๔๑๘. คุณค่าภายใน : คุณค่าแท้ของชีวิตที่หนุนเสริมคุณค่าภายนอก

จิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ (Responsibility) ทำหน้าที่ที่พึงมีให้ดีที่สุด และเป็นฝ่ายกระทำ ไม่ปล่อยให้เป็นฝ่ายถูกกระทำ เที่ยวโทษคนอื่นและปัจจัยแวดล้อมเพื่อเป็นข้ออ้างที่จะใม่ทำหน้าที่

วันนี้...อ่านบทความในนิตยสาร..หมอชาวบ้าน..ฉบับเดือน มิถุนายน ๒๕๕๙ ..มีอยู่เรื่องหนึ่งน่าสนใจมาก พูดถึง..คุณค่าภายใน..ที่ทุกคนควรใส่ใจ โดยเฉพาะผู้มีอาชีพครู ควรได้รับรู้ และฝึกปฏิบัติ ตลอดจนถ่ายทอดและฝึกฝนให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน...ค่อยๆฝึก ค่อยๆสั่งสมไว้..จนเป็นนิสัยที่ดีติดตัว..บทความดังกล่าว พอสรุปได้ว่า..

ในการบรรลุคุณค่าภายใน ..เราพึงฝึกฝนให้มีหลักแห่งชีวิต ๑๒ ประการ ได้แก่

๑. การยึดหลักคุณธรรม (Integrity) มีมโนธรรมและสำนึกในความผิดชอบชั่วดี รู้ตน รู้เขา ก็จะกลายเป็นผู้ลิขิตชีวตของตัวเอง ไม่คล้อยตามกระแสสังคม และค่านิยมที่ผิดๆ

๒. การอุทิศตน (Contribution) ทำประโยชน์ต่อผู้อื่น ก้าวข้ามความเห็นแก่ตัว ไม่ปล่อยให้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไร้คุณค่า

๓. การจัดลำดับความสำคัญของชีวิต (Priority) ใช้เวลามุ่งทำกิจกรรมที่สำคัญและมีคุณค่าต่อตัวเองและผู้อื่น ไม่ปล่อยให้หลงระเริงกับสิ่งไร้สาระ เสียเวลา ไม่สร้างสรรค์ประโยชน์

๔. การรู้จักเสียสละส่วนตัว (Personal Sacrifice) ลดละอัตตาตัวตน เปิดใจ รับฟัง ให้เกียรติและร่วมมือกับผู้อื่น นำจุดแข็งมาหนุนเสริมกันเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ไม่ฉกฉวยเอาประโยชน์ให้ตนแต่ถ่ายเดียว

๕. การมีจิตบริการ (Service) ช่วยเหลือผู้อื่น ได้ใจและสายสัมพันธ์กับผู้อื่น ก็จะลดความเห็นแก่ตัว

๖. จิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ (Responsibility) ทำหน้าที่ที่พึงมีให้ดีที่สุด และเป็นฝ่ายกระทำ ไม่ปล่อยให้เป็นฝ่ายถูกกระทำ เที่ยวโทษคนอื่นและปัจจัยแวดล้อมเพื่อเป็นข้ออ้างที่จะใม่ทำหน้าที่

๗. ความซื่อสัตย์ (Loyalty) เปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ติฉินนินทาผู้อื่นลับหลัง

๘. ความสัมพันธ์เชิงเกื้อกูลกัน (Reciprocity) ช่วยเหลือให้ได้สมประโยชน์กัน ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น แก่งแย่งประโยชน์เข้าตนแต่ถ่ายเดียว

๙. การให้คุณค่าแก่ความหลากหลาย (Diversity) มองเห็นความแตกต่างคือความงดงาม ประสานความแตกต่างให้เกิดประโยชน์ เสริมจุดเด่นแก้จุดด้อย ไม่จำกัดอยู่ในวงที่เหมือนกันอันคับแคบซึ่งทำให้ขาดพลังในการขับเคลื่อน

๑๐. การเรียนรู้ตลอดเวลา (Continuous Learning) เรียนรู้ได้จากทุกคน ทุกสิ่ง และทุกเหตุการณ์ได้ในทุกที่และทุกเวลา ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ปล่อยให้ชีวิตล้าหลัง

๑๑. การฝึกฝนพัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง (Renewal) หมั่นบริหารกาย จิต อารมณ์ และปัญญาอยู่เนื่องนิตย์ ไม่เกียจคร้าน ปล่อยปละละเลยในการฝึกตน ทำให้ชีวิตเสื่อมถอย

๑๒. การเรียนรู้โดยการสอนผู้อื่น (Teaching to Learn) การรู้อะไรแล้วนำไปสอนผู้อื่น ช่วยให้ได้ทบทวนและเกิดความเข้าใจในความรู้นั้นอย่างลึกซึ้ง แตกฉานและช่วยต่อยอดความรู้ไปเรื่อยๆ เกิดความเชี่ยวชาญยิ่งๆขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ให้เกิดคุณค่าภายใน

หลักแห่งชีวิต ๑๒ ข้อนี้ เป็นพื้นฐานของคุณค่าภายใน และการบ่มเพาะ ”๗ อุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง” ได้แก่ ปลูกจิตสำนึกดี มีเป้าหมายชีวิต คิดลำดับก่อนหลัง ทั้งคู่ชนะร่วมกัน หันมาเข้าใจเขาก่อน อ่อนแข็งเสริมแรงกัน สรรค์สร้างพลังสี่(กาย จิต อารมณ์ ปัญญา) ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จและมีความสุขสงบเย็นภายใน

คุณค่าภายในเป็นตัวหนุนเสริมคุณค่าภายนอก ช่วยให้ชีวิตมีความสมดุล พอเพียง และอยู่อย่างมีความหมายต่อตัวเอง ครอบครัวและสังคม หากมีแต่คุณค่าภายนอก (ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข) แต่ขาดคุณค่าภายใน (หลักแห่งชีวิต ๑๒ ข้อ) ชีวิตก็อาจขาดความมั่นคงและสันติสุขภายในจิตใจ และอาจเสื่อมถอย เป็นทุกข์ เนื่องเพราะคุณค่าภายนอกนี้ย่อมไม่จีรัง ซึ่งเป็นไปตาม”โลกธรรม ๘ ได้แก่ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์”

(ตีพิมพ์ในหมอชาวบ้านฉบับเดือนมิถุนายน ๒๕๕๙)

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

ภาพการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ ๑/๒๕๕๙








บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