​แม่ชีอินดี้ 8 : เตรียมตัวกลับสู่โลกของคนธรรมดา

ถ้าโลกของคนทั่วไป...ใช้คำว่าโลกของคนธรรมดา แล้วโลกของแม่ชีหล่ะ

อยู่วัดเพื่อการปฏิบัติธรรมมาก็เกือบจะ 3 เดือน มีสภาวธรรมหรือบทเรียนที่ได้เรียนรู้ตลอดๆ ตั้งแต่ ขับรถเหยียบหมาตาย (คาที่) น้ำตาท่วมวัด ต้องทำในสิ่งที่ขัดใจ พี่ชายตายโดยไม่ทันตั้งตัว เหวอพระเหวอโยม เหวอตัวเอง ผิดหวังในสิ่งที่ตั้งใจทำดีแต่มีผู้เข้าใจผิดโดยเฉพาะคนคนนั้นคือคนที่รัก คือครอบครัว


โลกที่เคยอยู่มาตอนเป็นคนธรรมดาก็มีให้เรียนรู้ตลอดๆ นะเรื่องราวเหล่านี้....แต่ความแตกต่างกันที่สังเกตได้อย่างมีนัยสำคัญ คือ ที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกแห่งตนนัก แต่ ณ เวลาที่มาปฏิบัติธรรมนี้ เกิดความรู้สึกกับมันอย่างถ่องแท้ ที่เค้าเรียกว่า อิน (In)...อินในอารมณ์ ไม่ได้หมกหมุ่นจ่อมจมในอารมณ์นั้น แต่กลับรู้สึกถึงการเกิดขึ้นของอารมณ์ และการอยู่กับมัน หรือเอามัน (อารมณ์) อยู่

พอจะได้เวลากลับชักรู้สึก งก...ยังอยากทำนู้นนี่นั่นหลายๆ อย่าง ทำไม 3 เดือนมันช่างเร็วจัง (อันนี้ความรู้สึกของอิป้านะ) ...แต่ความรู้สึกพระผู้ดูแลและแม่ออก...อาจจะโล่งงงงงงงง ก็ได้...แอบแซว

2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นสุดระยะเวลาปฏิบัติธรรม ฉันปล่อยเกียร์ว่างด้านการปฏิบัติ มีแต่สวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น และทำสมาธิก่อนนอนเท่านั้น ศีล8 ถือเหมือนเดิม แต่หัวเราะเสียงดังมากขึ้น อารมณ์ดีมากขึ้น ไม่กังวลอะไรเลยจะมีอะไรผิดศีล อยากทำอะไรก็ทำ ฉันเอาเวลาไปเล่นกับพระกับเณร เล่นกับชุมชน บอกแล้วว่างก...ฉันงกที่จะตักตวงความคิดของโลกที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัสนัก ฉันไปนั่งเฝ้าหลวงเจ้บ่อยครั้งขึ้น เพื่อให้ท่านกินสมองของฉัน...ท่านมีเรื่องเล่ามากมาย ตั้งแต่การตั้งราคาพระเครื่องเพื่อการบูชาในงานพุทธาภิเษก การเตรียมงานพระราชทานเพลิงศพ การศึกษาทางพระ รสนิยมทางพิธีการ กลยุทธ์การควบคุมคน เห็นได้ชัดจากที่ท่านควบคุมฉัน ท่านได้อ่อมสมองฉันให้ฉันไปทำการเชื่อมกิ่งต้นลีลาวดีเพื่อให้มีดอกที่สลับสีของแต่ละกิ่ง ฉันได้หลายๆอย่างจากท่านในเวลาที่จำกัด แม้แต่การเป็นทำหน้าที่เลี้ยงเด็กในบทบาทหลวงพ่อกับลูกเณร

หากมาอยู่วัดฉันอยากเป็นผู้ชาย บางที่เพราะเพศสภาพมันอาจจะเป็นที่ขัดตาของหลวงตา ฉันเองก็พยายามระวังไม่ได้เกิดมลพิษทางสายตาแก่ผู้พบเห็น...ฉันรู้สึกว่าพระมีความน่าสนใจใคร่เรียนรู้มากกว่าเรื่องราวของผู้หญิงหรือแม่ออก...แม้แต่วิธีการปฏิบัติ...เสื้อเหลืองมีความน่าเชื่อถือกว่าเสื้อขาว...แม้ความจริงแล้วสีเสื้อไม่ได้สำคัญเลย...อยู่ที่การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต่างหาก

