น้ำดื่มปลอดสารพิษ

Yanyong-P
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


ทำไม ??? เราจึงเห็น สตรีมีปัญหาการตั้งครรภ์ เด็กเล็กมีปัญหาบกพร่องทางสมอง หรือทางพันธุกรรม คนแก่เป็นมะเร็งมากขึ้นกว่าแต่ก่อน หลายท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ต้นเหตุที่แท้ส่วนหนึ่งมาจากพิษของน้ำดื่มที่มีสารปนเปื้อน

สิ่งเจือปนต่างๆในน้ำ แบ่งแยกได้เป็น 3 ทาง คือ

1.ทางกายภาพ ได้แก่ ความขุ่น สี กลิ่น รส

2.ทางชีววิทยา ไดัแก่ จุลินทรีย์ และเชื้อโรคต่างๆ

3.ทางเคมี ได้แก่ สารอินทรีย์( ซากพืช ซากสัตว์ ปฏิกูล มูลของเสียที่ขับถ่าย )

สารอนินทรีย์ ( แร่ธาตุ สารเคมี ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ของเสียจากแหล่งอุตสาหกรรม )

โลหะหนัก ( ตะกั่ว ปรอท แคดเมี่ยม โครเมี่ยม ) สารหนู (อาร์เซนิค)

ถ้าคุณนึกสงสัยว่าสารปนเปื้อนเหล่านี้มันมาจากไหน ก็ให้ลองนึกภาพฝน ที่ตกลงมาไหลบ่าผ่านป่าเขา เทือกสวน ไร่นา ฟาร์มปศุสัตว์ เขตโรงงาน แหล่งชุมชนที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล กองขยะปฏิกูล ฯลฯ ด้วยความที่น้ำเป็นตัวทำละลายชั้นเลิศ สารพัดสสารจึงทั้งละลาย และแขวนลอยควบไปกับน้ำ ลงสู่ธารน้ำ ลำคลอง บรรจบลงแม่น้ำ เขื่อน ทะเลสาป แล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดในโรงงานผลิตน้ำประปา เติมเคมีสารอีกหลายตัว

-สารส้ม (อลูมินัมซัลเฟต,Al2So4)เพื่อการตกตะกอน

-ปูนขาวหรือโซดาแอซ แก้ไขค่ากรด-ด่าง (ph)

-กำจัดสารอินทรีย์ และฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน แล้วจึงปล่อยเข้าสู่ท่อระบบแจกจ่าย

น้ำที่ดูใสไหลจากก๊อกมาให้คุณใช้นั้น ความจริงมีคุณสมบัติดังนี้

1.จุลินทรีย์และเชื้อโรคเหลือรอดอยู่น้อยมาก และตามมาตรฐานทั่วไป ในน้ำประปาจะยังคงเหลือ คลอรีนอิสระเพื่อป้องกันกรณีน้ำนั้นได้สัมผัสกับเชื้อระหว่างเดินทาง กักเก็บ จนกระทั่งหลังเปิดใช้

2. สารแขวนลอย ส่วนใหญ่(ไม่ใช่ทั้งหมด)จากแหล่งน้ำดิบจะถูกบำบัดไป แต่สารละลายทั้งหลายที่น้ำอุ้มไว้ ยังอยู่กันเกือบครบเต็มจำนวนขาเข้า บวกด้วยสารเคมีจากกระบวนการผลิต มีบางส่วนที่เกิดปฏิกริยากันเปลี่ยนรูปเป็นสารประกอบตัวใหม่

กาแฟมื้อเช้า ชายามบ่าย หรือนมชงของลูก อาจมีอะตอมตะกั่วที่หลุดมาจากท่อ

ไนเตรทจากฟาร์มหมู ไก่ บ่อปลา สารปรอทจากน้ำทิ้งโรงงาน สารพิษนานาจากบ่อขยะ

<p “=””>ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงจากสวนเกษตร เหนือต้นน้ำก่อนโรงงานผลิตน้ำประปา และแน่นอนหลังการใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคก็จะมี คลอโรฟอร์ม และ ฮาโลอเซติคแอซิด แฝงกายอยู่ </p>

ศตวรรตที่ 21 ความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ขณะที่สารปนเปื้อนยิ่งมีมากชนิดขื้น และเจือปนน้ำในปริมาณที่มากขึ้น ตามสภาพของแหล่งน้ำดิบที่ต้องรับภาระจากชุมชนที่ใหญ่ขึ้น โรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่เกษตรกรรม และการคมนาคมขนส่ง ต่างล้วนเพิ่มขึ้น การบำบัดจึงต้องใช้สารเคมีมากขึ้น รวมถึง ข้อบกพร่องจากการสึกหรอ เสื่อมสภาพบางส่วนในระบบ หรือกรณีอุบัติเหตุ อุทกภัย ภัยแล้ง ทำให้ ไม่มีแหล่งน้ำดิบคุณภาพดีให้เลือก

การกำจัดสารปนเปื้อนเหล่านั้นมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกว่าความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เลยต้องปล่อยไว้

สารพิษเหล่านี้ มิได้ออกฤทธิ์ในเร็ววัน หากจะต้องสะสมไปถึงจำนวนหนึ่ง ซึ่งแต่ละคน แต่ละวัย แต่ละสภาพของร่างกาย จะต้านได้ต่างกัน อีกทั้งสภาวะแวดล้อม ลักษณะนิสัย อาหารการกิน การออกกำลังกาย ความเครียด ล้วนเป็นองค์ประกอบที่จะเร่งหรือชะลอการออกฤทธิ์นั้น บางท่านอาจกินเวลาถึง 20-50 ปี

ที่ว่า น้ำประปาดื่มได้ ก็คืออย่างนี้ละครับ คือไม่เกิดผลทันที

ถ้าอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ติดเกาะ เข้าป่า หรืออาศัยในชนบท ฐานะขาดแคลน น้ำอะไรนำมาต้มก็ดื่มไปเถอะ ในชีวิตประจำวันจึงควรเลี่ยงการดื่มน้ำประปา ไม่ว่าโดยตรงหรือต้มแล้วก็ตาม ไม่ใช้ประกอบอาหาร หุงข้าว ต้มยำทำแกง หลีกเลี่ยงไม่ใช้แม้แค่การซาวข้าว

เราเหลือทางเลือกใดบ้าง

1.การต้มน้ำประปา ลดความกระด้างและฆ่าเชื้อโรคต่างๆได้ก็จริง แต่ทว่าไม่ได้ทำให้พิษจากแร่ธาตุ สารเคมี โลหะหนัก หายไปหรือเจือจางลง ตรงข้ามกลับส่งผลให้ความเข้มข้นนั้นสูงขึ้น

2.การกรองหรือการฆ่าเชื้อแบบเก่า ทำได้เพียง กรองสี กลิ่น รส คลอรีน บางแบบมีระบบรังสี uv ซึ่งอาจฆ่าเชื้อโรคได้เกือบ 100% แต่กับสารเคมีพิษ หรือโลหะหนัก กรองเหล่านั้นเรียกได้ว่า ไร้สมรรถภาพโดยสิ้นเชิง สังเกตุง่ายๆจากคราบตะกรันก้นกระติกต้มน้ำร้อน และตะกอนก้นแก้วน้ำที่ละลายจากน้ำแข็งช่องฟรีซตู้เย็นในบ้าน หลายท่านยังเลือกวิธีนี้อยู่ เพราะหลงเชื่อตามคำโฆษณา เข้าใจว่าใช้กรองอย่างดีที่สุดแล้ว

<p “=””>3.น้ำดื่มบรรจุขวด-ถัง มีข้อกำหนดควบคุมให้มีสารปนเปื้อนได้ไม่เกินเกณฑ์ ส่วนใหญ่ก็คือน้ำประปาที่ผ่านการกรองแล้วจึงบรรจุ น้ำแร่ คือน้ำบาดาลจากแหล่งที่เชื่อว่าปลอดมลพิษ มีแร่ธาตุธรรมชาติละลายเจือปนอยู่ องค์การอนามัยโลกไม่ยืนยันถึงคุณประโยชน์ของการดื่มน้ำแร่ แต่เตือนว่าไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางประเภท แค่ปลอดภัยจากเชื้อโรค เป็นทางเลือกของหลายท่าน ถ้าไม่แคร์ว่าราคาแพงกว่าน้ำประปานับพันเท่า ซ้ำยังก่อมลพิษทำร้ายโลก สิ้นเปลืองปิโตรเลียมเพื่อเป็นวัสดุภาชนะบรรจุ และพลังงานในการผลิตและการขนส่ง ประมาณกันว่า มีการใช้ขวดพลาสติกรวมทั่วโลกประมาณ 3 ล้านตันในปี 2007 จำนวน1ใน5เท่านั้นที่ถูกนำกลับมารีไซเคิล ที่เหลือถูกทิ้งไปเป็นขยะ สะสมไปให้แก่ลูกหลานของเรา </p> <p “=””> 4.ทางเลือกที่ดีที่สุด ตามคำแนะนำของสถาบัน EWG คือ การกรองระบบรีเวอร์ส ออสโมซิส (RO) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง สามารถสกัดกั้นสารพิษต่างๆทั้งหลายออกไปจากน้ำได้เกือบ 100% </p>

เหนือชั้นกว่าการกรองระบบเก่า นั่นเป็นเพราะ ไส้กรอง RO membrane มีขนาดรูพรุนที่เล็กเพียง 0.0001 ไมครอน (เล็กกว่าเส้นผมล้านเท่า) โมเลกุลของสารที่ใหญ่กว่าน้ำจะถูกสลัดทิ้งไปไม่กักไว้ เมื่อผนวกกับถ่านกัมมันต์(activated carbon) เราจึงได้น้ำบริสุทธิ์เกือบเท่าน้ำกลั่น หมดข้อกังวลว่า วันนี้หรือในวันหน้าสารพิษจะเกินเกณฑ์หรือเปล่า ไม่ต้องรอผลวิจัยว่า สารตัวไหนจะก่อผลร้ายต่อส่วนใดของร่างกายเรา ลดความเสี่ยงมะเร็ง และโรคร้ายนานา ลดภาระจัดหาน้ำดื่มเข้าบ้าน ลดภาระโลก

ผมเลือกแล้ว เลือกที่จะปกป้องครอบครัว ปฏิเสธไม่รับสารพิษใดๆที่แฝงกายอยู่ในน้ำดื่ม

ด้วยการใช้เครื่องกรองน้ำระบบ RO จากแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการรับรองจาก NSF และ WQA

<p “=””>คุณล่ะครับ จะรอช้าอยู่ใย ตัดสินใจเถิด </p>

(Thank you) ขอขอบคุณ References:

https://www.epa.gov/dwstandardsregulations

http://www.cdc.gov/healthywater/drinking/public/wa...

https://www.wqa.org/learn-about-water/common-conta...

http://m.bmb.oxfordjournals.org/content/68/1/199.f...

http://extoxnet.orst.edu/faqs/safedrink/contam.htm

http://www.scientificamerican.com/article/tap-drin...

https://cfpub.epa.gov/safewater/radionuclides/radi...

http://www.ewg.org/key-issues/water/bottled-water

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC151897...

<p “=””>http://articles.extension.org/pages/31556/drinking-water-contaminant-high-total-disolved-solid </p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน น้ำดื่ม



ความเห็น (0)