วิจารณ์หนังเรื่องสยิว : ของแท้ หรือของเทียม เซ็กส์ จินตนาการสำเร็จรูป ฯลฯ

ผมดูหนังเรื่องนี้ปี 2546 หรือ 47 ตอนนั้นดูแล้ว ก็คิดว่าหนังจะบอกอะไรกับเราบางอย่าง เผอิญว่าในช่วงนั้นกำลังเร่งรัดกับการเขียนวิทยานิพนธ์ ก็เลยปล่อยไปเลยตามเลย แต่เมื่อคืนผมว่าง ก็เลยเกิดความคิดว่าจะหาหนังเรื่องเก่าๆ มาลองอ่านเพื่อหานัยยะบางอย่างของหนัง ซึ่งการอ่านอาจผิดก็ได้ ผมหวังแต่จะได้ความคิดเห็นที่แตกต่างจากผมบ้าง

มาพูดถึงคนกำกับกันหน่อย หนังนี้กำกับโดย คงเดช จาตุรันต์รัศมี ซึ่งเขียนบทและกำกับหนังหลายเรื่อง ก็มีตั้งแต่ “เดอะ เล็ตเตอร์ จดหมายรัก” (เขียนบท), “เฉิ่ม” (เขียนบทและกำกับ), “Me Myself ขอให้รักจงเจริญ” (เขียนบท), “กอด” (เขียนบทและกำกับ), “Happy Birthday” (เขียนบท), “แต่เพียงผู้เดียว” (เขียนบทและกำกับ) หรือแม้กระทั่งงานล่าสุดเมื่อสองปีก่อน อย่าง “ตั้งวง” ที่เขาเขียนบทและกำกับเอง ก็ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีรางวัลสุพรรณหงส์ สำหรับผู้กำกับคนอีกคน ได้แก่ เกียรติ คงสนันท์ ซึ่งเป็นผู้เขียนบทร่วมให้แก่หนังอย่าง “อสุจ๊าก” และ “ท้าชน” ครั้งแรก คงเดช และเกียติ เขียนบทหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อจะเป็นหนังสั้นเพื่อประกวดใน “โครงการส่งหนังสั้นสู่ฟิล์ม” เมื่อปี พ.ศ. 2541 แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การร่วมมือกันระหว่างทั้งสองคนในการทำหนังเรื่องสยิวนับว่าเป็นการทดลองการทำหนังในจอเงินประเภทหนึ่งเลยทีเดียว

โครงเรื่องก็จะเล่าถึงสาวทอมบอยคนหนึ่งที่ชื่อว่า เต่า (ท่านผู้อ่านคงจะรู้นะว่าเต่าเป็นชื่อของอวัยวะส่วนใดของผู้หญิง) เต่าเข้ามาอาศัยอยู่กับป้า ซึ่งเปิดห้องให้พักและทำอาหารอยู่ข้างล่าง ระหว่างอยู่เต่าทำหน้าที่เป็นนักเขียนให้กับเฮีย หรืออากังฟู ที่ทำหนังสือโป๊ ที่ชื่อว่า สยิว (คนไหนที่ไม่อยู่ปี 30-37 ย่อมไม่รู้ว่าเฮียกังฟู เป็นชื่อบรรณาการของนิตยสารปลุกใจเล่มหนึ่งชื่อว่า ไทยเพล์บอย ผมเดาเอาว่าเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังน่าจะมาจากชีวิตของอากังฟู และหนังสือ สยิว ก็มีอยู่ในช่วงนั้นด้วย 555+)

