สภาพบ้านพักของกรรมกรก่อสร้าง

ในแบบสอบถามจะมีอยู่ข้อหนึ่ง ที่ทำงานครูต้องอธิบายของบ้านพักของกรรมกรก่อสร้าง ซึ่งที่ศูนย์พุทธมณฑลจะมีอยู่ด้วยกันสองแบบ คือกลุ่มที่สร้างบ้านของเจ้าของเกือบเสร็จแล้วจะมีผู้รับเหมาให้คนงานเหล่านี้เข้าไปอยู่ในลักษณะเอาผ้าใบสี่ฟ้าขึงกั่นระหว่างที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว กับการก่อสร้างยังไม่เสร็จ คนงานเหล่านี้ใช้วิธีการเหมาเป็นหลัง จะทำงานตลอดวลาที่ตัวเองมีแรงไม่มีวันหยุด เพราะงานเสร็จเมือไรถึงจะได้เงิน เวลาเบิกก็จะได้เพียง 1 ใน 10 ของค่าแรงที่เหมาเพราะผู้รับเหมากลัวเมื่อให้เงินไปแล้วคนงานจะหนี้ จะลำบากเรื่องการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ หรือแม้แต่ห้องน้ำก็ไม่มีบางครั้งต้องอาศัยหลุมหรือบ่อที่ยังไม่ได้กลบเป็นสถานที่อุจจาระ ที่นอน ที่กิน ทุกอย่างน่าจะไม่เกิน 1.2 เมตร ยาวประมาณ 2 เมตรต่อครอบครัว การอยู่รวมกันอย่างบ้านหลังหนึ่งอยู่กันประมาณ 2-3 ครอบครัว จะเน้นที่เป็นญาติกันส่วนใหญ่

สำหรับบ้านของผู้รับเหมาแบบอยู่รวมกันเฉพาะของเจ้าของเอง ที่พุทธมณฑล จะมีประมาณ 6 เจ้าของผู้รับเหมา แต่ละผู้รับเหมาก็ประมาณ 20-40 ครอบครัว สิ่งที่ คือการปลูกเป็นบ้านชั่วคราว โดยโครงสร้างหลังคาใช้ไม่ยูคาหรือบางเจ้าก็ใช้เสาเข็ม ยกพื้นสูงประมาณ 30 เซ็นติเมตร แล้วพื้นใช้ไม้อัดเป็นพื้นบ้านฝาใช้สังกะสีที่เก่า บางเจ้าเห็นรอยรั่วในการใช้สังกะสีมาอย่างยาวนาน หลังคาสังกะสี ปลูกกันเป็นแถว แถวละ 10 ห้อง เรียงกันยาว ซึ่งความกว้างของห้องประมาณ 1.2 เมตร ยาวประมาณ 2.5 เมตร ห้องหนึ่งส่วนมาอยู่กันเป็นครอบครัว ครอบครัวละ 4-6 คน เป็นอย่างน้อย ซึ่งในห้องมุมหนึ่งจะเป็นห้องครัว มุมหนึ่งจะเป็นห้องนอน อีกมุมหนึ่งจะเป็นที่ดูทีวี แต่เวลาจะนอนจะต้องจัดการเก็บของเพื่อให้นอนได้ สำหรับส่วนกลางที่ผู้รับเหมาจัดให้คือบ่อน้ำที่เอาไว้อาบจะมีการต่อประปามา มาใส่ในบ่อใหญ่ความกว้างของบ่อประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 5 เมตร บ่อน้ำนี้จะสูงประมาณ 1.2 เมตร กั้นเด็กลงไปเล่นหรือตกลงไปในบ่อ ไม่มีหลังคาปิด เป็นบ่อเปิดจึงมีฝุ่นหรือตระไคร้น้ำจับเกาะหนาเป็รฝาเลย จึงทำให้เกิดการระบาดของโรค และไม่มีการล้างบ่อเพราะต้องทิ้งน้ำ ผู้รับเหมาจึงใช้วิธีการให้คนงานเลือกตักเอา สำหรับห้องส้วมก็ใช้รวมกันมีห้องส้วมอยู่ 8 ห้องสลับกันใช้

ส่วนพื้นที่ยกสูงบางครั้ง บางแคมป์ของคนงานไม่มีการจัดการระบายน้ำที่ดีก็จะเอ่อมาขังที่ใต้ถุนบ้าน แล้วคนงานก็ทิ้งขยะลงไปอีกจึงเกิดการหมักหมม พร้อมทั้งส่งกลิ่นของขยะ จึงเป็นแหล่งอาหารของหนูที่เป็นตัวพาหนะ ทุกอย่างเหล่านี้ขึ้นอยู่กับจัดการของคนงานพร้อมผู้รับเหมา จึงต้องอาศัยการพูดคุย หรือบางครั้งก็ใช้เด็กมีกิจกรรมในการจัดการขยะ

แค่หัวข้อแรกก็ทำให้ครูได้เข้าชัดเจนของสภาพแวดล้อมในแหล่งก่อสร้างแล้ว หลายคนบอกว่า นั้นคือสลัมเคลื่อนที่ ในขณะนั้นไม่เข้าใจคะ เพราะเป็นเด็กบ้านนอก ไม่ว่าขยะ หรือสิ่งปฏิกูล พวกเราก็จัดการเพราะพอมีพื้นที่ และก็ไม่เคยเห็นสลัมด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาชีพนักพัฒนาเด็กและเยาวชน



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

อธิบายได้เห็นภาพมากเลยครับอาจารย์ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีเท่ากัน ดังนั้นการแบ่งปันจึงสำคัญกว่าการพัฒนา....