ไปตามหาคุณครูสมัยเด็ก ๆ มาค่ะ ได้กราบท่านด้วย อายุ 92 แล้ว

ไปตามหาคุณครูสมัยเด็ก ๆ มาค่ะ


หลังจากที่พลัดพรากจากแผ่นดินไทยมาเป็นเวลานาน

วันนี้ผู้เขียนก็ตั้งใจไปตามหา ครูบาอาจารย์สมัยเด็ก ๆ

ทั้งนี้เพราะผู้เขียนเพิ่งจะมีโอกาสได้หาเพื่อนรัฐศาสตร์เชียงใหม่เจอหลังจากที่พลัดพรากกันมานาน

ระหัส 31 นี่ สมัยก่อน ไม่มี Facebook หรือ Line

พอ เดินทางไปต่างประเทศ ครั้งแล้วครั้งเล่า

เพื่อนผู้หญิงก็ แต่งงาน เปลี่ยนนามสกุล

เพื่อนผู้ชายก็ ย้ายบ้าน เปลี่ยนที่อยู่กัน

เมื่อเจอกัน ก็ถามถึงคุณครูบาอาจารย์ก่อนเลย

แต่ก็ได้รับคำตอบที่น่าเสียใจเช่น

อาจารย์วีรวุฒิที่สอนกฏหมาย ท่านเสียไปซะแล้ว

อาจารย์หลายท่านเกษียณไปแล้ว

เลยตั้งใจว่า ไปเมืองไทยครั้งนี้ จะไป ตามหาอาจารย์ สมัยเด็ก ๆ ให้เจอให้ได้

จะไม่ปล่อยให้เวลา กลืนกิน ชีวิตที่เหลืออยู่อีกต่อไปหล่ะ

ว่าแล้ว เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า

มุ่งหน้าไปเจียงใหม่

ไปดูโรงเรียนเก่าสมัยเด็ก ๆ

โรงเรียนดาราวิทยาลัย .... ถนน แก้วนวรัฐ จังหวัดเชียงใหม่

เปลี่ยนไปมาก

แต่ ที่คิดถึงมากที่สุดคือ คุณครูละออ ครูสอนพละศึกษา ของผู้เขียน

ตอนนั้น ผู้เขียนเป็นนักกีฬา ว่ายน้ำ ของโรงเรียน

และด้วยความเข้มของอาจารย์ ครูฝึก (ครูอุดม ที่สระ รุจิรวงศ์) ทำให้ผู้เขียนได้เตรียมขึ้นเป็นนักกีฬาเขต 5

จำได้ว่าชีวิตช่วงนั้น มีแต่ว่ายน้ำ กับ ว่ายน้ำ กับ ว่ายน้ำ

ตื่นเช้า ตี 5 ไปซ้อมว่ายน้ำ

อากาศยามเช้าพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลย เชียงใหม่หนาวมาก

แต่ก็ยังว่ายน้ำได้

กลับบ้าน 7 โมงเช้าซ้อมเปียโนหน่อยนึง แล้ว ไปโรงเรียนต่อ

วิ่ง... ทัน เคารพธงชาติพอดี แฮก ๆๆๆๆๆ

สามโมงครึ่งโรงเรียนเลิก

ซื้อลูกชิ้น ไม้ละสองบาท 5 ไม้ รองท้องแล้วไป ว่ายน้ำ ตอน 5 โมง ถึง หนึ่งทุ่ม ทุกวัน

ผู้เขียน จะต้อง วอร์ม อัพ ด้วยท่า ผีเสือ ฟรีสไตล์ กันเชียง และ กบ ท่าละ 400 เมตร

ถ้า ท่าว่าย กบ ไม่สวย (หัวจมบ้าง ครึ่งหัวบ้างไม่เสมอ) อาจารย์ ดม จะเอา ไม้ถูสระ ยาว ๆ ยื่นลงมาในสระ ถูก้น ผู้เขียน

ร้องจ๊าาาากซ์ แล้วจึง ตั้งสมาธิ ใหม่ ว่ายให้สวย ๆ ไม่งั้นโดนไม้ถูสระ ตีก้น เจ็บ

จากนั้นก็เตะ เท้า อย่างละ 400

ทุกวัน ๆ เวลาซ้อมว่ายน้ำ ผู้เขียนจะมีแต่ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองในน้ำ

และได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ดั้ง ดัง

“เร็วขึ้น” “ต้องดีกว่านี้” “ท่าต้องถูก” “400 เมตรแรก เดี๋ยว ก็เหลือ 300 เมตรแล้ว” “อีก 200 เมตร” และ “100 เมตรสุดท้ายแล้ว”

“มีอะไรทีท้าทายให้ เอาชนะอีกไหมนี่”

นี่คือ มรดกของ ความเป็นนักกีฬา....

ผู้เขียนไม่เคยรู้เลยหล่ะ ว่า เมื่อโตขึ้น มีอะไรที่ต้องอดทน และต้องต่อสู้มากมาย

แต่ผู้เขียนรู้ว่า

เมื่อใด ที่เหนื่อย จะถามตัวเองว่า...

