โครงการวัยซน วัยใส รู้เท่าทันภัยของยาเสพติด

ตัวอย่างโครงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในโรงเรียน

บรรณาธิกรณ์

โครงการนี้พี่ๆร่วมกันคิด เพื่อปลูกจิตสำนึกของพวกเจ้าหนา

วัยของเจ้าเริ่มอยากรู้โลกมายา สิ่งยั่วยุทุกสาขาเจ้าอยากลอง

พี่จึงมาเตือนสติถึงภัยร้าย ที่ทำลายตัวพวกเจ้าให้หม่นหมอง

สิ่งนั้นคือยาเสพติดอย่าคิดลอง พี่ไม่อยากให้น้องๆต้องโศกา

ภัยของมันฆ่าชีวิตของคนเสพ ให้กายเจ็บปวดร้าวเป็นหนักหนา

ทั้งจิตหลอนวิปริตเพราะติดยา อีกไม่ช้าจะตายอย่างทรมาน

ด้วยเหตุนี้ทำให้พี่ได้เล็งเห็น จึงมาเป็นโครงการจิตอาสา

เหล่าวัยซน วัยใส พี่จะพา รู้เท่าทันภัยของยาเสพติดเอย

จากบทประพันธ์ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นบทประพันธ์ที่ข้าพเจ้าแต่งขึ้นสำหรับการอธิบายเหตุผลที่ข้าพเจ้าเลือกทำโครงการวัยซน วัยใส รู้เท่าทันภัยของยาเสพติด ซึ่งข้าพเจ้าได้เคคยลงพื้นที่เพื่อไปทำกิจกรรมโครงการ วัยซน วัยใส รู้เท่าทันภัยของยาเสพติด ณ โรงเรียนอนุบาลกันทรวิชัย ท่านผู้อ่านคงจะสงสัยว่าทำไมจึงสนใจเรื่องนี้ อันดับแรกด้วยความที่ข้าพเจ้าเป็นนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับยา แน่นอนว่ารวมถึงยาเสพติดด้วย ทำให้ตระหนักถึงอันตรายที่ร้ายแรงของยาเสพติดต่อสังคม อีกทั้งข้าพเจ้าทราบมาว่าชุมชนบริเวณรอบๆโรงเรียนอนุบาลกันทรวิชัยมีวัยรุ่นที่มั่วสุมเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่อีกจำนวนหนึ่ง จึงได้ลงพื้นที่ไปเพื่อสอบถามชาวบ้านในชุมชนถึงปัญหานี้ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเห็นควรว่าโครงการวัยซน วัยใส รู้เท่าทันภัยของยาเสพติด ควรถูกจัดขึ้นให้นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6โรงเรียนอนุบาลกันทรวิชัย เพราะโรงเรียนนี้จัดทำการเรียนการสอนถึงระดับประถมศึกษาตอนปลาย และหลังจากที่เรียนจบน้องๆก็จะไปเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาที่ใกล้เคียงกับชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ จากการสอบถามชาวบ้านในชุมชนพบว่า เด็กบางคนเมื่อไปต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาบางคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนเสียอนาคต จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งโครงการ

การวางแผนกิจกรรมเริ่มต้นจากการเตรียมการ คือผู้ร่วมโครงการร่วมประชุมปรึกษาและหาข้อสรุปเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ วางแผนงาน กำหนดขอบเขตการทำงานและกำหนดบทบาทหน้าที่การทำงานของสมาชิกในโครงการวัยซน วัยใส รู้เท่าทันภัยยาเสพติด

ขั้นตอนแรกคือการประชุมเพื่อวางแผนกิจกรรมที่เหมาะสมกับน้องๆ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ สมาชิกภายในกลุ่มได้เสนอกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย สุดท้ายได้ผลสรุปเป็นกิจกรรมดังนี้


กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะนำเสนอแก่น้องๆ ดังนั้นสื่อกลางในการนำเสนอน้องๆต้องน่าสนใจ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเรื่องสื่อวิดิทัศน์ให้น้องๆดูสลับกับการตอบคำถามเพื่อทบทวนความรู้ที่ได้รับ สื่อวิดิทัศน์ที่นำเสนอเป็นอันดับแรกจะอยู่ในรูปแบบของ Animation แล้วค่อยไล่ระดับไปจนถึงภาพจริงของผู้ติดยาเสพติด ,โรคที่มาพร้อมยาเสพติด เพื่อให้น้องๆเกรงกลัวต่อการเสพยา และเหตุที่เลือกวิดิทัศน์เนื่องจากเป็นภาพเคลื่อนไหว ดูไม่น่าเบื่อ มีเสียงประกอบเสริมที่ทำให้วิดิทัศน์น่าติดตาม และที่สำคัญมีสีสันที่น่าสนใจ ก่อให้เกิดอารมณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อน้องๆได้ชมวิดิทัศน์เกี่ยวกับอาการของผู้ติดยา ผลปรากฏว่าน้องๆส่วนหนึ่งแสดงออกโดยการปิดตาซึ่งมาจากความกลัวนั่นเอง หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ให้น้องๆดูวิดิทัศน์จนจบ ข้าพเจ้าได้มอบวิดิทัศน์นี้ให้แก่โรงเรียนเพื่อทางโรงเรียนจะนำเป็นสื่อการสอนเรื่องยาเสพติดแก่เด็กรุ่นต่อไป


