".โต๊ะนอนเรียน " โอกาสแห่งความเสมอภาคของคนพิการ บ้านตากแดด

  ถึงเวลาแล้ว..ที่สถานศึกษาทุกแห่ง ต้องเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ ให้คนพิการ ได้เข้ารับการศึกษาอย่างเท่าเทียมเสมอภาค ทุกคน  

   ศูนย์การเรียนชุมชนตำบลตากแดด เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันจัดตั้งเพื่อใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในชุมชน เหมือนกับศูนย์การเรียนแห่งอื่น ๆ ซึ่งมีร่วมร้อยแห่งในจังหวัดชุมพร ทุกวันเสาร์ ที่นี่จะถูกใช้เป็นสถานที่พบกลุ่มของนักศึกษาสายสามัญ ตั้งแต่ระดับผู้ไม่รู้หนังสือ จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน คือ นางจิรา อำพันกาญจน์  เป็นผู้รับผิดชอบ

     นอกจากโต๊ะเก้าอี้ สำหรับใช้เป็นที่นั่งให้นักศึกษาที่มาพบกลุ่มแล้ว  ที่ศูนย์การเรียนฯ แห่งนี้ มีโต๊ะ ซึ่งมีลักษณะพิเศษ ซึ่งทุกคนตั้งชื่อมันว่า " โต๊ะนอนเรียน " ซึ่งเป็นโต๊ะ ที่นักศึกษาของกลุ่มนี้ร่วมมือร่วมใจกันทำให้เป็นพิเศษ สำหรับ นายณรงค์ศักดิ์  พยุหกฤษ  อายุ  21 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 77 ม. 1 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร เพราะนายณรงศักดิ์ หรือที่ใคร ๆ ในหมู่บ้านมักเรียกกันติดปากว่า "น้องจิม " เป็นคนพิการ แขน ขาลีบ  ไม่สามารถ นั่ง หรือเดินไปไหน มาไหนด้วยตนเองได้  จะมีก็เพียงรถเข็น 4 ล้อเก่า ๆ ที่ญาติทำให้น้องจิมนอน  เวลาต้องการเคลื่อนย้ายตัวเอง ไปบริเวณรอบบ้าน

      ตอนต้นปี 47 น้องจิมบอกกับญาติ ๆว่า อยากเรียนหนังสือ อยากมีความรู้เหมือนคนอื่น ๆบ้าง ทุกคนก็เลยลงความเห็นว่าต้องพาน้องจิม ไปสมัครเรียนที่ศูนย์การเรียนชุมชนตากแดด ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ของเยาวชนและผู้ใหญ่หลาย ๆคนในหมู่บ้าน  เนื่องจากน้องจิมไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนเลย ครูจิรา จึงให้น้องจิมลงทะเบียนเป็นนักศึกษาระดับพื้นฐาน คือระดับผู้ไม่รู้หนังสือ ถ้าวันที่พบกลุ่มเป็นวันที่อากาศดี ไม่มีฝนตก ญาติ ๆ ก็จะพาน้องจิม พร้อมกับรถเข็น 4 ล้อ  พ่วงมากับรถมอเตอร์ไซด์ มาส่งน้องจิมที่ศูนย์การเรียน...เพราะน้องจิม อยากมาพบเพื่อน ๆ ซึ่งมีหลากหลายอายุ อาชีพ  วันแรกที่มา น้องจิมต้องนอนเรียนบนพื้นกลางห้อง เพราะไม่สามารถนั่งเรียนบนเก้าอี้ได้ เป็นที่สงสารของเพื่อน ๆ มาก ทุกคนเลยช่วยกันออกแบบโต๊ะพิเศษให้น้องจิม ใช้นอนเรียนเวลามาพบกลุ่ม  และตั้งชื่อว่า โต๊ะนอนเรียน วันไหน ฝนตก น้องจิมมาไม่ได้ครจิรา ก็จะแวะไปสอนที่บ้าน หรือบางครั้งเพื่อนที่มีรถยนต์ก็จะเอารถไปรับ มาจากบ้าน เพราะรู้ว่าน้องจิมอยากจะเจอเพื่อน  แม้อาทิตย์ละครั้ง ก็ยังดี การได้มาพบเพื่อนทำให้โลกใบเล็กของน้องจิม มีความสดใส และสว่างไสวไปด้วยพลังแห่งความรู้ ความเอิ้ออาทร  ที่ได้รับจากครูและเพื่อน ๆ

