เพื่อความปลอดภัยให้นำหลักนี้ไปจับเทียบเคียง หากปรากฏว่าครูบาอาจารย์สำนักใดสอนให้เขาปฏิบัติธรรมแล้วเป็นไปเพื่อ๘ประการดังกล่าว พึงรู้ว่านั่นสอนผิดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วพึงละการปฏิบัตินั้นเสีย แต่ถ้าสอนตรงกันข้ามนี้พึงรู้ว่าสอนถูกหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า พึงปฏิบัติตามเถิด.
จากหนังสือคู่มือพุทธบริษัท ฉบับสมบูรณ์ ซึ่งเป็นหนังสือสวดมนต์ แปลเป็นไทย บทสวดมนต์ต่างๆที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้รวบรวมจาก คู่มืออุบาสก-อุบาสิกา สวนโมกขพลาราม สวดมนต์แปลฉบับหลวง มนต์พิธี พิมพ์เผยแพร่โดยธรรมสภา ...ในหน้า๑๙๓ หัวข้อที่๘ได้กล่าวถึง"หลักตัดสินธรรมวินัย๘ประการ" มีเนื้อความว่า

- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความกำหนัดย้อมใจ ไม่เป็นไปเพื่อคลายความกำหนัดย้อมใจ
- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อประกอบทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อออกจากทุกข์
- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อสะสมกองกิเลส ไม่เป็นไปเพื่อละกิเลส
- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความอยากใหญ่ ไม่เป็นไปเพื่อความอยากน้อย(มักน้อย)
- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความไม่สันโดษ ไม่เป็นไปเพื่อความสันโดษ
- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ไม่เป็นไปเพื่อความสงัด
- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ไม่เป็นไปเพื่อความเพียร
- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความเลี้ยงยาก ไม่เป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย
ธรรมเหล่านี้พึงรู้ว่า ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า (แล้วพระพุทธองค์ทรงตรัสสิ่งที่ตรงกันข้ามว่าเป็นธรรม เป็นวินัย)

(พระไตรปิฏก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต โคตมีสูตร เล่มที่๒๓/๒๘๘)
ขอบคุณคะพี่ขวัญ...
กะปุ๋มกำลังเรียนรู้เรื่องนี้อยู่เช่นกัน แต่อ่อนหัดเหลือเกิน...จนครู เพื่อน และกัลยานมิตร...ทั้งดุและให้กำลังใจไปพร้อมกัน...
...
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ...เรื่องเล่าดีดีที่นำมาฝากกัน
(^___^)
กะปุ๋ม
ยินดีเช่นกันค่ะที่กะปุ๋มเป็นอาคันตุกะคนแรกที่มาลปรร…ขอบคุณนะคะ
ให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง สาธุ สาธุ