การทำธุรกิจเห็ดอย่างมืออาชีพ

ประวีร์
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ในสังคมปัจจุบันคนหลายคนต่างมองหาอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเอง และยิ่งประกอบกับทุกวันนี้สภาพเศรษฐกิจที่ไม่สู้จะดี ทั้งสินค้าที่มีอยู่ในตลาดก็มีราคาที่สูง เงินทองก็หาได้ยาก ไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่มี สภาพสังคมที่ต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันทุกวันนี้ ทำให้ต้องดิ้นรนกัน ทำให้ผู้ที่มีอาชีพเพียงอย่างเดียวนั้น รายได้จึงไม่เพียงพอกับรายจ่ายในแต่ละเดือน ทำให้ต้องมีอาชีพเสริมขึ้นมา ทุกคนล้วนหาอาชีพที่มีผลกำไรตอบแทนต่อหน่วยสูง และไม่รู้จะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรดี ดังนั้นบทความนี้จึงนำเสนอเรื่องในการทำธุรกิจเห็ด ประกอบกับสภาพสังคมที่เน้นสุขภาพ คนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เห็ดจึงสามารถตอบโจทย์ของใครหลายๆคนซึ่งกำลังมองหาอาชีพเสริมอยู่ในทุกวันนี้

จะเริ่มต้นทำเห็ดอย่างไร?

การเริ่มต้นในการทำเห็ดนั้นจะมาจากหลายส่วนด้วยกัน จะเริ่มจากจุดไหนนั้นขึ้นกับความเหมาะสมของตัวบุคคล เวลา สถานที่ เป็นต้น โดยรูปแบบของธุรกิจเห็ดจะมีด้วยกันอยู่ 5 รูปแบบใหญ่ๆ

1. การรับซื้อดอกเห็ดจากแม่ค้า หรือฟาร์มเห็ดมาขายต่อ

2. การซื้อก้อนเห็ดสำเร็จรูปมาเปิดดอกขาย

3. การทำก้อนเชื้อเห็ดขาย

4. การทำฟาร์มเห็ดเอง ขายทั้งก้อนเชื้อและดอกเห็ด

5. การทำหัวเชื้อเห็ดขาย

ในแต่ละรูปแบบของการทำเห็ดนั้นจะมีความยากง่ายและทักษะที่ต้องใช้แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชำนาญและความชอบของตัวบุคคลที่ต้องการจะทำเห็ด ซึ่งสำหรับมือใหม่ในการที่จะประกอบธุรกิจเห็ดนั้นควรจะรับซื้อดอกเห็ดสดมาขายก่อน หรือการรับก้อนเชื้อมาเปิดดอกเห็ดขาย

สถานการณ์ด้านผลิตภัณฑ์เห็ดของประเทศไทยในปัจจุบัน

ปัจจุบันคนไทยนิยมบริโภคเห็ดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากราคาไม่แพงและยังสามารถเพาะเห็ดไว้บริโภคในครัวเรือนได้โดยใช้ต้นทุนต่ำขณะเดียวกันยังมีการผลิตเห็ดเพื่อการค้าแพร่หลายมากขึ้นทำให้เห็ดกลายเป็นสินค้าเกษตรสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศซึ่งแต่ละปี ไทยมีกำลังการผลิตเห็ดได้ประมาณ 120,000[1] ตัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 7,014[2] ล้านบาท โดยเฉพาะเห็ดเพาะถุงนับว่ามีศักยภาพการผลิตสูงมาก ทั้งเห็ดเข็มทอง เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดภูฐาน เห็ดหอม เห็ดนางรม เห็ดนางรม

ฮังการี เห็ดยานางิ เห็ดหูหนู เห็ดขอนขาว เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดเออเรนจิ และเห็ดหลินจือ ซึ่งตลาดให้การตอบรับดีและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการประกอบธุรกิจเห็ดการเริ่มทำธุรกิจควรจะเริ่มจากเห็ดที่ดูแลง่าย ซื้อขายง่าย ราคาไม่สูงมากนัก เป็นในส่วนของเห็ดนางรมภูฐานครีม เห็ดนางรมฮังการี


เหตุใดเห็ดนางรมฮังการี และเห็ดภูฐานครีมถึงน่าสนใจ?