กิจกรรมเรียงไม้ขีดไฟ สำหรับรายละเอียดสำหรับกิจกรรมนี้คือข้าพเจ้าจะแจกไม้ขีดไฟให้น้องๆคนละ 1 อัน ให้น้องๆเรียงเป็นรูปบ้าน โดยครั้งแรก น้องๆแต่ละคนห้ามหน้าคุยกันให้แต่คนในกลุ่มเรียงแถวและวางไม้ขีดต่อจากเพื่อน จับเวลา15 วินาที หลังจากนั้นถามน้องๆว่าบ้านที่ได้รูปร่างเป็นแบบที่ตั้งใจไว้หรือไม่ ต่อมา ให้น้องๆสามารถปรึกษาและวางแผนกันใหม่ว่าอย่างไรจึงจะเรียงไม้ขีดเป็นรูปบ้านอย่างที่ทุกคนพอใจเป็นเวลา 10 นาที เมื่อครบกำหนดเวลา ข้าพเจ้าจะสรุปแง่คิดของกิจกรรมนี้ โดยกิจกรรมนี้มุ่งเน้นเรื่องการวางแผนก่อนลงมือปฏิบัติ ท่านผู้ฟังคงสงสัยใช่ไหมว่าการวางแผนงานก่อนลงมือปฏิบัติมีประโยชน์อย่างไร จากประสบการณ์ของข้าพเจ้าที่จัดทำโครงการมาหลายครั้ง พบว่าการวางแผนช่วยลดการสูญเสียจากการทำงานซ้ำซ้อน, ทำให้มีการกำหนดขอบเขตในการทำงานที่แน่นอน และมีนโยบายที่ชัดเจน, ช่วยให้ผู้บริหารสามารถเตรียมรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนป้องกันการขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในหน่วยงาน, การวางแผนเป็นเครื่องมือในการบริหารของผู้บริหาร เพื่อให้การดำเนินงานประสบ ผลสำเร็จ อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ประหยัดเวลา และทรัพยากร, การวางแผนจะช่วยให้เกิดการประสานสัมพันธ์ภายในองค์กร ทำให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความราบรื่นและสามารถตรวจสอบความสำเร็จของเป้าหมายได้ เหตุผลที่ข้าพเจ้าเลือกไม้ขีดไฟมาเป็นวัสดุในการทำกิจกรรมนี้เนื่องจากไม้ขีดไฟไม่ค่อยมีความแหลมคมมากนัก เป็นป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในการทำกิจกรรม


กิจกรรมเรียงคำยาเสพติด สำหรับกิจกรรมนี้ ข้าพเจ้าจะมีภาพมาให้น้องๆที่เป็นตัวแทนกลุ่มดู จากนั้นให้น้องๆไปหาคำตอบในบัตรคำที่วางกองอยู่ตรงกลางลานกิจกรรม กลุ่มไหนหาเจอก่อนให้ยกมือขึ้นพร้อมแสดงบัตรว่าคำตอบถูกต้องหรือไม่ และบอกถึงโทษของยาเสพติดชนิดนั้น จากนั้นให้น้องๆส่งตัวแทนกลุ่มออกมากลุ่มละ 1 คน ต่อ 1 ภาพ ห้ามซ้ำกันจนกว่าจะหมุนเวียนกันครบทุกคน ถ้าหากตอบคำถามถูกจะได้รับรางวัล โดยเหตุผลที่เลือกกิจกรรมนี้เนื่องจากเป็นการทบทวนความรู้ที่ได้จากการนำเสนอสื่อยาเสพติด หากน้องสามารถตอบคำถามได้แสดงว่าน้องได้รับความรู้ที่เราตั้งใจนำเสนอไป สำหรับวัสดุอุปกรณที่เลือกคือรูปยาเสพติดแต่ละชนิด เพราะน้องๆจะได้จำว่าสิ่งนั้นคือยาเสพติด และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว สำหรับกิจกรรมนี้เสมือนเป็นการเชื่อมโยง ภาพ คำศัพท์(ยาเสพติด) โทษและอาการหลังการเสพ ไว้ด้วยกัน ทำให้น้องๆได้รู้จักเชื่อมและสร้างเสริมทักษะการจำของน้องๆไปในตัว


