๓๖. ไปงานบุญกฐินเอื้ออาทร..ขึ้นดอยเสมอดาว..เข้าเมืองน่านไหว้พระธาตุแช่แห้ง (๒)

เหนืออื่นใด..ที่ได้จากการพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ ควรค่าแก่การจดจำ ก็คือ ท่านบอกว่า ท่านเลี้ยงลูกด้วยการให้การศึกษา ท่านเข้มงวดกับลูกๆ แต่ไม่ถึงกับเคร่งครัดระเบียบวินัย ให้ลูกๆได้รู้จักบริหารจัดการตนเอง ที่สำคัญเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก ขอเพียงลูกๆใช้ชีวิตแบบรู้คุณค่าของเงิน..และนี่คือข้อคิดอันยิ่งใหญ่ที่ผมได้รับในวันนี้

๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นวันที่สองของการเดินทางไปงานบุญกฐินเอื้ออาทร ในเช้าวันใหม่ในตัวอำเภอนาน้อย อากาศกำลังเย็นสบาย คุณแดง..ชวนผมเดินไปตลาดเช้าตั้งแต่หกโมง เดินออกไปทางด้านทุ่งนาริมคลองชลประทาน ห่างจากที่พักราว ๘๐๐ เมตร เดินแบบเร่งรีบสักนิดเพราะเขาบอกว่าตลาดเช้าเปิดตั้งแต่ตีสี่และจะเลิกประมาณเจ็ดโมง....

เดินผ่านชาวบ้านที่กลับจากตลาด ทุกคนส่งรอยยิ้มทักทายเราสองคน พูดคุยด้วยอัธยาศัยไมตรีและเสียงอันไพเราะน่าฟังที่เป็นแบบฉบับของคนนาน้อย..และบอกเราว่าตลาดเช้ายังไม่เลิกแต่ก็จวนแล้วล่ะ... คุณแดงตรงไปร้านน้ำเต้าหู้ทันที ปรากฏว่าหมดเกลี้ยง ยังเหลือแต่ร้านโจ๊กที่กำลังขายเป็นชุดสุดท้าย ผู้คนที่จับจ่ายซื้อกับข้าว ก็ยังพอมีแต่ไม่คึกคักมากนัก

ผมกับคุณแดง เดินชมตลาดนาน้อยจนทั่ว สังเกตพบว่า พ่อค้าแม่ขายจัดของในแผงค้าได้เป็นระเบียบมากๆ เราไปหยุดพักที่ร้านกาแฟ สั่งกาแฟโบราณพร้อมสังขยารองท้องไว้ก่อน คิดว่าจะกลับไปทานมื้อเช้าที่โรงแรม..

หลังจากทานโจ๊กของโรงแรมเป็นที่เรียบร้อย คุณแอนกับคุณจุ๋มก็มาพอดี บอกเราว่าให้เตรียมตัวจะพาเราสองคนไปชมบรรยากาศของ “ดอยเสมอดาว”บนอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เพื่อถ่ายรูปสวยๆเก็บไว้เป็นที่ระลึก สายไปกว่านี้อากาศบนดอยจะร้อนมาก

เก้าโมงเช้า คณะทัวร์กฐินเอื้ออาทร ก็สัมผัสทิวทัศน์บนดอยเสมอดาวอย่างใกล้ชิด เดินเที่ยวชมและถ่ายภาพแทบจะทุกมุม มองลงมาและส่ายสายตาไปรอบๆช่างสวยงามสมคำร่ำลือจริงๆ นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางกลับลงไปบ้างแล้ว การเดินเล่นชมดอยยามนี้...จึงรู้สึกเป็นส่วนตัวยิ่งนัก

คุณจุ๋มบอกว่า "ดอยเสมอดาว" เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางแล้ว แต่ปริมาณผู้คนที่มาท่องเที่ยวและพักค้าง ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะพอดี เจ้าหน้าที่อุทยานเคร่งครัดมาก ไม่มีใครกล้ามาแบบฉิ่งฉาบทัวร์ ยามค่ำคืนไม่มีการส่งเสียงอึกทึกครึกโครม ..ทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบของอุทยานแห่งชาติโดยทั่วกัน นับเป็นตัวอย่างที่ดี ที่มีให้พบเห็นและสัมผัสได้ที่นี่...ดอยเสมอดาว...

