หัวปลา UKM-9 (8-10 ก.พ. 50 มข. เป็นเจ้าภาพ) คือ “การก่อเกิดและการดำรงอยู่ของศูนย์วิจัยเฉพาะทาง”

        ผมมีประเด็นบทเรียนจาก UKM-8 (2-4 พ.ย. 49 มน. เป็นเจ้าภาพ) ที่อาจจะมีประโยชน์กับการดำเนินงาน UKM-9 คือ

        1. เรื่อง “คุณกิจตัวจริง” เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และต่อความต่อเนื่องของการที่จะมีการ ลปรร. กันต่อไปทาง B2B

        “คุณกิจตัวจริง” ผมหมายถึงคนที่มี tacit knowledge ที่ตรงกับหัวปลาในการ ลปรร. ในครั้งนั้น ๆ เป็นคนที่เมื่อกลับมหาวิทยาลัยของตนเองแล้วจะได้นำความรู้ที่ได้มาช่วยกันพัฒนางานและสืบสานความเป็น CoP ต่อไป

        ผมสังเกตว่าใน UKM-8 มี “คุณกิจตัวจริง” มากันน้อยมากและทางเจ้าภาพเอง (มน.) ก็ไม่ได้จัดการให้ “คุณกิจตัวจริง” ได้พบกันโดยตรง (กลุ่มเดียวกัน) แต่ได้ปล่อยให้ “คุณกิจตัวจริง” กระจัดกระจายออกไปปะปนกับคนอื่น ๆ ที่สนใจเรื่องของ “KM” มากกว่าเรื่องของ “หัวปลา - การพัฒนาทุนมนุษย์สู่องค์กรเรียนรู้ ผลตามมาก็คือ พลังของการ ลปรร. ไม่ดีเท่าที่ควร การสืบสาน CoP กันต่อไปทาง B2B ก็ไม่ดีเท่าที่ควร

        ข้อเสนอแนะ สำหรับ UKM-9 คือ เราน่าจะแยกให้ดีระหว่าง “คุณกิจตามหัวปลา” กับ “ผู้สนใจทั่วไป” (สำคัญเท่ากันทั้งคู่นะครับ) และให้ “คุณกิจตามหัวปลา” ได้ ลปรร. กันในเรื่องของหัวปลาที่กำหนด ส่วน “ผู้สนใจทั่วไป” ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น KM Staff ของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้น ผมเสนอให้จัดกลุ่มไว้ด้วยกันแล้วให้เขาร่วมกันคิดหัวปลากันเองภายในแต่ละกลุ่มเพื่อทำการ ลปรร. กัน

        2. ถ้าเป็นไปได้หลังจาก AAR ควรมีการเลือกหัวหน้าและทีมงานสำหรับขับเคลื่อน CoP ต่อไป โดยเริ่มต้นจากการทำหางปลาที่เกิดจากกิจกรรม UKM ให้ดี (อาจประยุกต์ใช้จากวิธีการทำหางปลาของ UKM-8 ก็ได้)

         ใครมีข้อเสนอแนะอะไรดี ๆ สำหรับ UKM-9 และครั้งต่อ ๆ ไป ขอเชิญแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้เลยครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

         วิบูลย์ วัฒนาธร

.