชุม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกไว้ในความทรงจำ...วันที่พ่อหลวงเสด็จสู่สวรรคาลัย



ความเห็น (1)