ปัญหาการนำหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้
สถานศึกษามีบทบาทและหน้าที่ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้เป็นหลักสูตรของโรงเรียนของตนเอง แล้วนำหลักสูตรสถานศึกษาที่ได้จัดทำขึ้นนั้นไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาตามบริบทและสภาพแวดล้อมแห่งความเป็นจริงของสถานศึกษา กรณีศึกษานี้ขอยกประเด็นปัญหาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอห้วยแถลงขึ้นมาบอกกล่าวเล่าถึงปัญหาให้ได้รับทราบพอสังเขป ประเด็นปัญหาแรกคือกศน.อำเภอห้วยแถลงจะทำอย่างไรจึงจะสามารถพัฒนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ได้ และที่สำคัญคือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต้องเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การนำหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การปฏิบัติเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เข้าใจยาก และใช้เวลามากสำหรับครูผู้สอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูนอกระบบที่จะต้องจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนนักศึกษาทุกช่วงอายุ และทุกอาชีพให้เข้าใจและสามารถเรียนรู้ได้ตามวัตถุประสงค์ โดยการเน้น ให้ครูผู้สอนเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง และให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางรู้จักคิด วิเคราะห์แยกแยะ สรุป ประยุกต์ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์นั้น จะสังเกตุเห็นได้ว่าทั้งตัวผู้สอนและตัวผู้เรียนเองบางครั้งจะไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตรงหลักสูตรจริง เนื่องจากบางครั้งมีการคัดลอกเนื้อหาของหลักสูตรแกนกลางมาและยังปรับใช้กับบริบทและสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาไม่ตรงตามความเป็นจริง สรุปคือยึดหลักสูตรแกนกลางมากเกินไปจนลืมคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงของห้องเรียนและความรู้ความเข้าใจของนักเรียน เมื่อนำหลักสูตรที่ว่านี้มาใช้จึงทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ครูผู้สอนจึงควรเห็นความสำคัญของการออกแบบการเรียนรู้ที่ครบตลอดหลักสูตร คือการจัดทำหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้ครบทุกหน่วย รวมถึงการตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับหลักสูตรและการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงด้วย กิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้นั้นเป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่เป็นแค่เพียงการทำแบบทดสอบหรือใบงานเท่านั้น