     จากการเอาใจใส่ดูแลของเพื่อน ๆและครูภายใน 1 ปีน้องจิมก็สามารถอ่านออกเขียนได้ ในระดับดีเป็นที่น่าพอใจ... เทอม 1/2548 ครูจิราเลยให้น้องจิมลงทะเบียน เป็นนักศึกษาระดับประถมศึกษา โชคดีที่แม้ แขนขนลีบ แต่กล้ามเนื้อที่นิ้วมือของน้องจิมยังแข็งแรง จึงสามารถเขียนหนังสือได้ และเขียนลายมือสวยด้วย ถ้าใครมีโอกาสผ่านไปที่ศูนย์การเรียนชุมชนต.ตากแดด ในวันที่มีการพบกลุ่ม จะเห็นภาพแห่งความเอื้ออาทรของเพื่อน ที่มีให้น้องจิมเสมอ  เวลาน้องจิมมาถึงที่ศูนย์การเรียน ทุกคนจะวิ่งไปรับ ทักทาย พูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน เป็นกันเอง นักศึกษาผู้ชายก็จะช่วยกันยกน้องจิม เข้าไปที่ห้องเรียน วางน้องจิมบนโต๊ะนอนเรียน  เตรียมตัวทำกิจกรรมการเรียนรู้กันต่อไป  เพื่อนในห้องทุกคน..ไม่มีใครมองเห็นความพิการของน้องจิม รวมทั้งตัวน้องจิมด้วย ที่นี่มีแต่บรรากาศของการดูแล เกื้อกูล ศูนย์การเรียนที่นี่ นับเป็นอีกแหล่งของการเรียนรู้ ของชุมชน ที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน  ถึงเวลาแล้วที่ สถานศึกษาทุกแห่ง  ต้องเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ให้คนพิการทุกคนได้เข้ารับการศึกษาอย่างเท่าเทียมเสมอภาค ทุกคน

                                                          จิรา  อำพันกาญจน์ ..ครูศูนย์การเรียนชุมชน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน korsornor chumphon

คำสำคัญ (Tags)#km#บันทึกกิจกรรม

หมายเลขบันทึก: 6101, เขียน: 30 Oct 2005 @ 21:35, แก้ไข, 20 Jun 2012 @ 09:21, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (6)

ชายขอบ
IP: xxx.90.236.235
เขียนเมื่อ 30 Oct 2005 @ 21:54

     ผมอ่านไปด้วย ซาบซึ้งใจไปด้วยครับ เป็นสิ่งที่งดงามมากครับสำหรับสังคมในปัจจุบันนี้ อยากเห็นภาพถ่ายของ "โต๊ะนอนเรียนครับ" เพื่อที่จะได้จุดประกายในงานที่ผมรับผิดชอบอยู่ กายอุปกรณ์เหล่านี้คนพิการมีสิทธิอยู่อย่างเต็มเปี่ยมครับ ที่รัฐจะต้องจัดหาให้ ตามสิทธิที่เขามี คือ

          1. ได้รับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยวิธีทางการแพทย์
          2. ได้รับการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
          3. ได้รับคำแนะนำชี้แจงและปรึกษาเกี่ยวกับอาชีพ
          4. ได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม
          5. บริการจากรัฐในการเป็นคดีความและในการติดต่อราชการ

จันทวรรณ
IP: xxx.7.142.41
เขียนเมื่อ 30 Oct 2005 @ 23:26

ขอชื่นชมด้วยคนคะ น้ำใจคนไทยเรามีล้นเหลือจริงๆ คะ :)

พรสกล ณ ศรีโต
IP: xxx.151.46.131
เขียนเมื่อ 02 Nov 2005 @ 15:35

นี่แหละครับคือสังคมไทยที่ยังมีสิ่งงดงาม     และต้องขอชื่นชมด้วยนะครับ   ผมเข้าใจยังมีอีกมากแต่ไม่ได้บอกเล่าสู่สาธารณชนเท่านั้น

                         พรสกล  ณ ศรีโต

                        

พิพิธภัณฑ์
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 02 Nov 2005 @ 16:41
ขอเป็นกำลังใจให้และขอชื่นชมด้วยใจจริงค่ะ
คนทุ่งโก
IP: xxx.113.70.74
เขียนเมื่อ 03 Nov 2005 @ 15:06

 

น้ำใจที่งดงามอยู่คู่กับคนไทยมานานแสนนาน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนจงทำแบบนี้ตลอดไปและฝากบอกน้องจิมว่าสู้ต่อไป

หนอนหนังสือทุ่งตะโก
IP: xxx.147.1.7
เขียนเมื่อ 09 Nov 2005 @ 13:46

        อ่านแล้วรู้สึกปลื้มใจแทนอาจารย์ผู้สอนนะ ที่มีคนพิการที่หัวใจเข้มแข็งอยากจะเรียนหนังสือ  จริงๆ ในการจัดงานวันกศน. หรือในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษานอกโรงเรียน อยากให้คนพิการคนนี้หรือคนอื่น ๆ ที่มีความสนใจเรียนหนังสือ เล่าให้เพื่อน นักเรียน ของชาวกศน. แลผู้ที่สนใจอยากเรียน กศน. หรือผุ้พลาดโอกาส  รักการเรียน เหมือนคนนี้จัง  เพราะการเรียนรู้ไม่มีวันหมดสิ้นไปจากโลกนี้ได้ 

     ขอบคุณอาจารย์ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มีคุณธรรม  น่ายกย่องเอาแบบอย่าง