ยอมรับ ปรับใจ ให้แกร่ง

ขอบพระคุณกรณีศึกษาที่อีก 1 ปีจะเรียนจบ และกล้าที่จะปรับปรุงตนเองด้วยกิจกรรมบำบัดบูรณาการจิตใต้สำนึกอย่างน่าสนใจในจริตการเรียนรู้แบบฟังเสียงในหัวกับการรับรู้สึกเศร้าจนหงุดหงิดและรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถคุมอารมณ์ตนเองได้

11 มิ.ย. 59 นัดกรณีศึกษามาตรวจประเมินทางกิจกรรมบำบัดบูรณาการการฟื้นจิตใต้สำนึก


การวาดรูปบ้านในฝัน ต้นไม้ และตนเอง บ่งชี้ถึง การกดระงับความรู้สึกอ่อนไหวที่จมอยู่ในอดีต มีความตั้งใจสร้างสรรค์บ้านเพื่อครอบครัวที่รักอย่างเปิดใจและมีต้นไม้ที่สมส่วนอ่อนโยนและมีรากไม้อ่อนไหว


การตรวจสอบระบบสัมผัสหลับตาคลำปากกาหลังจากจำรูปร่างและมีสติระลึกถึงพลังงานระหว่างปากกาที่รูปร่างเดียวกันแต่คนละสี เพื่อกระตุ้นการมีสัมปชัญญะคิดแยบคายถึงพลังงานที่แตกต่างกันระหว่างสีแดงที่อุ่นกว่าสีน้ำเงิน


จากนั้นให้ฝึกการหายใจเข้าจมูกแล้วปล่อยลมทางปากยาวๆ เพื่อออกเสียง เอ อา อู โอ ให้ดังและเกิดความมั่นใจในสมรรถนะแห่งตน ก็พบว่า "กรณีศึกษามีความพยายามทำอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นประจำทุกวัน"

19 มิ.ย. 59 นัดกรณีศึกษามีโอกาสนำการบ้านข้างต้นได้ไปฝึกที่บ้านอย่างไร ก็พบว่า มีโอกาสได้ฝึกแต่ไม่มั่นใจในความรู้สึกของการสื่อสารระลึกปากกาสองสี และการฝึกหายใจทำได้ไม่มากนักเพราะยังคงหงุดหงิดที่คุณป้าบอกให้ทำกิจกรรมแบบจู้จี้ เพียงแค่หยุดทำไปสองวัน วันนี้พบปัญหากล้ามเนื้อแขนขาดูอ่อนแรง กล้ามเนื้อฝ่ามือกับฝ่าเท่าดูบางจนเส้นเลือดฝอยแผ่ทั่วฝ่ามือชัดเจน เวลากระทืบเท้าเมื่อหงุดหงิด ก็จะส่งผลให้กล้ามเนื้อขาที่บางบาดเจ็บได้

ผมมีความเห็นว่า "กรณีศึกษาสีหน้าอารมณ์ดี มีความตั้งใจอยากปรับปรุงตนเอง สามารถทวนการบ้านพบภาวะหายใจออกเสียงดีขึ้น และมีแววตาหายเศร้าแล้วมองอนาคตได้ดี" อย่างไรก็ตามจากความถี่ที่เคสมีอารมณ์แปรปรวนจากภาวะกดระงับเศร้าเพราะหงุดหงิดตัวเองที่ไม่กล้าตั้งคำถามและ/หรือสื่อสารความรู้สึกในใจได้ออกมาจากหัวใจจริงแท้" จึงแนะนำปรึกษาจิตแพทย์เพื่อวินิจฉัยและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ปรับภาวะโภชนาการเน้นโปรตีน และการหายใจตื่นรู้พร้อมออกเสียงต่างๆ ดังรายละเอียดข้างล่างนี้


จากนั้นให้เคสทำพร้อมสาธิตบอกกัน รวมทั้งเพิ่มความมั่นใจในสมรรถนะทางกายจิตสังคมของเคส พร้อมทบทวนการบ้านให้ชัดเจนโดยผมต้องชี้นำการรู้คิดให้เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามเคสได้ฝึกการมองภาพให้วิ่งแบบในหนังแล้วค่อยๆ เปลี่ยนภาพ (NLP-Swish Pattern) จากสถานการณ์ที่เคสไม่ชอบใครมาใส่ความคิดในกรอบแบบจู้จี้จุกจิกมากเกินไป เป็นภาพสถานการณ์ที่เคสชอบและมองเห็นความห่วงใย รู้สึกพูดขอโทษคุณป้า ทั้งๆที่ซ้อมทำแบบจิตใต้สำนึก จากนั้นก็ฝึกจับมือระหว่างเคสกับคุณป้าที่ขัดแย้งกันจริงๆ ให้สื่อจิตเมตตาซึ่งกันและกัน จนน้ำตาไหลกันเล็กน้อย

สุดท้ายก็ให้เคสผ่อนคลาย นอนฟังบทภาวนา "เตรียมตัวเผชิญความตาม" ปรากฎว่า เคสหลับไปด้วบความที่ออกกำลังกาย-จิต/สมองส่งผลให้ง่วงเร็วกว่าปกติที่ไม่ค่อยได้ใคร่ครวญความรู้คิดภาพลักษณ์ตนเอง ต่อด้วยการทำกิจกรรมบำบัดมองเห็นความดีงามในธรรมชาติ ปรับความรู้สึกเฉยๆ ถึงความรู้สึกมั่นใจรักตัวเองตามธรรมชาติเช่นใบไม้สามใบที่มาจดจ่อวาดตามเงา ต่อด้วยร่างเส้นใบ ระบายสีสร้างสรรค์ และต่อด้วยการสรุปการบ้านให้เข้าใจด้วยสัญญาแห่งตนที่จะฝึกฝนต่อเนื่องทุกวัน แล้วหลับตาภาวนาว่า "ถึงแม้เราจะเศร้า เราจะรักตนเองให้มากๆ 3 รอบ มั่นใจๆๆๆ" ดูสีหน้าและการสื่อสารมีความมั่นใจในสมรรถนะแห่งตนจาก 3-4/10 ในอาทิตย์ก่อน เป็น 7-8/10 ในวันนี้


เช่นเกียวกับอีกสองกรณีศึกษา...

เคสแรก ใจที่เปิดยอมรับจุดอ่อนของลูกกับพ่อแม่คือความตั้งใจฝึกลูกจากกลัวให้กล้า แกร่ง และเก่งขึ้นทุกๆวัน...


เคสสอง เสียงจากคุณพ่อพาน้องมาจากภูเก็ต..."ขอบคุณมากๆ เลยครับอาจารย์ สำหรับการตรวจรักษาน้อง และคำแนะนำทุกๆ อย่างในวันนี้... ผมจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้นครับขอบคุณมากๆ ครับอาจารย์"



ผมขอจบท้ายด้วยคำสอนของพระอาจารย์ไพศาลที่ให้เราตื่นรู้กับอารมณ์บวกลบของเราคือ...




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (7)

ขอบพระคุณมากครับพี่ดร.โอ๋ และอ.แอน ที่คอยให้กำลังใจในการเขียนบันทึกใจของผมเสมอมาครับ

-สวัสดีครับพี่หมอ..

-ตามมาอ่านเคสครับ..

-เป็นกำลังใจให้นะครับ

-หาเวลามาพักผ่อนที่นี่ได้นะครับ อิๆ

-Slow [email protected] Hug House...คร้าบ..


เขียนเมื่อ 

ชื่นชมที่น้องป๊อบนอกจากใช้เวลาทุ่มเทในการให้คำปรึกษาและบำบัดรักษาแล้วยังมาเขียนเป็นวิทยาทานด้วย เยี่ยมยอดมากๆค่ะ เพราะเคสต่างๆนั้นดูจะมีปัญหาหลากหลายไม่ซ้ำกันเลยนะคะ วิธีการเลือกกลยุทธในการบำบัดน่าจะเป็นกรณีศึกษาได้ต่อๆไปในอนาคต สำหรับวิชาชีพนี้นะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอเป็นหนึ่งกำลังใจนะคะ ...

ขอบพระคุณมากครับคุณเพชรน้ำหนึ่ง พี่ดร.โอ๋ และพี่ดร.พจนา

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมาก

มีเคสที่ดี

พัฒนาตลอดเลยนะครับ

ขอบพระคุณมากครับพี่ขจิต