นายวรเชษฐ วุฒิสาร

เริ่มต้นครอบครัวผมพูดได้ว่าเป็นครอบครัวครูเลยก็ว่าได้ เพราะทั้ง ตา ลุง ป้า น้า อา พ่อ แม่ เป็นครูหมด ดังนั้นผมเลยได้รู้เรื่องเกี่ยวกับวงการของครูค่อนข้างพอสมควร เรื่องปัญหา พฤติกรรม การกระทำ ทั้งดี และไม่ดีของครูที่รู้จักและไม่รู้จักแถวบ้าน ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งทำให้ผมไม่ชอบอาชีพครูมาก ถึงกับสัญญากับตัวเองไว้ว่า ให้ตายยังไงก็จะไม่ยอมเป็นครูเด็ดขาด เนื่องจากจากการวิเคราะห์สิ่งที่สังเกตได้คือ คือ ครูเป็นผู้ให้ความรู้แก่เด็ก จะถูกจะผิด เด็กก็ไม่โต้แย้ง ถึงจะแย้งก็ดุเด็กเดี๋ยวเด็กก็เลิกแย้งเอง ทำให้คนที่เป็นครูเป็นแค่คนที่ยัดความรู้ใส่หัวเด็กเท่านั้น แต่ถ้าไปเจอคนเจ้าเล่ห์ในสังคมปัจจุบัน กลุ่มครูกลับกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ อาจเป็นเพราะ มีเงินเดือนที่มั่นคง มีวงเงินกู้ที่สูง แต่บางคนกลับมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นข้อได้เปรียบของการเป็นครู ซึ่งครูส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักพวกเขามักกู้เงินมาเพื่อ ซื้อรถ เป็นหลัก ซึ่งรถมันไม่สามารถไปหาเงินมาใช้ธนาคารเองได้ เราต้องเอาเงินเดือนไปจ่ายค่างวด แล้วยังต้องจ่ายค่าน้ำมันอีก ทั้งค่าบำรุงรักษา แต่ตามหลักการมาตรฐานการผลิต รถยนต์มีอายุการใช้งานเพียง 5 ปีเท่านั้น แต่เราผ่อนรถใช้เวลามากกว่านั้น ซึ่งดูๆไปก็เหมือนเป็นเรื่องตลก แบบนี้นี่นะ แม่พิมพ์ของชาติ คนในชาติเราคงเจริญขึ้นไปเรื่อยๆได้มั้งนะ ส่วนอีกปัญหาที่เห็นอีกอย่างคือ ครูเมื่อต้อทำอะไรมักใช้เด็กทำ ทั้งที่ตัวเองก็ทำได้ก็ไม่ทำ สั่งเด็กทำให้อยู่เรื่อย เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มติดเป็นนิสัย นิสัยที่ชอบใช้คนอื่น ซึ่งเป็นนิสัยที่ไม่ดี นี่หรอแม่พิมพ์ของชาติ และอีกปัญหาที่ไม่ชอบคือการชอบดูถูกคนอื่น มองว่าเมื่อตัวเองเป็นข้าราชการ แล้วยิ่งใหญ่ ใหญ่โต ทำให้เริ่มมีการแบ่งชั้นกันเกิดขึ้นเป็น ครูใหม่ ครูเก่า ครูอาวุโส ครูวัยรุ่น ข้าราชการ พนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง และหนักเข้ามาถึงประชาชนทั่วไป นี่มันเกิดอะไรขึ้น บางครั้งก็เคยเจอที่ว่า ครูใหม่โต้แย้งครูเก่า ซึ่งตามหลักทุกอย่างแล้วครูใหม่ถูกหมด แต่ต้องผิดเมื่อคู่กรณีเป็นครูเก่า ยิ่งครูกรณีเป็นผู้อำนวยการ ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พิมพ์ไปพิมพ์มาลามมาถึงเรื่องระบบ ไหนๆก็มาถึงนี้ก็เอาสักหน่อย ผมก็สงสัยมาตลอดว่า เขาเป็น ผอ กันอย่างไร ผอ เคยเป็นครูใช่ไหม เคยเป็นครูที่ดีใช่ไหม เคยเป็นครูที่เก่งใช่ไหม แล้วทำไมถึงเอาครูที่ดีที่เก่งมานั่งบริหาร ทำไมไม่เอาไปสอน ระบบนี้กำลังหลงทางอยู่หรือเปล่า ส่วนการบริหารทำไมไม่หาคนที่เรียนสายบริหารมาโดยตรงมาบริหาร เอาคนที่เก่งสอนนักเรียน ไม่เก่งบริหาร มาบริหาร ระบบการบริหารก็คงจะดีอยู่หรอก ถึงจะเรียนโทเรียนปริญญาเอกมาแล้วก็เถอะ แต่ถูกปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรไปเรียบร้อยแล้ว แล้วจะมีประโยชน์อะไร ยิ่งพิมพ์ก็นึกได้ทีละเรื่อง เช่น ผมเคยไปถามครูหลายๆท่านว่า ถ้าสมมติว่า มีเด็กอัจฉริยะอยู่ในห้องคุณโดยที่คุณไม่รู้คุณจะสามารถรู้ได้ไหมว่าเด็กคนไหนคือเด็กอัจฉริยะ และถ้ารู้คุณจะมีวิธีสอนเขาอย่างไร คำตอบกลับมาว่า ไม่รู้ ไม่มีวิธี อ่าวงั้นก็หมายความว่าคุณสามารถสอนให้เด็กอัจฉริยะพัฒนาให้เป็นเด็กธรรมดาได้ช่างน่าภาคภูมิใจจริงๆ ด้วยเหตุนี้ดังนั้นมีโอกาสที่ระบบครูของประเทศไทยอาจทำลายเด็กอัจฉริยะไปหลายคน คงต้องพอแค่นี้ก่อนครับถ้ามีโอกาสค่อยมาบ่นปัญหาที่เคยเจอต่อครับ ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาหรอครับ ง่ายนิดเดียว คือ ปรับเปลี่ยนระบบให้ดีขึ้น คัดสรรค์บุคลากรให้เหมาะกับงาน ฟังดูเหมือนยาก แต่ไม่ยากเกินความสามารถคนที่ตั้งใจจะทำหรอกครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Story Telling.



ความเห็น (0)