กิจกรรมปะแป้งตอบคำถาม สำหรับกิจกรรมนี้จะให้น้องๆทุกคนนั่งเป็นวงกลมใหญ่วงเดียว หลังจากนั้นนำขวดแป้งให้น้องๆส่งต่อกันไปเรื่อยๆ หากเสียงนกหวีดดังขึ้น ขวดแป้งอยู่ที่ใคร คนนั้นต้องตอบคำถามเกี่ยวกับยาเสพติดหากตอบคำถามได้สามารถนำแป้งไปทาหน้าของใครก็ได้ที่อยู่ในวงกลม แต่ถ้าหากตอบคำถามไม่ได้จะต้องนำแป้งทาหน้าของตนเอง โดยกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมเก็บตกและทบทวนความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดที่น้องๆได้รับ


กิจกรรมเขียนสรุปความรู้ที่ได้รับลงบนกระดาษขาวแผ่นใหญ่ โดยจะแบ่งน้องออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คนหลังจากที่น้องๆได้ทำกิจกรรมทั้งหมด ข้าพเจ้าอยากทราบว่าน้องๆได้รับความรู้อะไรบ้าง เพื่อดูภาพรวมว่าสิ่งที่เราไปนำเสนอประสบผลสำเร็จเพียงใด ซึ่งส่วนใหญ่น้องๆสามารถเก็บรายละเอียดความรู้ที่ได้รับมาตั้งแต่กิจกรรมแรกได้ค่อนข้างดี อธิบายชัดเจน และน้องๆได้ฝักทักษะการเขียนความรู้ทางวิชาการในสำนวนของตนเอง สำหรับประโยชน์ของการทำกิจกรรมนี้คือเป็นเครื่องมือพัฒนาสติปัญญา เนื่องจากการเรียนรู้ทุกอย่างต้องอาศัยการเขียนเป็นเครื่องมือสำหรับบันทึกสิ่งที่ได้ฟังและได้อ่านและนำไปสู่การพัฒนาสืบไป, เป็นการพัฒนาความสามารถและบุคลิกภาพ ทำให้บุคคลมีความเชื่อมั่นในตัวเองในการแสดงความรู้สึกและแนวคิด, เป็นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมนั่นเอง สุดท้ายจะทำการประกวดโดยให้อาจารย์ประจำชั้นของน้องๆตัดสินหากกลุ่มใดชนะ จะได้รับรางวัลไป

มาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านคงได้รับทราบรายละเอียดของกิจกรรมโครงการวัยซน วัยใส รู้เท่าทันภัยของยาเสพติด มาประมาณหนึ่งแล้ว และข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้ฟังจะเล็งเห็นถึงปัญหายาเสพติดในประเทศของเรา และร่วมมือกันต่อต้านเพื่อให้ลูก หลาน ของเราไม่ต้องตกเป็นทาสของยาอันตรายพวกนี้ ถึงแม้ว่าการที่จะขจัดยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยเป็นเรื่องยาก เพราะดูจากคำขวัญ ในปีพ.ศ. 2539 ภายใต้การปกครองของนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปะอาชา มีความว่า “มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด” แสดงให้เห็นถึงยาเสพติดระบาดอย่างหนักและระบาดเข้าสู่กลุ่มเยาวชนจนมีคำขวัญเพื่อเตือนใจกลุ่มเยาวชนเหล่านั้น ถึงแม้ว่าการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปจะเป็นเรื่องยาก แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากพวกเราร่วมมือกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตาให้กับสังคม ปัญหายาเสพติดนี้มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างแน่นอน และข้าพเจ้าหวังว่าปัญหายาเสพติดจะหมดสิ้นไปในที่สุด

สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการวัยซน วัยใส รู้เท่าทันภัยของยาเสพติด จะทำให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลกันทรวิชัย ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อที่สังคมไทยจะได้พลเมืองที่ดีในอนาคต และเป็นกำลังสำคัญของชาติสืบต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าที่น่าสนใจอื่นๆ



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

นี่คือต้นแบบการเขียนถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีครับ เห็นกระบวนการกิจกรรม และเห็นผลลัพธ์ไปคู่กัน

ชื่นชมครับ

Peddy
IP: xxx.68.6.136
เขียนเมื่อ 

แม้ว่าไม่ได้เข้าร่วมที่เห็นด้วยตา แต่เมื่ออ่านแล้วเห็นกระบวนการทำงานของโครงการ และเรื่องของการทำกิจกรรมแต่ละกิจกรรม น่ารักมากๆๆๆ