สิบโมงกว่าๆ อากาศเริ่มร้อนอบอ้าว ได้เวลาลงจากดอยแล้ว คุณแอนขับรถพาไปบ้านเพื่อนรักของเธอ ชื่อคุณแอนเหมือนกัน อยู่ใน อ.นาน้อยนี่แหละ แต่แยกออกไปอีกตำบลหนึ่ง เป็นเส้นทางขึ้นเขาลงเขาเหมือนเดิม ใช้เวลาเดินทางราว ๒๐ นาทีก็ถึงบ้านคุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนคุณแอนที่หรูหราที่สุดของอำเภอก็ว่าได้ ผมเห็นรถเบ๊นซ์คันงามป้ายแดงของเพื่อนคุณแอนจอดอยู่หน้าบ้าน แต่เจ้าของรถไปทำธุระที่กรุงเทพฯ

ตอนแรกผมคิดว่าชาวคณะจะมาแวะทักทายแป๊บเดียว แต่ที่ไหนได้ กว่าสองชั่วโมงที่อยู่ในบ้านสามชั้นหลังงามที่มีชั้นใต้ดินด้วย เป็นหลังใหญ่ที่ออกแบบได้ทันสมัย พื้นที่ใช้สอยมากมาย แต่ละห้องกว้างใหญ่มาก ด้านหลังมองเห็นภูเขาอย่างชัดเจน

คุณพ่อคุณแม่ให้การต้อนรับสุดจะประทับใจเลย ท่านบอกว่ารักคุณแอนเหมือนลูกสาวของท่านที่ชื่อแอนเหมือนกัน ซึ่งจบจากสถาบันพยาบาลสภากาชาดไทย ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัวที่ เกี่ยวกับโรงเรียนบริบาลในจ.เชียงใหม่ ท่านมีลูกสองคน คุณแอนเป็นคนโต คนที่สองเป็นผู้ชายเรียนจบมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะวิศวกรรมศาสตร์..ลูกทั้งสองคนเรียนเก่งมาก ผมก็เลยไม่ต้องแปลกใจเลย..ว่าทำไมบ้านหลังนี้จึงออกแบบได้ลงตัวยิ่งนัก

คุณแอนในคณะของเรามาบ่อย จนสนิทกับทุกคนในครอบครัว ขนาดว่ามีห้องนอนในบ้านเป็นของตัวเอง ถึงแม้ลูกสาว เพื่อนของคุณแอนจะไม่อยู่ แต่คุณพ่อคุณแม่ ท่านก็มานั่งพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง ไม่ให้คณะของเรากลับง่ายๆ ด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันหนึ่งมื้อ เป็นรายการอาหารที่หลากหลาย โดยเฉพาะหมูย่าง น้ำพริกและผักจิ้ม ตลอดจนอาหารพื้นบ้าน ที่พวกเราอยากทานก็ได้ทานกันทั่วหน้า ผมจะจดจำไปเลยว่า มื้อนี้ช่างเป็นรสชาติอาหารที่ทำให้ผมอิ่มอร่อยมากๆ

เหนืออื่นใด..ที่ได้จากการพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ ควรค่าแก่การจดจำ ก็คือ ท่านบอกว่า ท่านเลี้ยงลูกด้วยการให้การศึกษา ท่านเข้มงวดกับลูกๆ แต่ไม่ถึงกับเคร่งครัดระเบียบวินัย ให้ลูกๆได้รู้จักบริหารจัดการตนเอง ที่สำคัญเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก ขอเพียงลูกๆใช้ชีวิตแบบรู้คุณค่าของเงิน..และนี่คือข้อคิดอันยิ่งใหญ่ที่ผมได้รับในวันนี้

ตอนบ่าย..คณะของเราเดินทางเข้าสู่เมืองน่าน ที่แห่งแรกที่ต้องไปมากที่สุดให้สมกับการรอคอยของทุกคนในคณะก็คือ วัดพระธาตุแช่แห้ง..โดยเฉพาะ..คุณแดง..ที่มีจิตใจจดจ่อและพูดถึงพระธาตุแห่งนี้มากกว่าใคร...

พระธาตุแช่แห้ง สร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๑๘๙๖ ในสมัยพญาการเมือง เจ้าผู้ครองเมืองวรนคร (อ.ปัวในปัจจุบัน) ซึ่งก็อยู่ในรัชสมัยของพระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย

วัดพระธาตุแช่แห้งเป็นพระอารามหลวง ตามคติโบราณ พระธาตุแช่แห้งนี้ เป็น ๑ ใน ๑๒ พระธาตุประจำปีนักษัตร ถือเป็นพระมหาธาตุ ประจำปีเถาะ(กระต่าย)..มิน่าล่ะ ผมเห็นคุณแดงกราบนมัสการองค์พระธาตุด้วยใบหน้าที่สดใสอิ่มเอิบ เพราะคุณแดงเกิดปีเถาะนั่นเอง และที่สุดจะเป็นมงคลชีวิตของคุณแดงอย่างยิ่ง ก็คือวันนี้..๒๒ ตุลาคม..เป็นวันเกิดของคุณแดงด้วย... อะไรจะประจวบเหมาะขนาดนั้น.....

ค่ำคืนนี้ คณะของเราเข้าพักที่โรงแรม..ชมน่านเพลส..พักผ่อนเอาแรงไว้ พรุ่งนี้นัดหมายกันที่หกโมงเช้าเพื่อเข้าสู่พิธีการถวายผ้าพระกฐิน..ที่ผมรอคอยและอยากเห็นมานานแล้วว่า..กฐินที่ว่าเอื้ออาทรนั้น.เป็นอย่างไร...

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๙












บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง



ความเห็น (0)