ปาฐกถาธรรมภาคภาษาไทย

อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก ดีแต่อยากแล้วไม่ทำน่าขำหนอ

อยากได้ดีไม่ทำดีอย่ารีรอ มัวแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย

ขอถวายความเคารพพระอาจารย์ฝ่ายบรรพชิต เจริญพรอาจารย์ฝ่ายฆาราวาส คณะกรรมการ การตัดสิน

ขอสวัสดีเพื่อนสหธรรมมิกผู้เข้าแข่งขันทุกรูปครับ กระผมสามเณรวรเชษฐ์ ก่ำศรีบุตร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปริยัติธรรมแม่แตงวิทยา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ผมจะได้มากล่าวปาฐกถาธรรมภาคภาษาไทย ถึงเรื่อง“พึ่งตนพึ่งธรรมนำให้สุขสันต์”สมตามพระพุทธดำรัสตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ มาตุลนคร แคว้นมคธ ปรากฏในจักกวัตติสูตร ว่า
“ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะ เป็นที่พึ่ง
อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง จงมีธรรมเป็นเกาะเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง อยู่เถิด”

พระพุทธดำรัสนี้ตรัสสอนพระภิกษุทั้งหลายให้อาศัย ตัวตนของเราเองที่ยังอยู่ในวิสัยของชาวโลกนี้ ประพฤติปฏิบัติธรรม เจริญภาวนาธรรม มีสติอยู่เสมอ นี้เป็นเนื้อความโดยย่อของการพึ่งตนพึ่งธรรมนำให้สุขสันต์ ตามพระพุทธดำรัสนี้ เป็นหลักธรรมที่อาศัยตนเองให้อยู่กับตนเองให้ได้ก่อน ก่อนที่จะไปพึ่งพาบุคคลอื่น

มนุษย์แรกเริ่มปฏิสนธิในครรภ์มารดา ก็เริ่มที่จะดำรงตนด้วยการอยู่รอดของตนไว้ โดยการอิงอาศัยมารดา ที่มารดาหยิบยืนให้ ตัวของทารกเองก็ต้องรับเพื่อดำรงตนให้อยู่รอดนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า ตนต้องพึ่งตนก่อน

แต่ในวันนี้ ผมจักขออาศัยพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านี้ มาชี้แจงแสดงแนวทางในการดำเนินชีวิตโดยธรรม ในระดับโลกิยธรรมอันจะนำไปสู่ความพ้นทุกข์เดือดร้อน ให้ถึงความสุขสันต์หรือสันติสุข คือมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมชาวโลกนี้ด้วยความสงบสุข ไม่ต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนโกลาหลวุ่นวายมาก เหมือนอย่างชาวโลกส่วนใหญ่ที่เขากำลังเป็นกันอยู่ในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามที่เศรษฐกิจอยู่ในสภาวะตกต่ำอยู่ในปัจจุบันนี้

ตามพระพุทธดำรัสที่ได้ยกมาแสดงไว้ในเบื้องต้นนี้ มีข้อที่พึงจดจำนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตตนให้พ้นจากปัญหาการดำเนินชีวิตและอุปสรรคการทำมาหาเลี้ยงชีพ ให้พ้นจากความทุกข์เดือดร้อนประการต่างๆ ได้มาก และให้กลับเป็นความสุขด้วยความสงบได้จริง หากยังไม่มีปัญหาความทุกข์เดือดร้อน และยังมีฐานะทางสังคมและทางเศรษฐกิจดีอยู่ ก็นำไปใช้ดำเนินชีวิตตนให้เจริญรุ่งเรืองและสันติสุขอย่างมั่นคง และให้มีความเจริญสันติสุขยิ่งๆ ขึ้นไปได้ เป็นอย่างดี ดังต่อไปนี้

ประการแรก ต้องทำตนเป็นที่พึ่งแก่ตน
ประการที่สอง ต้องประพฤติปฏิบัติธรรม คือ ต้องเป็นผู้มีศีลมีธรรม

รวมเป็นพึ่งตนพึ่งธรรมจึงจะเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์

ถ้าประพฤติปฏิบัติตามข้อปฏิบัติ 2 ประการนี้ ย่อมถึงความเจริญและสันติสุขในชีวิตได้ และหากจะต้องประสบปัญหาชีวิตหรือในการทำกิจการงานหรือประสบความทุกข์เดือดร้อนจากสภาวะการเศรษฐกิจบีบคั้นบ้าง ก็พอแก้ไขให้คลี่คลาย กลับร้ายกลายเป็นดีได้ ไม่ช้าก็เร็ว

กรณีผู้ที่กำลังสร้างตัว สร้างฐานะ จนถึงระดับที่พอเริ่มตั้งตัวได้ หรือว่าตั้งตัวได้แล้ว วิธีพึ่งตนพึ่งธรรมนำให้สันติสุขนั้น คือ

ข้อ 1 จักต้องเป็นผู้ไม่ประมาทหลงมัวเมาในชีวิตไม่หลงติดอยู่กับอบายมุขต่างๆ ได้แก่ ความเป็นนักเลงสุรายาเสพติด อันเป็นเหตุให้เสียสุขภาพกาย สุขภาพจิต และทั้งสติปัญญาก็เสื่อมถอย จนค่อยๆ กลับกลายเป็นคนไร้สมรรถภาพ หรือไร้ความสามารถ จนไม่สามารถจะพึ่งตนเองได้ในที่สุด นี้อย่าง 1 ความเป็นนักเลงการพนัน 1 ติดเที่ยวกลางคืน 1 และ/หรือหมกมุ่นสำส่อนในกาม 1 อันเป็นเหตุให้เสียทรัพย์ เสียเวลาในการประกอบสัมมาอาชีวะ และเสื่อมเสียชื่อเสียง และการคบคนชั่วเป็นมิตรอันจะชักนำไปสู่ทางเสื่อมแห่งชีวิตได้ง่าย 1 เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นปากทางแห่งความฉิบหายทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น จงอย่าประมาทหลงมัวเมาในชีวิต ถลำลงไปติดอยู่ในอบายมุขเป็นอันขาด