“มีอะไรที่ท้าทาย ให้หัวใจเอาชนะอีกไหมนี่” ... สนุกดี



วันนี้ ผู้เขียนได้กราบ คุณครูละออ ผู้ประสาทวิชาชีวิตให้ผู้เขียน

ทุกอาทิตย์ ครูละออจะมาต้อนนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนไปซ้อมที่สระรุจิรวงศ์

“นักกีฬาว่ายน้ำ ให้ไปรับเสื้อทีมที่ตึกอำนวยการ และเจอกันที่สระรุจิรวงศ์ 6 โมงเช้านะทุกคน”

พวกเราก็จะ...เอิ่ม..... ครูคะ นี่มัน ยัง หนาววววว อยูเร้ยยยยยย

แต่ก็มักจบลงด้วย การ อมยิ้ม แล้วก็ หน้าสลอนกันแต่เช้ามืด วันถัดไปทุกครั้ง


รุ่นเดียวกับผู้เขียน เท่าที่จำได้คือน้องน้อย นักกีฬาเขตค 5 ว่ายน้ำเก่งมาก ทั้งที่เป็นโรคกระดูกเปราะ(เธอจะ ขาหัก แขนหัก ได้ตลอด) สอบเข้าวิศวะ มช. ได้ พี่นมัสการ สักการเวช ไปเป็น แอร์ การบินไทย สวยเชียว ตอนนี้ได้ข่าวว่า มีลูกโตแล้ว มีร้านสลัดดังที่เชียงใหม่ มีนักกีฬาทีมชาติ จ๊ะเอ๋ ชาญชัย ณ บางช้าง พี่ดอนย่า พี่แวนด้า พี่พาเมล่า เชยสวรรค์ พี่เต๊กเซ็ง (หน้าฝรั่ง พูดไทย ชื่อจีน แต่พี่เค้าหล่อมาก จำได้) แหม ป่านนี้ไปอยู่ไหนกันหมดแล้วหนอ??? รวมทั้ง ปิ้ง เราสมัยเด็ก ๆ ด้วย แหล๋นมาก ป4 เอง .... ฮ่า ฮ่า...แต่จำชื่อม่ายได้.....

และ ตัวของผู้เขียน เอง.... ซึ่งมีโอกาสได้ไปร่วมรุ่นอบรมวิชาการด้านความมั่นคง ที่ ฮาร์เวิรด

หนุ่ม ๆ คลาสเมท จะ ไปเข้ายิม แม้ช่วงพักของคลาส เพียง สอง ชั่วโมงตอนบ่าย กัน

งานพวกนี้ ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอจริงๆ (ไม่งั้นออกสนามไม่ไหว) แต่ วิชาการก็จัดหนักเหมือนกันพวกนี้

ผู้เขียนเลยอดไมไ่ด้และตัดสินใจ รีบสร้างซิคแพค แล้วก็เล่นกล้ามไปกับพวกเพื่อนๆ ด้วย

ผู้เขียนอยากจะ กราบอาจารย์ และบอกว่า ผู้เขียนมาถึงจุดนี้ได้ ไม่เคยลืมพระคุณอาจารย์เลยหล่ะค่ะ ได้กราบอาจารย์แล้วปลื้มใจมาก ขออนุญาต เขียนกลอน ฝากให้ อาจารย์พละศึกษาทุก ๆ ท่านด้วยเลย ณ ที่นี้นะคะ



กราบ คุณครู วันทา พละศึกษา

เป็นวิชา ต้องเคลื่อนไหว และ หัวใจแข็ง

พละศึกษา ใช่เก่งที่ใช้แรง

แต่สำแดง ที่หัวใจ ทีมี “อิทธิฤทธี”


นักกีฬาทำอะไรที่ไหน หัวใจต้องแกร่ง

ถูกกลั่นแกล้ง ล้มแพ้ เป็นนักสู้....ใช่วิ่งหนี ?

กว่า หัวใจ จะกลั่นได้ จนเปี่ยมด้วย“ฤทธี”

ต้องฝึกจนได้ที่ .... “พลังแห่งหัวใจ”


ฝึกที่ใจ สั่งกาย ให้แข็งเข้ม

ฝึกที่ใจ สั่งให้เก่ง ให้มีพลังเต็มปรี่

ฝึกที่ใจ ให้ฉลาด ให้มีไหวพริบดี

ต่อให้ชีวิตนี้ ล้มกี่ครั้ง ก็ไม่เคย “พัง”


คุณครูขา....

หนูขอ กราบคุณครู กราบ.... กราบ....

ครู กำหราบ ครูเขี่ยวเข็ญ ครูไม่ให้หนี

หากอ่อนซ้อม เธอคง พ่ายแพ้ ระกำหล่ะซี

สนามแข่งในชีวิตนี้ ......ไม่มี คำว่า “กรุณา”


สปริ้นท์ พร้อม ยืนหยัดสู้อย่างเข็มแข็ง

ทรนง แกร่ง ปาดน้ำตา จงยิ้มสู้

ใจนักกีฬา หนักเบา ผิดและแพ้ย่อมเป็นครู

สิ่งสำคัญ คือต้อง “สู้” ...เพื่อ “ชนะหัวใจของตัวเอง”



ขอเขียนให้ คุณครูพละศึกษาทุกท่านนะคะ

และ คุณครูละออ ท่านอายุ 92 แล้ว แข็งแรงมาก และ ยังคว้าเหรียญทองได้เหมือนเดิม

รักคุณครูค่ะ

ปัฐ สิงห์ขาว

(3104305)


ใครได้เจอคุณครูสมัยเด็ก ๆ มาเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ ^-^




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน My Life and Findings



ความเห็น (0)