...ลองปลดเกียร์ว่างหัวใจ...

ลองปลดเกียร์ว่างหัวใจ แล้วเข้าเกียร์เดินหน้าสู่การคิดดี ทำดี พูดดี ตั้งแต่วันนี้กันเถอะค่ะ

คนเรานั้นปัจจุบันมองแต่คนใกล้ตัว เห็นแก่คนใกล้ชิด ใคร Present Face (แปลแบบตรง ๆว่า เสนอหน้า อิ อิ) ก็เป็นที่ชื่นชม ทุกวันนี้เกือบทุกหน่วยงานมีแต่การเมืองในองค์กร สร้างกระแส พวกมากลากไป ลืมมองถึงความสามารถที่บางคนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม มีแต่การใส่ หน้ากากเข้าหากัน มีแต่หัวโขน คบกันเพราะตำแหน่งหน้าที่การงานหรือแม้แต่ การทำบุญ ยังเป็นการทำบุญเอาหน้าเลยค่ะ

การมองของคนสมัยนี้เป็นการมองกันแต่ผิวเผิน มองกันแต่เปลือกนอก มองแต่ความสวย ความหล่อ หรือมองแต่รูปลักษณ์ภายนอก มากกว่าประโยชน์ใช้สอย หรือความดีที่อยู่ข้างใน บางครั้งละครที่เราดู ไม่ว่าจะเป็น ดอกโศก ดาวพระศุกร์(เก่าไปหน่อย ค่ะ ฮ่า ฮ่า)ที่เราหาว่าน้ำเน่า เน่านักเน่าหนา เพราะคนดูช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์เสร็จ ทำให้หนังดังขึ้นมา เรตติ้งพุ่งกระฉูด โดยไม่ต้องโปรโมตให้เสียเวลา ซึ่งบรรลุเป้าหมายทางการตลาด

แต่ยังมีคนบางกลุ่มที่ทำความดีโดยไม่หวังผล ไม่ต้องการเอาหน้า แต่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจริงๆ แต่ไม่เคยได้รับการโปรโมต หรือพูดถึงเลย หรือกว่าจะพูดถึง ก็ไม่ได้ยกย่องอย่างจริงจัง กลืนหายไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ทำให้เห็นว่าการทำความดี หรือเป็นคนดี เห็นผลช้ามาก เช่นดาราจะไปทำบุญเพื่อการกุศล ก็กลัวนักข่าวจะไม่ทำข่าว เดี๋ยวไม่ดังอีก จะทำอย่างไรดี ก็เลยถ่ายนู้ดเพื่อการกุศลซะเลย (ทำบุญนะเนี่ย) ไม่รู้เป็นการสร้างกระแสให้ตัวเองหรือเปล่าค่ะ อันนี้แล้วแต่ค่ะคนในสังคมจะเป็นคนตัดสินเองค่ะว่าถูกหรือผิด

แต่อย่างว่าแหละค่ะคนเราหนีความจริงไม่ได้ความเป็นจริงนั้น คนเรามีทั้งดี ทั้งไม่ดีปะปนกันไป ไม่มีใครเป็นคนดีได้ 100% หรอก แต่คนเรามักมองเห็นแต่สิ่งไม่ดีของคนอื่น พูดแต่สิ่งไม่ดีของคนอื่น ใส่ร้ายป้ายสีกันได้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำผิดครั้งเดียวประจานใส่ร้ายป้ายสีกันซะไม่มีชิ้นดี ลืมถึงความดีที่เขาคนนั้นทำมาตลอด ไม่รู้สังคมไทยจะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม หรือเป็นเพียงกระแสของสังคม หรือนี่คือจุดเปลี่ยนของสังคมในยุคกันแน่ วันนี้ราณีได้อ่านบล๊อกของคุณ ข้ามสีทันดรเรื่อง “ปฏิบัติธรรมแต่ไม่ถึงธรรม เพราะอะไร”

คุณเขาเขียนว่าเขาอ่านคำสอนของหลวงพ่อชา สุภัทโท จับประเด็นได้ว่า คนเรานั้นที่ปฏิบัติธรรม แต่ไม่เข้าถึงธรรม เพราะสร้างแต่กรรมดี แต่ไม่ละความชั่ว และชำระจิตใจให้ผ่องใส

อ่านแล้วได้แง่คิดดี ๆ กับตัวเองค่ะ สุดท้ายเรามาสร้างกระแสการทำความดี ลองมาปลดเกียร์ว่างแล้ว เริ่มเข้าเกียร์ใหม่ตั้งแต่รู้จักมองกันในแง่ดียกย่องกันวันละครั้ง มองแต่สิ่งดี ๆ ของกันและกัน รู้จักที่จะยกระดับใจ ยกระดับความคิด ปัดกวาดสิ่งที่เราคิดไม่ดีออกไป และเราลองมาพูดถึงความดีของคนอื่นกันบ้าง รู้จักที่จะให้อภัยกัน เพื่อที่จะเดินไปสู่ถนนชีวิตที่มีแต่สิ่งดี ๆ ถือว่าเราสร้างสิ่งที่เป็นมงคลให้กับตัวเองได้ 1 อย่าง วันนี้คุณทำดีแล้วหรือยัง ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธัญพร



ความเห็น (0)