พิธีบรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกลงองค์เจดีย์(6)

พวกเขากราบขอบคุณความมีพระเมตตาขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ท่านทรงให้โอกาสพวกเค้าได้เข้ามาทำกินในประเทศไทย สร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ เสียงที่ผู้เขียนได้ยิน สีหน้าแววตาของพวกเขาที่ผู้เขียนได้สัมผัสนั้น....บ่งบอกถึงคำพูดที่ออกมาจากหัวใจของพวกเขาอย่างแท้จริง

ภายหลังเสร็จสิ้นการบรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกลงองค์เจดีย์ในช่วงบ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...ภาพต่าง ๆ ภายในองค์เจดีย์ที่มีพระพุทธรูปน้อยใหญ่บรรจุเรียงรายอยู่นั้น ผู้เขียนเห็นว่าเป็นภาพถ่ายที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก..และภาพต่าง ๆ เหล่านี้ ถือได้ว่า.. เป็นภาพแห่งความทรงจำในชีวิตครั้งหนึ่งที่ตัวผู้เขียนเองได้ประสบพบมา

เรื่องราวชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่งที่ได้มีสิ่งสำคัญผ่านเข้ามาในชีวิต..หากเก็บไว้ดูในกลุ่มเพียงไม่กี่คนแล้ว ก็อาจเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะวันหนึ่งข้างหน้านั้น...สถานที่แห่งนี้อาจมาอายุยืนยาวอยู่เป็นร้อยปี ....เมื่อถึงวันนั้นหากมีคนถามว่า แล้วประวัติศาสตร์การสร้างละเป็นเช่นไร

..


ภาพถ่าย : ภายในองค์มหาวิทยะเจดีย์ที่บรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกทั้งของไทย และของพม่า

..

บันทึกต่าง ๆ เหล่านี้ จึงเป็นคำตอบ

ซึ่งจากภาพถ่ายจะเห็นได้ว่า...ภายในองค์เจดีย์ มีองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปหินหยกขาวจากประเทศพม่า ที่สร้างจากเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งมีความสูงประมาณ 15 นิ้ว ด้านขวาของพระประธาน มีต้นโพธิ์ทองวางอยู๋ และมุมนั้นมีพระไตรปิฏกพม่าที่ทำด้วยแผ่นทองเหลืองวางอยู่ พร้อมกับพระพุทธรูปหินหยกขาวขนาดเล็กสีขาวจากพม่า รวมถึงพระพุทธรูปทองเหลืองขนาดเล็กของไทยวางเรียงรายสลับกันไปมา ส่วนทางด้านซ้ายของพระประธาน มีต้นโพธิ์เงินวางอยู่ พร้อมด้วยพระไตรปิฏก ภาษาไทยจำนวน 2 ฉบับ (ฉบับในส่วนของพระอภิธรรมเป็นพระไตรปิฏกที่ประธานฝ่ายสงฆ์เป็นผู้สร้างถวาย ส่วนฉบับพระธรรมคำสอนบทหนึ่งนั้นผู้เขียนในฐานะประธานฝ่ายฆราวาสเป็นผู้สร้างถวาย)บรรจุคู่กันภายในองค์เจดีย์ และบริเวณข้าง ๆ มีพระพุทธรูปทองเหลืองของไทย และพระพุทธรูปหินหยกขาวของพม่าวางสลับกันไปมา เช่นกัน

สังเกตุได้ว่าภายในองค์เจดีย์นั้น ถูกสร้างขึ้นเป็นสามชั้นลดหลั่นกันไปเป็นวงกลม พระพุทธรูปองค์สำคัญที่ประธานในพิธีสงฆ์ถือขึ้นไปบรรจุนั้น ถูกวางตามมุมต่าง ๆ ภายในองค์เจดีย์พร้อม พระพุทธรูปองค์เล็กของทั้งสองประเทศ ส่วนที่ฐานล่างสุด จะปรากฏโถลายครามใบประมาณขันน้ำขนาดกลางวางอยู่บนพานทองนั้น เป็นโถเบญจรงค์ที่ครอบครัวของผู้เขียนเป็นผู้บริจาค บรรจุแก้วแหวนเงินทองของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ชาวพม่าที่มาร่วมในงานพิธี ต่างคนก็ต่างถอดใส่เพื่อถวายเป้นพุทธบูชาเอาไว้ จากที่ได้เห็น มีทั้งสร้อยทองคำ ต่างหูทองคำ แหวนทองคำ เพชรพลอยต่าง ๆ ที่ผู้มีใจบุญใจกุศลนำมาถวายไว้(แม่ของผู้เขียนฝากตุ้มหูทองคำจำนวน 1 คู่มาบรรจุไว้ที่นี่ด้วย)....เห็นแล้วก็อดอนุโมทนาสาธุในความมีจิตใจที่เป็นกุศลในครั้งนี้ของพุทธศาสนิกชนชาวพม่าและชาวไทยที่มาร่วมงานในพิธีครั้งนี้ไม่ได้

..