เนื่องจากเห็ดทั้งสองประเภทนี้ดูแลง่ายและเจริญเติบโตในสภาวะอุณหภูมิความชื้นของประเทศไทยได้ดี เพราะเห็ดนางรมฮังการีและเห็ดนางรมภูฐานครีมจะเจริญเติบโตได้ดีในช่วง อุณหภูมิ 25-32 องศาเซลเซียส ในส่วนนี้จะแนะนำให้ทำเฉพาะเห็ดนางรมฮังการี ซึ่งจะสามารถดูแลได้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มทำธุรกิจเห็ด ไม่ต้องใช้ทักษะในการดูแลมากนัก เห็ดนางรมฮังการี สามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด ทั้งยังเป็นที่ต้องการของร้านอาหาร เพราะด้วยตัวรสชาติของตัวเห็ดเองที่มีความเหนียวนุ่ม หวานในตัวของเห็ดเอง อาศัยพื้นที่ในการดูแลไม่มาก ได้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล

ขั้นตอนในการเลือกซื้อก้อนเห็ด

ประการแรก และสำคัญที่สุดท่านต้องเลือกฟาร์มที่มีคุณภาพทั้งทางด้านการผลิตก้อนเห็ดดอกเห็ด ถ้าให้ดีที่สุด ฟาร์มนั้นต้องทำอยู่ในรูปแบบของฟาร์มเห็ดออแกนิก ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย มีหลากหลายฟาร์มที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบของเห็ดออแกนิก

ประการที่สอง ก้อนเห็ดที่ท่านเลือกต้องมีลักษณะขาวทั่วถึงกันทั้งก้อน ไม่มีสีดำหรือสีอื่นๆปน แสดงให้เห็นว่าก้อนเชื้อมีคุณภาพที่ดี พร้อมที่จะออกดอก

ประการที่สาม การขนส่งก้อนเชื้อต้องคำนึงถึงระยะทางในการส่ง ถ้าหากระยะทางในการขนส่งไกลย่อมส่งผลถึงโอกาสในการเสียของก้อนเชื้อมีสูง รวมถึงวิธีที่บรรจุก้อนนำมาส่ง แพ็คลัง หรือใส่รถมาส่ง มีการคลุมผ้าเพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดดหรือไม่

ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่

1. ต้องมีการจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมกับที่จะให้เห็ดออกดอก ต้องเป็นพื้นที่ที่ถ่ายเทอากาศได้สะดวก ไม่ร้อน มีความชื้นพอเหมาะ ถ้าหากอยู่ใต้ร่มต้นไม้จะดีกว่าอยู่กลางแจ้ง เพราะร่มต้นไม้จะช่วยลดอุณหภูมิภายในโรงเห็ดได้

2. จัดเตรียมโรงเปิดดอกเห็ด ต้องเป็นโรงเรื่อนที่ยกสูงจากพื้น เป็นแนวลาดเอียงเพื่อให้รับกับก้อนเชื้อเห็ด พื้นที่ยกสูงควรจะให้สูงจากพื้นประมาณ 1 ฟุต เพื่อป้องกันเชื้อโรคในดินกระเด็นเข้าไปในก้อนเห็ดและทำให้ก้อนเห็ดเสื่อมเสียได้

รูปที่ 1 เห็ดนางรมฮังการี

รูปที่ 2 แสดงการจัดวางก้อนเห็ด

3. หลังคาโรงเปิดดอกควรจะเป็นจากมุงหลังคา เพราะจากจะสามาถควบคุมอุณหภูมิได้ดี และยังสามารถควบคุมความชื้นภายในโรงเรื่อนให้คงที่ได้อีกด้วย

ขั้นตอนการดูแลรักษาและเก็บดอกเห็ด

1. หลังจากนำเห็ดเข้าสู่โรงเรือนแล้ว ต้องมีการให้น้ำโดยตรงกับก้อนเห็ด โดยใช้สายยางรดน้ำที่หน้าก้อนเห็ด เป็นการให้ความชื้นกับก้อนเห็ด ในการให้น้ำต้องให้น้ำเวลาเช้า และเวลาเย็น (ถ้าหากอากาศร้อนมาก สามารถเพิ่มเวลาให้น้ำกับก้อนเห็ดได้) หลังจากนั้นเห็ดก็จะออกดอก พร้อมเก็บได้ในอีกสามถึงสี่วัน สำคัญที่สุดในช่วงตุ่มดอกกำลังขึ้นห้ามลืมรดน้ำ เพราะดอกจะฝ่อและจะไม่ได้ผลผลิตดอกเห็ดในชุดแรก

2. การเก็บดอกเห็ดต้องเอาด้ามช้อนแคะออกจากปากถุงให้หมดทั้งโคนดอก ห้ามเด็ด เพราะถ้าเด็ดโคนเห็ดจะออกไม่หมดและจะเป็นพาหะ ของแมลงและเชื้อราต่างๆที่จะทำให้ก้อนเห็ดเสียได้

