วันที่ 9 คุณครูจำเป็น (27 พฤษภาคม 2559)

ในวันที่ครูพี่เลี้ยงไม่อยู่

ข่าวดีหรือข่าวร้าย มาถึงโรงเรียนแล้วครูพี่เลี้ยงบอกว่าวันนี้ครูลานะ โอ้...ไม่จริงใช่ไหม ครูบอกว่าครูติดธุระ ให้ฉันจัดตู้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์และเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จ วันนี้ไม่มีสอนเพราะทุกครั้งที่จะสอนครูพี่เลี้ยงต้องอยู่ด้วยตลอด พอไปติดต่อธุระให้ครูเสร็จแล้วเดินกลับมาในห้อง อ้าว....เด็ก ป.6 มานั่งรอในห้องวิทยาศาสตร์ รีบหยิบโทรศัพท์แล้วโทรหาครูทันที ครูบอกว่าบอกครูประจำสายชั้นแลกคาบเรียนให้แล้ว แต่ทำไมเด็กถึงลงมาเรียน ไม่รอช้าฉันถามครูว่าครูจะให้เด็กทำอะไรหรือจะให้หนูสอนอะไรไหม ครูก็บอกว่าให้เด็กทำข้อสอบ O-NET ไปก่อนก็แล้วกัน สรุปคาบนี้ฉันคุมเด็กทำข้อสอบ เด็กเสียงดังมาก ฉันก็แทบจะไม่มีแรงเพราะประจำเดือนมาวันแรก

คาบต่อไปก็ทำหน้าที่จัดตู้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ตามที่ได้รับมอบหมายจากครูพี่เลี้ยง เป็นอะไรที่จัดยากมากเพราะจำชื่ออุปกรณ์แต่ละอย่างไม่ได้ ต้องเช็คอุปกรณ์และจำนวนของทั้งหมด อุปกรณ์ชนิดใดที่ไม่รู้จักก็จะใช้วิธีการวาดรูปแล้วค่อยไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตและถามครูพี่เลี้ยงอีกที

คาบสุดท้ายของช่วงเช้าฉันมีสอนวิทยาศาสตร์ ป.5/3 แต่ครูประจำสายชั้นให้ฉันคุมนักเรียนทำงานอยู่ในห้อง เนื่องด้วยครูพี่เลี้ยงไม่อยู่ พักเที่ยงเพื่อนสมัยเรียนมัธยมโทรมาบอกว่าพานักเรียนมาอบรมว่ายน้ำที่โรงเรียนของฉัน ฉันก็ถามว่าอยู่อาคารไหนจะไปหา เพราะเราไม่ได้เจอกันมาหลายปีมาก รู้สึกคิดถึง ไม่รอช้าฉันรีบไปหาเพื่อน พอเจอกันก็รู้สึกดีใจและรู้สึกคิดถึงความหลัง เรานั่งคุยกันเกือบครึ่งชั่วโมงพร้อมกับดูนักเรียนอบรมว่ายน้ำ อยากคุยต่อนะแต่ฉันมีสอนบ่ายโมง

รีบกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง มีสอนวิทยาศาสตร์ ป.5/1 คาบนี้ฉันสอนโดยที่ไม่มีครูพี่เลี้ยง ตอนแรกครูพี่เลี้ยงไม่อยากให้สอนเพราะครูไม่อยู่ แต่ฉันก็บอกว่าไม่รู้จะให้เด็กทำอะไร อีกอย่างกลัวจะสอนไม่ทันเพราะห้องนี้เรียนช้ากว่าห้องอื่น ครูพี่เลี้ยงจึงอนุญาตให้สอน เนื่องจากสอนหลายห้องแต่สอนเรื่องเดียวกันมันก็ทำให้เกิดความชำนาญในการใช้คำถามมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ประมาทในการสอนเพราะเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันก็ยังต้องคิดหาวิธีคุมชั้นเรียนให้อยู่

ทำการทดลองเรื่องแรงที่อากาศกระทำต่อพื้นที่ที่มีขนาดต่างกัน ให้เด็กยืนบนเก้าอี้เพื่อดึงหนังสือพิมพ์ จากนั้นสังเกตผลที่เกิดขึ้น

คาบต่อไปคุมเด็กทำข้อสอบแทนครูพี่เลี้ยง สรุปวันนี้สี่คาบรวด ถ้าถามว่าเหนื่อยไหม ฉันคิดว่าไม่เท่าไหร่นะ ฉันเป็นห่วงครูพี่เลี้ยง ครูอุตส่าห์ลางาน แต่หัวหน้าสายชั้น ป.5 ป.6 ไม่ยอมแจ้งให้ครูห้องอื่นทราบ จึงทำให้เกิดปัญหา มีครูคนหนึ่งเข้ามาในห้องแล้วบอกกับฉันว่าถ้าสอนคาบนี้เสร็จให้ปิดประตูห้องแล้วไปอยู่ที่อื่น จะได้ไม่ต้องสอนและไม่มีนักเรียนมาเรียน ฉันก็คิดในใจว่านี่มันเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้วเหรอ ฉันก็ปรึกษากับครูพี่เลี้ยง ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากของผู้ใหญ่ และได้บอกกับครูพี่เลี้ยงว่าครูไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวหนูจะจัดการทุกอย่างเอง ถ้าเด็กเข้ามาในห้องเดี๋ยวหนูจะคุมให้เอง ครูพี่เลี้ยงก็พูดว่าสงสารฉัน ถ้ารู้ว่ามีปัญหาแบบนี้ครูก็คงไม่ลา ฉันไม่อยากให้ครูคิดมาก ไม่อยากให้คิดว่าเป็นความผิดของครู ถือซะว่าเป็นความท้าทายค่ะ ได้แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า เรียนรู้ไปกับนักเรียนหลายห้องหลายสไตล์ คุมชั้นเรียนได้บ้างไม่ได้บ้าง เหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ไม่ท้อแน่นอนค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศิริพร นำเปี้ย (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)