ปัญหาการนำหลักสูตรไปใช้ในสถานศึกษา

ก่อนอื่นเลยผมต้องบอกแบบนี้ก่อนคับว่าเริ่มแรกที่ผมมาสอนผมไม่ได้ใช้หลักสูตรของสถานศึกษาเลยเพราะที่ผมสอนมันเป็นวิชาใหม่คือวิชาภาษาจีนซึ่งในหลักสูตรมีแต่ภาษาอังกฤษและไม่มีใครบอกผมอีกผมก็ไม่รู้ว่ายังไงจนมาเทอม2ถึงมีคนมาบอกว่าหลักสูตรสถานศึกษาเล่มนี้ลองเอาไปอ่านเพื่อพอจะเป็นแนวทางในการสอน ผมดูครั้งแรกก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเราจะสอนอะไรแนวไหนต้องใช้อะไรเป็นเกณฑ์ ตอนที่ก่อนจะจัดทำแผนการสอนเริ่มแรกเลยและไม่ได้ดูหลักสูตรช่วงเทอมแรกพี่สาวผมก็ได้แนะนำว่าจะสอนอะไรให้เด็กอนุบาลและประถมเพราะว่าจะต้องสอนทุกระดับชั้นเลย ผมก็เลยได้จัดการสอนตามแนวที่พี่สาวบอก มี สิ่งรอบตัว ธรรมชาติ ครอบครัว เป็นต้น เป็นคำศัพท์พื้นฐานง่ายๆให้กับเด็กได้เรียนรู้ และผมก็ได้หาความรุ้เพิ่มเติมจากการสอนภาษาจีนโดยดูจากใน youtube จากโรงเรียนที่สอนภาษาจีนให้กับเด็กแต่ละวัยก็เลยได้ไอเดียเจ๋งๆหลายๆอย่างมาสอนเพิ่มเติมเข้าไปนอกเหนือจากคำศัพท์ เช่น กิจกรรมประกอบท่าทางการเคลื่อนไหว ร่างกาย เล่านิทาน ร้องเพลงจีนประกอบท่าเต้น ต่างๆ บวกกับประสบการณ์ที่ผมเคยสอนเด็กและอยู่กับเด็กมา ก็ทำให้เกิดสีสันกับการสอนขึ้นนี้คือในส่วนของระดับชั้นอนุบาล ส่วนระดับชั้นประถมต้นปลายผมกับพี่สาวก็ได้ออกเสาะแสวงหาหนังสือเรียนที่จะให้นักเรียนได้เรียนทุกร้านขายหนังสือในตัวเมืองโคราช จนได้หนังสือของกระทรวงศึกษาธิการมาชุดหนึ่งตั้งแต่ระดับชั้นประถมต้นปีที่1-6 ซึ่งทั้งร้านก็มีแค่ชุดนี้ชุดเดียวไม่มีตัวเลือกอย่างอื่นเลย ก็เลยได้หนังสือชุดนี้สอนจนถึงปัจจุบันก็เข้าปีที่2แล้ว ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอสำหรับเด็กนักเรียน หลังจากที่ผมดูหลักสูตรสถานศึกษาช่วงปีแรกเทอม2 รวมกับการสืบค้นหาหลักสูตรตัวชี้วัดในเน็ตแล้วนำมาอะแด๊ปเข้าด้วยกันก็รู้สึกว่าจะสมบูรณ์ขึ้น แต่ปัญหาก็คือผมยังไม่ได้เอามาใช้เลย จึงทำให้ยังไม่เห็นปัญหาตรงจุดนี้ และปัญหาต่อสถานศึกษา ปัญหาต่อบุคคลากร แต่ที่แน่ๆปัญหากับตัวผู้สอนคือตัวผมเองนี้เห็นชัดๆเลยคับ ก็คือ ขาดเทคนิคและวิธีการสอนที่จะให้เด็กสนใจและเอาเด็กอยู่คือเด็กประถมน่ะคับส่วนเด็กอนุบาลนี้ผมก็แค่ซักถามและสังเกตจากครูประจำชั้นและองค์ความรู้ต่างๆมารวมกันซึ่งจะเน้นให้เด็กได้ฝึกพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสมอย่างสนุกสนานและได้ความรู้ แต่ในระดับประถมผมต้องลงลึกในการสอนมากขึ้นไม่เน้นเล่นสนุกสนานเหมือนเด็กอนุบาลจนเกินไป จึงทำให้ผมต้องมาปรับตัวเอง วางแผนการสอน กิจกรรมและนำหลักสูตรที่ออกแบบเองอันเก่าและจากที่เรียนวิชาการพัฒนาหลักสูตรมาใช้อย่างจริงจังโดยยังคงใช้หนังสือเรียนที่ได้มาในตอนแรกและบูรณาการเข้ากับหลักสูตรให้เหมาะสมตามวัยและเวลาเรียน คือ1ปีการศึกษา40ชั่วโมงคิดเป็น1หน่วยกิต ซึ่งน้อยมากถ้าเทียบกับวิชาอื่นดังนั้นจึงเป็นการบ้านผมที่จะต้องทำยังไงก็ได้ที่ทำให้เด็กได้รับความรู้เต็มศักยภาพของเขาอย่างเหมาะสมตามแต่ละวัย ผมจึงต้องศึกษาหาความรู้ต่อไปเพื่อจะถ่ายทอดให้กับนักเรียนและตัวนักเรียนเองก็จะเรียนอย่างไม่เบื่อและชอบภาษาจีนเป็นพื้นฐานและต่อยอดต่อไปของเด็กที่สนใจในอนาคตและจะเป็นประโยชน์กับเด็กไม่มากก็น้อยในการฝึกทักษะการจดจำและความอยากเรียนรู้ต่อไปโดยไม่เบื่อหน่ายด้วย ซึ่งเด็กบางคนหรือเด็กส่วนใหญ่มักจะบอกว่าภาษาจีนมันยากไม่รู้เรื่องไม่อยากเรียนแต่ถ้าหากทำให้เด็กเปลี่ยนแปลงทัศนคติตรงนี้ได้นั้นก็คือความสำเร็จของผมแล้ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปัญหาจากการนำหลักสูตรไปใช้ในสถานศึกษา



ความเห็น (0)