วิจารณ์หนังเรื่อง War of the buttons

เมื่อคืนผมได้ดูหนังเรื่อง War of the buttons หรือ สงครามคนแก่นกวนกะโหลก หนังเล่าถึงสภาพของชนบทของฝรั่งเศส ซึ่งมีเด็กผู้ชาย 2 กลุ่ม จากสองหมู่บ้าน ได้แก่ลองแวงค์ กับแวลองค์ต้องทำสงครามกันเป็นประจำ ผมรู้สึกว่าการทำสงครามนั้นมีมาจากรุ่นพ่อ (ครูเมอลอง กับลาบรู) จนถึงรุ่นลูก ในช่วงหลังโลกครั้งที่ 2 (สังเกตได้จากฝรั่งเศสส่งทหารไปแอลจีเรีย)

เด็กผู้ชายชาวลองแวงค์ชื่อเดอบร้าค ซึ่งเป็นคนที่ฉลาด แต่พ่อเขาเพิ่งตาย ดังนั้นเขาจึงต้องทำงานหนักเพื่อช่วยครอบครัว กับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นแวลองค์ ก็มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเดอบร้าค ที่ชื่อแอชเท็ค แอชเท็คดูเป็นคนไม่ดี เพราะชอบแกล้งเพื่อนเป็นประจำ

การทำสงครามก็คือการฟาดด้วยดาบไม้ นำเอาผลไม้เน่าๆไปให้อีกฝ่าย หรือไม่ก็วางกับดักไว้จับเป็นเชลย ครั้งหนึ่งลองแวงค์จับแวลองค์ได้ เมื่อจับได้ก็จะปลดกระดุมของอีกฝ่าย การปลดกระดุมนำมาเสื่อมเสีย ความอาย และจะโดนแม่ๆของตนดุ เมื่อแวลองค์มีโอกาสบ้าง ก็จับเดอบร้าคมาปลดกระดุมเพื่อแก้แค้นฝ่ายตนที่โดนปลดกระดุม หากจะว่าไปกระดุมก็คือสัญลักษณ์แห่งการสูญเสียอำนาจ ทุกฝ่ายต่างหมายที่จะปลดกระดุมด้วยกันทั้งนั้น

ในช่วงสุดท้าย มีการจัดงานปาร์ตี้กระดุม ซึ่งเป็นการบอกถึงอิสรภาพแบบเด็กๆ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพทาานได้ทุกอย่าง และสูบบุหรีี่เหมือนผุ้ใหญ่ กระดุมได้เปลี่ยนความหมาย จากการกลัวการขาดอำนาจ มาเป็นสิ่งที่มีความรักสามัคคีอิสรภาพในหมู่พวกลองแวงค์ ถึงขนาดตอนสุดท้ายก่อนที่เดอบร้าคจะไปขึ้นรถ เพื่อนๆทุกคนวาดกระดุมเอาไว้รอบตัวเขา

เนื่องจากเดอบร้าคเป็นคนฉลาด และสามารถเรียนต่อได้ในเมือง ครูเมอลองให้การสนับสนุนตลอด ทั้งที่ตอนแรกแม่อยากให้ไปช่วยงานอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับเรียน สุดท้ายแม่ยอม ในเช้าวันอาทิตย์ เดอบร้าคมีนัดกับพวกแก๊งไปงานปาร์ตี้กระดุม แต่ต้องมาสอบเพื่อไปเรียนต่อในเมือง ในตอนนี้มีพิธีกรรมเปลี่ยนตัวตนด้วย เดิมทีเดอบร้าคจะมีรูปตนถ่ายคู่กับพ่อ ในคืนก่อนวันอาทิตย์ เดอบร้าคฉีกรูปนี้ทิ้งไป คล้ายๆกับจะไม่เอาเรื่องในอดีตมาอยู่กับตัวแล้ว

ตอนที่เดอบร้าคถูกปลดกระดุม มีสาวคนหนึ่งชื่อลองแตงค์ เมื่อก่อนคล้ายๆจะเป็นผู้ชาย เที่ยวไปฟาดฟันกับผู้ชายด้วย ในตอนนั้นแต่งชุดเป็นผู้หญิง มารับตัวเดอบร้าคจากกลุ่มแวลองค์ ในขณะนั้น ทั้งคู่ต้องเดินผ่านสายน้ำเล็กๆ ลองแตงค์ซึ่งอยู่ในชุดผู้หญิงจำเป็นต้องให้เดอบร้าคอุ้มข้ามสายน้ำ เมื่ออุ้มเสร็จลองแตงค์ได้หอมเดอบร้าคจนทำให้เขาเขิน และรู้ตัวว่าเขาไม่เหมือนก่อนอีกแล้ว





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)