การงานแห่งวันอาทิตย์

ตัวเองโชคดีนักที่อย่างน้อยได้มีลูกสาวสมมติหลายคนมาให้ดูแลในวันอาทิตย์

ฉันเลือกวันอาทิตย์เป็นวันทำงาน เพราะงานของฉันต้องทำกับเด็กๆวัยเรียนที่ไม่สามารถมาพบฉันได้ในวันทำงานปกติ ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นเด็กผู้หญิงวัยรุ่นหรือกำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ใกล้เคียงกับ”ลูกสาว”ของเพื่อนๆร่วมชั้นร่วมวัยของฉันหลายคน และอาจเป็นสันชาตญาณความเป็นแม่ที่มีในผู้หญิงทุกคน ฉันจึงคิดเสมอว่า ตัวเองโชคดีนักที่อย่างน้อยได้มีลูกสาวสมมติหลายคนมาให้ดูแลในวันอาทิตย์

ฉันได้ไปร่ำเรียนมาเป็นพิเศษเกี่ยวกับการรักษาด้วยกายภาพบำบัดในคนที่เป็นกระดูกสันหลังคด “Ms. Katarena Schrocth” ปรมาจารย์ผู้คิดค้นวิธีการนี้เป็นนักกายภาพบำบัดชาวเยอรมัน ท่านมีทฤษฎีว่าวัยรุ่นที่เป็นกระดูกสันหลังคดนั้น นอกจากภาวะร่างกายที่กระดูกสันหลังเอียงและบิดไปจากแนวตรงอย่างที่ควรต้องเป็นทำให้ร่างกายเสียสมดุล ยังมักมีภาวะจิตใจที่ไม่สมดุลอีกด้วย สมัยเกือบร้อยปีก่อนท่านถึงกับเปิดบ้านเป็นคลินิกเพื่อให้เด็กสาวมาพักอยู่กับท่านขณะรักษา พร้อมทั้งเน้นให้มีการเยียวยาจิตใจ และเข้มงวดในการฝึกระเบียบการคิดและวินัยการใช้ชีวิตตามความเชื่อแบบเยอรมัน

เมื่อแรก --- ฉันเคยนึกขำทฤษฎีของท่าน แต่เมื่อได้เฝ้าสังเกตชีวิตของเด็กๆเหล่านี้และครอบครัวของพวกเธอมาหลายปี ฉันค่อนข้างจะเห็นด้วยกับท่านมากทีเดียว บางทีฉันไม่แน่ใจว่าความห่วงใยกังวลของพ่อแม่ที่แสดงออกต่อภาวะร่างกายของเด็กที่เป็นกระดูกสันหลังคดนั้น เป็นเหตุหรือเป็นผลของการเกิดโรค เพราะผู้ปกครองเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความพิเศษในเรื่องการจัดการเรื่องของลูกจริงๆ

ในวันอาทิตย์แบบนี้ --- หลายครั้งที่ฉันต้องเป็นผู้บอกข่าว ซึ่งฉันก็เชื่อว่าในยุคข้อมูลข่าวสารปัจจุบันนี้ พ่อแม่เหล่านี้ไม่ได้ทราบเรื่องโรคของลูกจากฉันเป็นคนแรก แต่การสื่อสารกับคนที่กังวลกับอนาคตของลูกที่รักดังดวงใจ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จนหลายครั้งข้อมูลทางวิชาการธรรมดาที่ฉันต้องบอกเล่ายืนยัน กลับไม่ใช่ข่าวดีของครอบครัว

เช่นบ่ายวันนี้ --- ฉันได้พบกับพ่อแม่ที่พาลูกสาววัยแรกรุ่นมาพบเป็นครั้งแรก ครอบครัวนี้ทราบว่าลูกเป็นกระดูกสันหลังคดมาประมาณ 2 ปีแล้ว ค้นหาการรักษาต่างๆมาตลอด และในที่สุดก็ได้รับการแนะนำให้มาพบฉัน เราปรึกษากันหลายเรื่องเพราะสาวน้อยมีโค้งกระดูกคดและซี่โครงโป่งอย่างเห็นได้ชัดเจน

ฉันตอบทุกคำถามจนพ่อแม่พอใจ

ในห้องนั้น --- นอกจากสาวน้อยที่เป็นผู้ป่วยของฉันยังมีน้องสาวของเธออายุยังไม่เต็มสาว เป็นเด็กน้อยนัยน์ตาพริ้มพราวที่ร่าเริงแจ่มใสราวกับผีเสื้อ เธอเดินไปกระโดดไปรอบๆห้องรักษากรุกระจก สำรวจหยิบฉวยอุปกรณ์ข้าวของชิ้นโน้นชิ้นนี้มาเล่นอยู่ตลอดเวลา

ขณะที่ฉันมองดูเด็กน้อย --- ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ จึงบอกพ่อแม่ว่าขออนุญาตดูหลังของเด็กน้อยได้หรือไม่ เราเห็นรอยโก่งเล็กๆบนซี่โครงของเธอเมื่อเปิดเสื้อขึ้น ฉันหลุดปากไปว่า “อืม เป็นทั้งสองคนนะคะ”

ในความเงียบ --- แม่ดึงเด็กน้อยไปกอด ผีเสื้อของฉันมีน้ำคลอในดวงตาทั้งคู่ ฉันกัดริมฝีปาก ข่มใจและเสไปพูดเรื่องอื่น สมองตีบตันว้าวุ่น พยามยามคิดคำพูดที่อาจจะปลอบประโลมพ่อแม่และลูกสาวสมมติสองคนของฉันได้บ้าง

นี่ --- คือการงานแห่งวันอาทิตย์ของฉัน


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Life of Mann



ความเห็น (0)