ภาพถ่าย : ภายในองค์มหาวิทยะเจดีย์ที่บรรจุพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกทั้งของไทย และของพม่า และการเทปูนปิดองค์เจดีย์ ที่ทำพิธีปิดองค์เจดีย์โดยพระราชไพศาลมุนี เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี(ธ)

..

เวลาประมาณ 15.00 น ของวันที่ 10 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557 ถือเป็นเวลาโดยประมาณที่ทำพิธีปิดองค์เจดีย์ บรรยายกาศในวันนั้น ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดสาดส่องสว่างไสว มีฟ้าครื้มบ้างเป็นช่วง ๆ ทำให้อากาศในวันนั้นเหมาะอย่างยิ่งต่อการทำพิธีดังกล่าว

มีเพียงกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คนที่สามารถขึ้นไปบนองค์เจดีย์ได้..และ หนึ่งในนั้นจะมีผู้เขียนรวมอยู่ด้วย

คนพม่าที่มาร่วมงานในวันนี้ มีบางคนคุยกับผู้เขียนว่า...พวกเค้าโชคดีเหลือเกินที่ได้สร้างบุญใหญ่ และได้อยู่ร่วมทำบุญอย่างใกล้ชิด หากเป็นประเทศของพวกเขาแล้ว ยากทีเดียวที่คนฐานะอย่างพวกเขาจะได้เข้าใกล้ ๆ ขนาดนี้ พวกเขาบอกว่างานบุญเช่นนี้ คนพม่าที่มีฐานะส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ชิด เป็นเจ้าภาพโน้นนี่นั่นกันหมด หากเป็นชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเขาและไม่ได้มีฐานะแต่อย่างใด ก็จะอยู่ได้แค่รอบนอก เข้าไม่ถึงจริง ๆ ...

..

พวกเขากราบขอบคุณความมีพระเมตตาขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ท่านทรงให้โอกาสพวกเค้าได้เข้ามาทำกินในประเทศไทย สร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ.... เสียงที่ผู้เขียนได้ยิน สีหน้าแววตาของพวกเขาที่ผู้เขียนได้สัมผัสนั้น.. บ่งบอกถึงคำพูดที่ออกมาจากหัวใจของพวกเขาอย่างแท้จริง

..

ภาพถ่าย : พุทธศาสนิกชนชาวพม่าที่ต่างเหงยหน้าขึ้นมองดู สิ่งของที่บรรจุอยู่ในองค์เจดีย์ ทั้ง ๆ ที่มองไม่เห็น และไม่สามารถขึ้นไปดูได้แต่อย่างใด

..


และก่อนพิธีจะเสร็จสิ้นลงในช่วงบ่ายนั้น ยังคงมีการรับเงินบริจาคและสิ่งของมีค่าจากผู้มีจิตศรัทธา ก่อนที่จะนำสิ่งของมีค่า ซึ่งได้แก่ แก้ว แหวน สร้อย กำไล ต่างหู หรืออัญมณีต่าง ๆ จากผู้มีจิตศรัทธา นำไปใส่ไว้ในองค์เจดีย์รอบสุดท้าย ก่อนที่จะนำขึ้นไปบรรจุลงองค์เจดีย์โดยพระทนดาละ พระภิกษุสงฆ์ชาวพม่า

..


ภาพถ่าย : การเดินรับบริจาคแก้วแหวน เงิน ทอง และสิ่งของมีค่าเพื่อนำไปบรรจุลงองค์เจดีย์รอบสุดท้ายในช่วงบ่าย

..

หลังจากนั้นการได้นิมนต์พระเดชพระคุณเจ้า พระราชไพศาลมุนี อีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำพิธีปิดองค์เจดีย์ ในช่วงเวลาดังกล่าว

การปิดองค์เจดีย์นั้น พระเดชพระคุณเจ้าฯ ท่านได้ทำพิธีปิดโดยวางอิฐบนปูนซีเมนต์ผสมเสร็จ จำนวน 5 ก้อน ซึ่งผู้เขียนเห็นท่านพูดท่องบางสิ่งบงอย่างในขณะที่วางแผ่นอิฐลงไป...หลังจากนั้นแล้วพระภิกษุสงฆ์พม่าเป็นผู้ดำเนินการปิดองค์เจดีย์จนแล้วเสร็จ...........


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกบุญ...ครั้งหนึ่งในชีวิต



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

ดีงาม จังเลย ค่ะ ขอบคุณค่ะ


ขอบพระคุณพี่มากครับ

..

เขียนยากจริง ๆ เลยครับ กว่าจะเข็นออกมาได้ 2 ปีผ่านไปแล้วครับพี่.. แต่ตั้งใจจะเขียนให้จบครับ

ขอบคุณมากนะครับ

เขียนเมื่อ 

ทึ่งในศรัทธามากเลยครับ

ชาวบ้านบริจาคและศรัทธาในพุทธศาสนามาก

มาร่วมอนุโมทนาบุญค่ะ สาธุ สาธุ

เขียนเมื่อ 

อนุโมทนาบุญด้วยครับ...สาธุ...สาธุ...สาธุ