แต่ก็ใจหายๆ เหมือนกันที่รูปธรรมในเรื่องการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติไม่ปรากฏให้เราสบายใจเลยในงานนี้ และตั้งความหวังกับ รมต.ไพบูลย์มากเลย แต่ก็ดูท่านเฉยๆ พยายามจะเข้าใจท่านอาจารย์ไพบูลย์ที่คงมีคนตั้งความหวังกับท่านเอามากๆ จะให้ท่านมาสนใจอะไรมากมายกับเรื่องที่เราสนใจ แค่คำมั่นที่ท่านและท่านนายกรัฐมนตรีให้ในงานนี้ ก็น่าจะพอนะ แต่เราห้าหกคนที่ไปงานนี้ ก็ไม่โล่งใจนัก

           ไม่ได้ก้าวเข้าไปทำเนียบรัฐบาลนานแสนนาน เมื่อวาน (เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๙) ก็ได้มีโอกาส "โดดสอน" ไปทำเนียบรัฐบาล และที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ก็คือ เราดูไร้ค่าในสายตาเจ้าหน้าที่รักษาการทำเนียบ ทั้งที่มีหนังสือเชิญจากกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ซึ่งจัดงาน ก็ถูกปฏิเสธที่จะเข้าไปในงาน น่าแปลกดี และก็ไม่ทราบว่า คนดูแลทำเนียบ เขาจะรู้สึกอย่างไร คุณค่าของมนุษย์เป็นสิ่งบอบบาง เจ็บช้ำได้ง่าย ยิ่งมีเรื่องที่กระทบอัตตา

              ก็ไม่รู้สึกเสียใจที่โดดสอนและทิ้งนักศึกษาร้อยกว่าคนไปงานครั้งนี้ (ก็มัน make up ได้ไงคะ)

             สาเหตุที่ไป ก็เพราะทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า จะมีการพูดถึงเรื่องคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในงานนี้ !!!! งานนี้เป็นงานที่น่าจะดี เป็นเวที "พัฒนายุทธศาสตร์สังคมแห่งชาติ จุดประกายความคิด กำหนดทิศสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน" มีคุณหมอประเวศมาอภิปราย มีมวลมิตรที่ทำงานด้านสังคมมากันมากมาย รู้สึกวัตถุประสงค์ ก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม)  ประสงค์จะให้องค์กรเครือข่ายรับฟังการแสดงทัศนะและความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อการพัฒนาสังคมในบทบาทการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมแห่งชาติสู่ปฏิบัติการทางสังคม 

             จะไม่ดี ก็ที่งานนี้จัด ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาลนี่แหละ (เมื่อนึกถึงตอนถึงเจ้าหน้าที่ไล่ ไม่ให้เข้างานแล้ว ก็ยังหงุดหงิด ทั้งที่พยายามจะไม่โกรธ....พยายามไม่ติด....แต่มันก็ติด...)

             จำได้เลยว่า อารมณ์ของเราค่อนข้างสับสน เวลานั่งอยู่ในงานนี้...... เห็นท่าน อ.วิจารณ์ พานิช รู้สึกดีใจ (มากด้วย) รีบท้วงถามคำถามคาใจ ท่านว่า กำลังจะตอบให้ อย่างยาวๆ ด้วย  ......ดีใจที่คุณหมอประเวศไม่ลืมเรื่อง "คลีนิคยุติธรรม" ที่เคยบ่นกับท่าน เป็นมงคลแก่ชีวิตที่คุณหมอประเวศกล่าวถึง (เห็นด้วยกับ อ.วิจารณ์ค่ะ) .....ความสุข ความอิ่มเอิบล้นใจ..... เจอมวลมิตรที่ทำงานเพื่อคนรากหญ้าหลายท่าน อ.กฤตยา ครูสอนวิจัยของข้าพเจ้าทีเดียว  อ.เอ.(วีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์) คุณโม่ง (ภัทระ คำพิทักษ์) ....มากมาย

               แต่ก็ใจหายๆ เหมือนกันที่รูปธรรมในเรื่องการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติไม่ปรากฏให้เราสบายใจเลยในงานนี้ และตั้งความหวังกับ รมต.ไพบูลย์มากเลย แต่ก็ดูท่านเฉยๆ พยายามจะเข้าใจท่านอาจารย์ไพบูลย์ที่คงมีคนตั้งความหวังกับท่านเอามากๆ จะให้ท่านมาสนใจอะไรมากมายกับเรื่องที่เราสนใจ แค่คำมั่นที่ท่านและท่านนายกรัฐมนตรีให้ในงานนี้ ก็น่าจะพอนะ แต่เราห้าหกคนที่ไปงานนี้ ก็ไม่โล่งใจนัก  

              ตรงกันข้ามกับคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติสองสามคนที่เราพามาร่วมงาน กลับรู้สึกดีที่ได้มาร่วมงาน มานั่งในทำเนียบรัฐบาล พวกเขาคงไม่เรียกร้องสูงอย่างเรา  พวกเขามีความสุขที่มีคำว่า "คนไร้สัญชาติ" ออกมาจากปากนายกรัฐมนตรี

                สับสน....สับสน......สับสน   ในตอนจบ เราหลายคนก็เดินคอตกออกจากทำเนียบรัฐบาล ...