เมื่อตอนเปิดเรื่อง มีนักเรียนชายที่เพิ่งจะมีสิวขึ้นเป็นหย่อมๆ เดินมาที่ร้านหนังสือ ระหว่างนั้นมีเด็กผู้หญิง 2 คน ซื้อหนังสือนิตยสาร เธอกับฉัน ซึ่งมีรูปหน้าปกเป็นวงทู (ต่อและต๋อง) เมื่อเด็กหญิงซื้อเสร็จ เด็กชายก็รีบร้อน เอาสตาร์ซอคเกอร์ กับ หนังสือสยิว แม่ค้าก็พูดดังๆออกไปว่า สตาร์ซอคเกอร์กี่บาท และสยิวกี่บาท จนผู้ใหญ่ต้องหันมามองแวบหนึ่ง โปรดสังเกตว่าเด็กผู้หญิงจะซื้อหนังสือถ่ายแบบวัยรุ่น แต่เด็กผู้ชายที่เริ่มจะเป็นวัยรุ่นกลับซื้อหนังสืสยิว แม้กระนั้นการซื้อหนังสือพวกนี้ยังเป็นความลับ โดยที่ไม่อยากให้ใครๆรู้ โดยเฉพาะพ่อกับแม่ 555+

เมื่อกลับมาถึงบ้าน เด็กชายคนนั้น วางกระเป๋า พร้อมกับถอดเข็มขัดออก อ่านหนังสือสยิว ด้วยความเพลิดเพลิน เมื่อหน้าต่างๆไปเรื่อยๆ ก็จะมาถึงหน้าประสบการณ์หนุ่มสาว ซึ่งหน้าประสบการณ์หนุ่มสาวนี่แหละที่เต่าเป็นคนเขียนให้

เฮียกังฟู หรืออากังฟู เป็นบรรณาธิการที่อยู่ในหนังสือแนวนี้มานาน จากในหนังอากังฟูเป็นผู้มีอุดมการณ์อันสูงส่ง โดยต้องการให้หนังสือสยิว สร้างผาสุกให้แก่ผู้อ่านทุกคน ระหว่างนั้นมีหนังสือแนวนี้เยอะมากๆ แต่แกยังไม่ยอมตัดการตอบปัญหาทางเพศ โดยหมอชไมพร ซึ่งแกถือว่าหมอจะเป็นผู้ตอบปัญหาทางเพศได้ดีที่สุดคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามงานเขียนของเต่า เขียนเหมือนนักอักษรศาสตร์ ต้องใช้สำนวนเพื่อพาให้ผู้อ่านจินตนาการไปถึง ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ความต้องการของตลาดต้องการคำที่โจ่งครึ้มอะล่างแจ้งไปเลยว่าส่วนไหน อย่างไร ตรงไหน ด้วย คำหลายคำที่อากังฟูเป็นคนคิด แม้จะไม่ถูกตามหลักอักษรศาสตร์ แต่แกก็จะใช้ เช่นคำว่า โขยกอารมณ์ จนมันซ่านซ่าสสสส์ เป็นต้น

ในกองบรรณาธิการ มีนักเขียนหนุ่มคนหนึ่ง โดยใช้ชื่อว่า ไอ้หนุ่มพลังม้า เขียนโดยใช้ภาษาที่กระจ่างแจ้งโจ๋งครึ้มไปเลย (เอาที่จำได้นะครับ เช่น หม้อ เป็นต้น) ชี้ชัดไปเลยว่าตรงไหน ทำกันอย่างไร ซึ่งหลายคนในกองพอใจ แต่เป็นที่อิจฉาริษยาของเต่าเสมอ

ระหว่างเต่าผู้ไม่มีประสบการณ์ กับ หนุ่มผู้มีประสบการณ์ การดิ้นรนของเต่าเพื่อจะให้อากังฟูยอมรับจึงเริ่มขึ้น เหตุการณ์ที่อยู่ในร้านทำอาหารของป้าจึงถูกเสริมแต่งเอาเป็นเรื่องอย่างว่า เช่น เป็น พี่แดง สาวทรงมโหระทึก, คุณนายช้อย ผู้แสนเปลี่ยวข้างหอพัก, พันธ์และก้อย พี่เขยน้องเมียอารมณ์กรุ่น เมื่อเขียนไป ก็ไม่ผ่านการพิจารณาของเฮียกังฟูสักที ปัญหาต่างๆ ที่รุมล้อมเต่า เริ่มเขม็งเกลียวเข้ามามากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องานเขียนวิทยานิพนธ์ซึ่งกำลังมีที่ท่าว่าจะไปไม่รอด น้องหมวย (รุ่นน้องที่มาชอบเต่า)ซึ่งกำลังมีเด็กหนุ่มต่างคณะมาติดพัน และที่สำคัญที่สุด คือการถูกท้าทายและคุกคามจากหนุ่มพลังม้า เต่าพยายามต่อไปอีกครั้ง โดยการไปขอคำปรึกษากับ ลุงหมอชไมพร นักเขียนคนหนึ่งในกองบก. เต่าพยายามเลียบเคียง ถามในสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ ลุงหมอตอบเพียงว่า หน้าที่ของนักเขียนนั้น มีเพื่อเติมเต็มสิ่งที่คนอ่านขาดหายไป ส่วนเรื่องของประสบการณ์ที่เป็นประสบการณ์สำเร็จรูปนั้น เมื่อถึงเวลาแล้วเต่าจะรู้เอง เต่ายังคงไม่เข้าใจสิ่งที่ลุงบอกเท่าไรนัก

