สถานที่สำคัญในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2542 โดยมีความมุ่งหมายเพื่อสื่อสารถึงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ที่มีจุดเริ่มต้นและพัฒนาการอย่างมีความหมายและความสำคัญควบคู่มากับพัฒนาการ
ของสังคม ตั้งแต่ยุคที่เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (พ.ศ.2511) จนถึง
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม (พ.ศ.2517) และเป็นมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม (พ.ศ.2537) รวมทั้งเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน
พิพิธภัณฑ์เพื่อส่งเสริมให้สังคมได้รับผลประโยชน์จากกิจการพิพิธภัณฑ์ ทั้งในด้าน
การปลูกจิตสำนึกแห่งคุณค่าและความสำคัญของท้องถิ่น การจัดการพิพิธภัณฑ์ให้เป็น
แหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม
นอกจากนี้ โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามยังทำหน้าที่
สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการด้านพิพิธภัณฑ์
ตลอดจนเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนและจัดกิจกรรมสำหรับคณาจารย์ นิสิต
และบุคคลทั่วไป

"เรื่องเล่าในตำนาน พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน มมส."

เรื่องจาก พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (บ้านอีสาน)
ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1มิถุนายน พ.ศ. 2542โดยมีความมุ่งหมายเพื่อสื่อสารถึงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ที่มีจุดเริ่มต้นและพัฒนาการอย่างมีความหมายและความสำคัญควบคู่กับพัฒนาการของสังคม

ซึ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้น ของ ตำนานนี้ ด้วยความที่ บ้านแต่ละหลังนั้นได้ถูกส่งมอบมาจาก เจ้าของซึ่งอาจจะเสียชีวิต หรือไม่มีผู้อยู่อาศัยแล้ว

จากนั้นมหาวิทยาลัยก็ได้ขอจัดซื้อเข้ามาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ จริงๆมีอยู่ สองสถานที่ที่มีบ้านโบราณนี้อยู่นั้นคือ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ทางพระธาตุนาดูน กับ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขตพื้นที่ขามเรียง ซึ่งเฮี้ยนทั้งสองที่ครับ

แต่จะมาเล่าในส่วนของมอใหม่ดีกว่า บ้านหลังใหญ่นั้นส่วนใหญ่เป็นของเจ้านายในสมัยก่อน ส่วนหลังเล็กนั้นจะเป็นของบ่าวไพร่ และบริวารของเจ้านาย ทุกบ้านมีเจ้าของอยู่แล้ว

นิสิตที่ไปออกกำลังกายบริเวณสวนสาธารณะ ใกล้ริมสระน้ำมักจะพบเห็นบ้านหลังนี้เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าไปดู แต่มีนิสิตบางคน เข้าไปสำรวจแล้วมักจะเจอสิ่งแปลกประหลาดกลับมาทุกครั้ง มักจะเจอเหมือนมีคนเสมือนว่าอยู่ในบ้าน ทำโน้นทำนี้ แต่แท้ที่จริงแล้ว ไม่มีใครอยู่ในนั้นเลย

ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เจอเป็นคนแก่ ผู้ชายบ้าง ผู้หญิงแก่บ้างแทบทั้งนั้น ยามที่อยู่บริเวณนั้น คอยดูแลยังพบเจออยู่ จึงมีการเปลี่ยนผลัดยามบ่อยๆครั้ง(ขอย้ายหรือลาออก) เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ถึงบ้านจะยังคงเก่า แต่เจ้าของบ้านยังคงรักและผูกพันธ์ ดูแลบ้านของตัวเอง

หากใครไปทำข้าวของเสียหายหรือขโมยไปอาจจะต้องได้เจอดีกันทุกคน

แหล่งที่มา

http://radio.prd.go.th/mahasarakham/ewt_news.php?n...

https://th-th.facebook.com/MSU-Ghost-Club-Fanpage-...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึก



ความเห็น (0)