หลังจากที่ติดตามหลวงพี่ตัวท๊อปไปแถวๆหมู่บ้านริมน้ำชีหลายครั้ง ฉันก็เริ่มหลงใหลความเป็นอยู่ของคนชนบทที่ร่ำรวยภูมิปัญญาและเป็นรากเหง้าของความเป็นอีสาน ฉันถึงกับนิมนต์หลวงพี่ตัวท๊อปลงมาที่กุฏิของฉันเพื่อนำเสนอโปรเจกค์ปล่อยช้างเข้าป่า 555 ช้างนี่หมายถึงฉันนะ หลวงพี่ก็อิดออดพักนึงแล้วก็ยอมให้ลงมาให้ฉันกินสมองท่าน ต้องขอบคุณที่ท่านเข้าใจฉันในแนวคิด “คนในชุมชนเป็นส่วนสำคัญในการรักษาวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญา” ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะรักษามันไว้ แต่ก่อนที่จะเริ่มฉันต้องมีความรู้และเข้าใจมันให้ดีก่อน...ก่อนที่จะสื่อสารออกไป ดังนั้นก่อนฉันออกจากวัด ท่านนำฉันไปฝากที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านของท่านเพื่อที่ฉันเข้าไปศึกษาชุมชนได้ง่ายขึ้น...ก่อนไปฝากฝัง เราพูดคุยว่ามันมีประเด็นเซ็นซิทีฟที่ว่า เกิดคนไม่เข้าใจจะหาว่าแม่ชีวิ่งตามพระ...ก็พระยังหนุ่มนี่นะ ท่านก็ว่า ถ้าเราชัดเจนก็คงไม่มีอะไร โยมพี่ก็ไม่มีอะไร แค่ถ้าใครมีอะไรวุ่นวายในชีวิตเจอโยมพี่เข้าไปชีวิตก็แค่วุ่นวายคูณสอง 555 เรื่องอื่นๆ ของโยมพี่คงไม่มีอะไรต้องกังวล...ขอบคุณค่ะ…บอกแล้วว่าฉันมีพระเป็นเพื่อนเล่น

ในทำนองเดียวกันของการเรียนรู้ภูมิปัญญา ฉันก็หวังว่า การเรียนรู้มิติของวัด ของพระที่ฉันได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากคำสอนของพระพุทธเจ้า และวิธีแห่งการปฏิบัติสมาธินั้น จะทำให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาพุทธศาสนาไว้ไปในฐานะ อุบาสิกา

ความสัมพันธ์ของฉันเริ่มขยายไปยังพระอีกวัดที่เป็นวัดในเมือง (ศัพท์ที่ใช้ดูมีความสุ่มเสี่ยงต่อการตีความยังงัยไม่รู้) ด้วยหลวงตาของฉันเป็นพระมากความสามารถเลยได้รับมอบหมายให้ดูแลวัดถึง 2 วัด พอไปวัดแห่งนั้น พระวัดนั้นก็จะถามถึงพระวัดที่ฉันไปปฏิบัติว่าพระรูปต่างๆ ไม่มาด้วยหรือ พระวัดนั้นเริ่มเตร่เข้ามาทักทาย จากเดิมที่ฉันเป็นโยมมาวัด แต่ตอนนี้มันเหมือนวงของความสัมพันธ์มันแคบลง... เหมือนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันยังงัยไม่รู้ มันทำให้ฉันได้เรียนรู้รูปแบบการปกครอง รูปแบบความสัมพันธ์ และจุดเด่นของพระแต่ละรูป ที่ฉันคาดว่าสามารถหยิบยกมาใช้กับสถานการณ์ต่างๆในการชีวิตการทำงาน และการดำเนินชีวิตได้มากขึ้น โลกของพระก็เหมือนคนทั่วไป ต้องมีเพื่อน มีคนรู้จัก มีเครือข่าย และวัดก็เเหมือนองค์กร ต้องการการบริหาร มีโครงการโปรเจกค์ออกมาเรื่อยๆ มีอีเว้นท์ตามวันสำคัญ เพียงแต่มีศีลหรือพระวินัยที่แยกสังคมนี้ให้เป็นสังคมที่แตกต่าง ควรค่าแก่การเคารพแตกต่างจากไปคนปกติของสังคม