เต่าได้ไปหนังสด ที่อยู่หอพัก ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนเช่า เต่าไปกับจ้อน (ที่ก็บอกแล้วนะครับ หมายถึงอวัยวะส่วนใดของผู้ชาย) จ้อนเป็นคนหงิมๆ เรียบร้อย เพราะเคยเป็นเด็กวัดมาก่อน จ้อนแอบชอบเต่ามานาน แต่ไม่กล้าบอก เพราะเป็นคนขี้อาย คนที่มาเช่าห้องก็คือมือปราบมือดำ ที่เคยถูกระเบิดจนอวัยวะเพศไม่แข็ง เมียหนีจาก แต่ได้คู่ขาที่ดี (คุณวิยะดา อุมารินทร์) ที่พอใจเขา นอกจากนี้ก็มีการไปดูหนังโป๊เรื่อง สาว 17 ร้อนรัก+ 3 สาวอร่อยรัก เพื่อจะกลับออกมาต่อว่าคนขายตั๋ว “หลอกเอาตังค์กันนี่นา ไม่เห็นหนังจะโป๊เลย” คนขายตั๋วซึ่งเป็นหญิงหน้าตาเฉยชาเหมือนไม่มีอะไรในโลกนี้อีกแล้วจะทำให้เธอหวั่นไหวได้ ก็ตอบเสียงเนิบๆ ว่า “ใครเขามาดูหนังกัน” กินความนัยถึงกิจกรรมตามเก้าอี้ที่น้องเต่าได้เห็นแว้บๆ กล่าวคือคนกำลังฟัดฟัน แต่เต่ากลับไม่กล้าดู 555+

ทางเลือกสุดท้ายก็คือ ไปมีอะไรกับหนุ่ม ฉากนี้นับว่ารุนแรงมากๆ ถึงขนาดเอาตัวเองไปเป็นหนูทดลองเพื่อให้มีประสบการณ์ เต่าถอดเสื้อต่อหน้าหนุ่ม หนุ่มเอาปิดหน้าเต่า พยายามจะคลึงเคล้า โจมจูบลูบโลมระหว่างเนินหน้าอกกับข้างล่าง ต่อมาหนุ่มถอดเข็มขัด พยายามจะจูบ แต่เต่าบอกให้เขาพอ สุดท้ายหนุ่มบอกกับเต่าว่า เต่ามีโลกแบบของเต่า เขามีโลกแบบของเขา เขายังต้องการประสบการณ์กับเรื่องอย่างว่าต่อไปเรื่อยๆ

ขอพูดตรงนี้สักนิด ช่วงปี 2535 เป็นช่วงพฤษภาทมิฬ ในเรื่องดำเนินการตั้งแต่การขึ้นเป็นนายกฯของสุจินดา คราประยูร มีการแต่งตั้งพี่น้องดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ มีการประท้วง มีการฆ่าฟัน มีผู้สูญหาย และมีคนตาย แต่ผู้สูญหายกับคนตายไม่มีจำนวนที่แน่นอน ด้วยทหารพูดอย่าง และสื่อมวลชนพูดอีกอย่าง หนังเรื่องสยิวเอาบรรยากาศที่หม่นๆ มัวๆ ของยุคสมัยมาเข้ากับเรื่องหนังสือปลุกใจอย่างสยิว เพราะคนอยากอ่าน แต่อ่านต่อสาธารณชนไม่ได้

หากมองเรื่องนี้ในแง่สังคมวิทยาหรือมานุษยวิทยา โลกของหนังสือโป๊ เป็นโลกเดียวกับผู้ชาย ผู้ชายเป็นเพศเดียวเท่านั้นที่สนับสนุนตลาดของหนังสือโป๊ กองบก. ทุกคนล้วนเป็นผู้ชาย (หากมีคนข้ามเพศอยู่บ้างก็คือสไตล์ลิสต์ ซึ่งก็เป็นผู้ชายอีก) ผู้ชายคือผู้มีประสบการณ์ในทางเพศ โปรดสังเกตว่าเต่าจะแสดงภาพเป็นผู้ชาย หรือผู้กระทำเสมอต่อหญิง หรือผู้ถูกกระทำในจินตนาการ แต่ภาพทอมบอยหมดไป เมื่อน้อง หมวย ที่เต่าเห็นว่าน่าจะเป็นผู้ถูกกระทำ แต่กลับเป็นผู้กระทำ ตอนที่เต่าไปหาหมวยในห้องน้ำ หมวยเดินเข้ามาหา เอามือเต่าจับไปที่หน้าอก และจูบเต่าด้วยตัวเอง (ทำไมการจูบกันเพื่อแสดงรสนิยมทางเพศจึงพบเสมอในหนังอาเซียน?) เต่าจึงรู้ว่าตนไม่ใช่ทอม แต่เป็นผู้หญิง อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก เครื่องพิมพ์ดีดของเต่า ไม่สามารถจะพิมพ์ตัว ญ ได้ในตอนเริ่มต้น แต่เมื่อยอมรับตนเองว่าเป็นหญิงแล้วเท่านั่นแหละจึงสามารถพิมพ์ ญ ผู้หญิงได้

กล่าวให้ง่ายก็คือเมื่อก่อนเต่าต้องกลายเป็นผู้ชาย (ซึ่งของเทียม) แต่ตอนนี้เธอสามารถเขียนงานที่เป็นผู้หญิง เหมือนกับว่าหนังสือโป๊นั้นต่างเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงมามีส่วนร่วม การพิมพ์ ญ ผู้หญิงได้นี้คือการเปิดเผยของตัวตน และเป็นรักแรกพบด้วย (ต่อมาเต่าได้แต่งงานกับจ้อน) ตรงนี้ถ้าจะให้ผมเดา ผมจะเดาว่าทั้งคงเดช และเกียรติ ตั้งใจจะถามคำถามถึงเพศสภาพ (gender) ควรอยู่ตรงไหนดีในเมืองไทย กิจกรรมอะไรบ้างที่สมควรเข้าร่วม

กลับมาที่หนังอีกรอบ อากังฟูสุดท้ายต้องหลบไปอยู่กับญาติทางเหนือ และกลับมาอีกครั้งในปี 45 โดยการนำจิ๋มเทียมมาเป็นเครื่องเล่นทางเพศ (sex toy) เรื่องทางเพศเองก็เป็นเรื่องที่พูดได้โดยทั่วไป ตัวเต่าเองก็มีชีวิตแบบเรียบง่าย แต่สนุกทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะตนเองมีความสุขในทางเพศ สำหรับหนุ่มก็ยังแสวงหาประสบการณ์ทางเพศต่อไป (หนุ่มได้เป็นกองบก. หนังสือ “เปิดบริสุทธิ์” คนยุคนั้นคงรู้ดีว่าเป็นหนังสืออะไรนะครับ 555+)

หนังเป็นหนังที่ดีครับ ตอนนี้ถ้ามี ก็ต้องซีดีครับ สมควรไปดูกัน ดูคนเดียวก็ได้ แต่ถ้าดูเป็นคู่ยิ่งดีใหญ่เลยครับ





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)