การนำดอกเห็ดออกจำหน่าย

การขายเห็ดไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเนื่องด้วยสาเหตุของตัวดอกเห็ดนั้นจะสามารถคงความสดและรสชาติที่ดีที่สุดอยู่ที่ 8 ชั่วโมง ดังนั้นต้องทำการเก็บและขายในทันที (ข้อสังเกต เห็ดที่ไม่สด ให้ทำการดมดู ถ้าหากมีกลิ่นแอมโมเนียแสดงว่าเห็ดนั้นไม่สดแล้ว)

การบรรจุดอกเห็ดออกขายที่จะให้ดูน่าสนใจ แบบแรกใส่ถุงพลาสติกใส มัดยางให้พองลม จะทำให้เห็ดเราดูน่าสนใจและขายง่าย ไม่ควรใส่ถุงเกิน 2 ขีด เพราะจะทำให้แน่นเกินไป

แบบที่สองคือนำดอกเห็ดเป็นช่อ ใส่ถาดโฟม แล้วห่อด้วยพลาสติกแรพ แล้วนำไปวางบนถาดน้ำแข็งจะช่วยยืดอายุของดอกเห็ดได้

สถานที่จัดจำหน่าย ถ้าหากมีจำนวนผลผลิตอยู่ที่ 5 – 10 กิโลกรัม ควรนำไปขายเองที่ตลาดสด ในช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้ ขึ้นกับเวลาที่เก็บดอกเห็ด ถ้าหากเก็บเช้า ขายเช้า เก็บเย็น ขายเย็น

ระยะเวลาคืนทุนและกำไร

ก้อนเห็ดในปัจจุบันมีราคาขายอยู่ที่ก้อนละ 12 บาท ในการเก็บดอกเห็ด ถ้าหากมีการดูแลรักษาที่ดีจะสามารถเก็บดอกเห็ดได้ 9 ขีด ซึ่งราคาขายของเห็ดปัจจุบันจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ดังนั้นต่อก้อนเราจะสามารถสร้างรายได้ถึง 30 – 54 บาท (ในรุ่นแรกสามารถเก็บดอกได้ประมาณก้อนละ 1 ขีด และจะทยอยเก็บได้จนกว่าจะหมดเชื้อ ประมาณ 4 เดือน)

ดังนั้นถ้าหากลงทุนซื้อก้อนเห็ด 100 ก้อน ต้นทุนจะอยู่ที่ 1,200 บาท ค่าโรงเรือน 3,000 บาท(สำหรับใส่ก้อนเห็ด 100 ก้อน) ค่าน้ำเดือนละ 50 บาท รวม 4,250 บาท

ในการเก็บดอกเห็ดรุ่นแรก จะได้ดอกเห็ดอยู่ที่ 10 กิโลกรัม ขายได้ 60 x 10 = 600 บาท และเมื่อเก็บดอกเห็ดจนหมดเชื้อได้เห็ดทั้งหมด 9 ขีด รายได้จะอยู่ที่ 60 x 90 = 5,400 บาท

ระยะเวลาคืนทุนของ ก้อนเห็ดจะอยู่ที่ 1 เดือน เนื่องจากดอกเห็ดจะเก้บรุ่นที่สองได้หลังจากผ่านรุ่นแรกไป 15 วัน ระเวลาคืนทุนของการลงทุนรอบแรกจะอยู่ที่ 4 เดือน (โรงเรือนโดยทั่วไปมีอายุอยู่ได้สองปี) ดังนั้นหลังสี่เดือนไปแล้ว ในการขายเห็ดแต่ละรุ่น จะมีกำไรอยู่ที่ 4,200 บาท สำหรับการลงทุนเล็กๆสำหรับผู้ที่มีทุนน้อย

อ้างอิง

กรมวิชาการเกษตร. (2555). มาตรฐานเกษตรอินทรีย์. ค้นเมื่อ 18 เมษายน 2559, จาก http://www.thai-organic.com/standards.html

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2555). เศรษฐกิจพอเพียง. ค้นเมื่อ 18 เมษายน 2559, จาก http://th.wikipedia.org/wiki/เศรษฐกิจพอเพียง.

ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว. (2554). ข่าวเกษตร เพาะเห็ดเป็นอาชีพรายได้ดี. ค้นเมื่อ วันที่ 18 เมษายน 2559, จาก http://www.phtnet.org/news54/view-news.asp?nID=261

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Free For live



ความเห็น (0)