ข้อ 2 ต้องเป็นผู้ขยันหมั่นเพียรในการประกอบกิจการงานมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบ จัดการงานของตนให้เรียบร้อยอย่าเป็นคนชอบหมกงาน หรือผัดวันประกันพรุ่ง อย่าให้มีงานคั่งค้างนานเกินควร

ข้อ 3 การทำกิจการงานด้วยตนเองก็ดี การปกครองการบริหารการพิจารณาวินิจฉัยตัดสินใจและการสั่งงานก็ดี ต้องรอบคอบและประกอบด้วยสติปัญญาสอดส่องหากเห็นข้อบกพร่องต้องรีบแก้ไข ปรับปรุง และป้องกันปัญหาข้อบกพร่องให้ทันกาล

ข้อ 4 ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ความชำนาญในงานอาชีพของตนอยู่เสมออย่าให้ล้าหลังเขา และ

ข้อ 5 ต้องรู้จักคบคนดีมีศีลมีธรรมมีความรู้มีสติปัญญาสามารถและมีประสบการณ์ชีวิตมามากเพื่อจักได้ตัวอย่างการดำเนินชีวิตที่ดีและข้อแนะนำที่ดีๆ ของท่านมาใช้ประกอบการดำเนินชีวิตและการทำกิจการงานของตน เพื่อประกอบตน ทำตนให้เป็นที่พึ่งแห่งตนให้ได้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ข้อ 6 อย่าทำกิจการเกินกำลังสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ และทุนทรัพย์ที่ตนสามารถจะบริหารและควบคุมกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยตนเอง หรือโดยบุคคลที่ตนสามารถจะไว้วางใจได้จริง คือโดยบุคคลที่มีความรู้ มีสติปัญญาความสามารถที่จะรับบริหารกิจการแทนตนได้ดี และมีคุณธรรม กล่าวคือ เป็นผู้มีศีลมีธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความกตัญญูรู้คุณคน รู้จักหลักการบริหารการปกครองคนด้วยความถูกต้อง เหมาะสม บริสุทธิ์ และยุติธรรม แปลว่า ต้องเลือกใช้คนผู้ทำงานแทนตนให้ได้คุณภาพดีมีสมรรถภาพสูง และให้สามารถไว้วางใจได้ เมื่อจะเพิ่มหรือขยายกิจการต้องได้ศึกษาหาข้อมูลประกอบการพิจารณาลู่ทางกิจการงานนั้นให้รอบคอบดีเสียก่อน แล้วจึงค่อยทำ อย่าสักแต่ว่า “เห็นช้างถ่ายมูล แก่เบ่งถ่ายมูลตามช้าง” ทวารก็พังเท่านั้นละซิ ! ค่อยๆ เจริญแต่มั่นคง แม้จะไม่หรูหราโอ่อ่าใหญ่โต ก็สบายใจดีกว่า ถึงจะพลาดพลั้งหรือมีอุปสรรค ก็ไม่ลำบากมากเกินไป พอแก้ไขได้ง่ายกว่าทำกิจการใหญ่โตเกินตัว แล้วพอเกิดพลาดพลั้งก็เสียหายมาก และเจ็บช้ำมาก

ข้อ 7 อย่าทำกิจการงานที่มีอัตราความเสี่ยงสูงด้วยความโลภจัดหรือหลงตามกระแส เช่นการเล่นแชร์ การเล่นหุ้น และแม้การเล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ หรือโดยที่ตนไม่มีสติปัญญาความสามารถ และไม่มีประสบการณ์ดีเพียงพอ ผู้ที่ชอบทำกิจการงานที่มีอัตราเสี่ยงสูงอย่างนั้น ก็เห็นล้มเหลวและฉิบหายหมดเนื้อหมดตัวมานักต่อนักแล้ว

ข้อ 8 อย่าใช้จ่ายเกินตัว อย่าหลงระเริงใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย อวดโก้ อวดหรูหรา จนเกินฐานะ จะพาตัวให้เดือดร้อน ให้รู้จักประหยัดและอดออม เพื่อสร้างฐานะของตนให้เจริญและมั่นคงก่อน

ข้อ 9 อย่าประกอบกิจการงานที่เป็นโทษหรือที่ทุจริต คิดมิชอบ อย่าประมาทหลงตัวหลงตน เมายศเมาอำนาจขาดศีลขาดธรรมอันจะนำไปสู่ความเสื่อมเป็นโทษ และถึงความทุกข์เดือดร้อนได้ง่ายดายที่สุดจงประกอบทานกุศลศีลกุศลภาวนากุศลอย่าให้ขาด บุญนั้นแหละจะได้เป็นเสบียงเลี้ยงตัวรักษาตัวมิให้ตกต่ำได้อย่างแท้จริงแน่นอนที่สุด

ขอให้มั่นคงอยู่ในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่ว่า

อตฺตา หิ อตฺตาโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา.
ตนนั่นแหละ เป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่า จะเป็นที่พึ่งได้.

ดังนี้แล้ว ก็เป็นอันเอาตัวรอดได้ด้วยดีเสมอ ไม่นานเกินรอ

………….ขอบพระคุณครับ...............

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนก้นบาตร



ความเห็น (0)