นักการตลาดมือใหม่

วันแรกที่อิ๋วไปสมัครงานการตลาด ผู้จัดการถามอิ๋วว่า รู้อะไรเกี่ยวกับการตลาดบ้าง

อิ๋วตอบว่า อิ๋วไม่รู้ค่ะว่าหลักการเป็นยังไง แต่อิ๋วเป็นมักทายใจคนอื่นถูก
.
ผู้จัดการเงิยบไปซักพัก แล้วให้อิ๋วกลับบ้านไป ถ้าได้จะโทรไปบอก
อิ๋วก็เดินกลับไปแบบมั่นใจ ว่าอิ๋วจะได้งานนี้ เพราะอิ๋วทายใจผู้จัดการถูก!
.
วันรุ่งขึ้น โทรศัพท์จากบริษัทโทรมาบอกว่า อิ๋วผ่านการสัมภาษณ์
อิ๋วได้งานการตลาด โดยที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานด้านนี้มาก่อนเลย
.
หลักการ ทฤษฎี เป็นยังไง อิ๋วไม่รู้
ที่อิ๋วรู้มีแค่ ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา และต้องทายใจลูกค้าให้ถูก
.
ลูกค้าคนไหนชอบธรรมะ อิ๋วก็จะไปนั่งสนทนาธรรมกับเค้า
ลูกค้าคนไหนชอบท่องเที่ยว อิ๋วก็จะไปคุยเรื่องประสบการณ์ผจญภัยกับเค้า
ลูกค้าคนไหนชอบทำอาหาร อิ๋วจะหิ้วอาหารที่ทำเองไปให้เค้าติชมและขอคำชี้แนะ
.
ไม่เคยได้ขายของให้บริษัทเลย แต่มียอดขายเข้ามาตลอด
แล้วยอดขายมาได้ยังไง ?
.
อิ๋วไม่รู้หรอกว่าสิ่งนี้ถ้าเรียกตามทฤษฎีการตลาด เค้าเรียกกันว่ายังไง
อิ๋วแค่ทำตามใจตัวเอง อิ๋วเอามาจากพฤติกรรมบางอย่างของตัวเอง
เวลาอิ๋วจะซื้อตั๋วเครื่องบิน อิ๋วจะโทรไปจองกับเค้าเตอร์ที่เพื่อนอิ๋วทำงานอยู่
เวลาที่อิ๋วจะส่งงานพิมพ์ อิ๋วจะส่งงานให้เพื่อนอิ๋วที่ทำโรงพิมพ์ก่อนที่อื่น
อิ๋วเลยคิดว่า ถ้าอิ๋วเป็นเพื่อนกับทุกคน เวลาที่ทุกคนต้องการสิ่งนี้
เค้าอาจจะนึกถึงอิ๋วก่อนก็ได้
.
และทัศนคติ มีผลกับการทำงานทุกอย่าง
เวลาที่มีข้อขัดแย้งในองค์กร สรุปงานกันไม่ลงตัว
สิ่งที่ต้องทำคือ ฟังความคิดของทุกคน และฟังเหตุผลประกอบ
อันไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน ก็เลือกอันนั้น ถ้าผลออกมาดี
คนที่ไม่เห็นด้วยจะเข้าใจไปเอง
.
มีคนบอกอิ๋วเยอะมากว่า อยู่บนหลังเสือ ระวังลงไม่ได้
นี่ไง อิ๋วลงมาแล้ว เดินลงมาเองด้วย เห็นม่ะ

เพจสอนของอิ๋วค่ะ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ข้อคิดการทำงานและการพัฒนาตัวเอง



ความเห็น (0)