ศีลเป็นเรื่องสำคัญ ฉันไม่ค่อยใส่ใจศีล ฉันอาจจะอคติเข้าข้างตัวเอง...ฉันเชื่อว่าโลกของฉันมาทางฝั่งคนดีอยู่แล้ว บางครั้งศีลของฉันก็มี 4 ข้อ ตกข้อ เมรัยไปหน่ะนะ...ปกติโลกที่จากมาคือกินตามกาล กินเพื่อสร้างสังคม ข้อนี้คงเป็นอัตตาที่สูงของตนด้วยเบื้องต้นคิดว่า การควบคุมตนเองที่ดีไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนและไม่ได้ทำร้ายใคร...อาจจะจริงค่ะ แต่พอทบทวนจริงๆ ไปแล้ว อิป้าก็พยายามถือศีล 5 ให้ได้ เถ๊อะ! แม้จะไม่ได้ให้ใครเดือดร้อน แต่เมรัยนั้นเกิดผลแก่ตนค่ะ งดได้ก็ดี สุขภาพดีขึ้น ไม่เปลืองเงินด้วย ...พอกลับมาโลกปัจจุบันใครก็ทักว่าหน้าใสขึ้น ตัวบวมน้อยลง ...ข้อนี้ถ้าถือว่าเป็นการวิจัยในตนเอง...ผลการวิจัยก็ถือว่าเป็นอันประจักษ์

การเตรียมตัวกลับโลกที่ฉันจากมาอีกประการหนึ่ง คือ ฉันบังคับให้สมองทำงานค่ะ ก่อนที่มันจะเป็นโรงเลื่อย และทำให้ฉันกลายสภาพเป็นเจ้าของโรงเลื่อย

สมองสองซีกของฉันต้องทำงานมากขึ้น ซีกซ้ายฉันเก็บชีวิตประจำวันของการเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ส่วนซีกขวาฉันรำลึกชีวิตประจำวันของคนทำงานที่เหมือนหนูถีบจักร ก่อนจะออกจากวัดฉันเอาสมองสองซีกซ้อนกันว่าอะไรที่ฉันสามารถนำไปปฏิบัติกันร่วมกันได้ โดยฉันไม่เป็นคนแปลกแยก ไม่ยกวัดมาไว้ในสังคมเพื่อนฝูง และไม่ละเลยที่จะปฏิบัติดีจนทำให้คนมองภาพว่านี่เหรอคนที่ผ่านการปฏิบัติมา 3 เดือน วัดไม่ได้ช่วยหล่อหลอมอะไรบ้างเลยเหรอ...งานนี้ถ้าฉันทำได้ดีช่วยจะช่วยให้คนมองวัด มองพุทธศาสนาในแง่ดีมากขึ้นไหมนะ...(เป็นการตั้งคำถามแก่ตน) ถ้าว่างก็รอติดตามแม่ชีอินดี้ตอน 9 นะคะ มาดูว่าโลกที่ก้าวออกมาจากกำแพงแก้วของอิป้าจะเป็นเช่นไร

ฉันบันทึกๆๆๆๆๆๆๆ ถ่ายรูปๆๆๆๆๆๆๆ อัพเฟสๆๆๆๆๆๆเพื่อเก็บข้อมูลในหลายๆ ลักษณะ เช่น คำคม ข้อคิด คำศัพท์ ภาพแห่งเรื่องราว ถึงขั้นบันทึกเสียงสวดมนต์ของตนเองในทำนองสรภัญญ์ไว้ด้วย กลัวออกไปจะลืมทำนอง คนที่อยู่ฝั่งโลกที่ติดตามให้กำลังใจฉันคงสัมผัสได้ว่า ช่วงท้ายแม่ชีไม่ได้ปฏิบัติอะไรเลย การน้อมนำเอาหลักธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวันนี้ เป็นเรื่องของความรู้ความเข้าใจ (Knowledge) ทักษะ (Skill) และพฤติกรรม (Behavior) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาสักประมาณหนึ่งถึงจะเห็นผล งานนี้คงต้องขอให้ช่วยเป็นกำลังใจกันนะคะ

ฉันเองก็คงต้องเตรียมตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงในวิถีแห่งตนครั้งใหญ่อีกครั้ง สำหรับการมารายงานตัวเป็นมนุษยโลกธรรมดา

: ขอบคุณภาพจาก การแสดงนิทรรศการบัวหลวงสัญจร ปี 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

มาต้อนรับสู่ ธรรมดาๆโลก เจ้าค่ะ..

ขอบคุณการต้อนรับค่ะ เลี้ยงฉลองต้อนรับในหมู่เพื่อนฝูง ส่วนตอนเช้าก็ตื่นแต่เช้ามาทำวัตรค่ะ

หมายเลขบันทึก

607287

เขียน

27 May 2016 @ 10:53
()

แก้ไข

27 May 2016 @ 11:13
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก