วันที่ 3 วุ่นวาย เวียนวน… (19/05/2559)

ก้าวมาสู่วันที่สาม วันสุดท้ายของการเรียนการสอนในสัปดาห์นี้ เพราะพรุ่งนี้เป็นวันวิสาขบูชาโรงเรียนหยุด 1 วัน เช้านี้สิ่งแรกที่ทำก็เหมือนทุกๆวัน และเมื่อถึงเวลาก่อนเรียน ฉันก็ได้เข้าไปถามครูพี่เลี้ยงว่าเด็กหญิงแก้วเกล้าส่งการบ้านมั้ย ครูบอกว่าไม่ส่งอีกตามเคย จึงเข้าไปถามว่าทำไมไม่ทำการบ้านมาส่ง ทั้งๆที่เมื่อวานนี้สัญญากับครูไว้ เด็กหญิงไม่มีคำตอบแต่รีบเอาการบ้านขึ้นมาทำ และโดนครูพี่เลี้ยงซึ่งเป็นครูประจำชั้นดุ และบอกว่าวันนี้ก็จะไม่ให้กลับถ้าทำไม่เสร็จอีก เด็กหญิงทำหน้าเศร้าและไม่ตอบ แล้วจึงเก็บลงใส่กระเป๋าเพื่อเรียนในวิชาแรก ทำให้ค้นพบแล้วว่าอย่าทำสัญญาอะไรกับเด็กชั้น ป.1 และเด็กคนนี้ก็เป็นเด็กพิเศษด้วย คงจะยากกับการสัญญาแค่คำพูด คงต้องหาวิธีการอื่นในการจัดการกับเรื่องนี้ต่อไป

ในชั่วโมงเรียน ที่สามและสี่ของวันนี้ได้สอนรายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งสอนในระดับชั้น ป.2 และ ป.3 เรื่อง งานบ้าน ซึ่งวันนี้ได้สอนเป็นครั้งแรกแต่ไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่ากับตอนที่เคยสอนมาก่อนหน้านี้ อาจเป็นเพราะได้ทำความรู้จักเด็กนักเรียนมาบ้างแล้ว และยังได้สอนคู่กับคุณครูคนใหม่ คือคุณครูมีนา ซึ่งย้ายมาช่วยราชการที่โรงเรียนแห่งนี้ ครูบอกว่าครูไม่ใช่ครู ครูเป็นนักวิชาการแต่ได้มาช่วยราชการ และได้มาสอนวิชานี้ ครูก็เหมือนกับฉัน หากมีอะไรก็สามารถปรึกษาหรือพูดคุยกับครูได้ เริ่มใหม่ทั้งคู่ก็จะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน คุยกับครูแล้วก็ลงมือสอน ครูช่วยควบคุมชั้นเรียนและช่วยในการดำเนินกิจกรรมบางขั้นตอน หลังจากจบชั่วโมงชั้น ป.2 แล้วครูบอกว่าเหนื่อยมากกับการคุมเด็ก เด็กนักเรียนที่นี่เสียงดังมาก ครูต้องหาวีธีการในการจัดการ ซึ่งเราก็ได้ไปคิดเพิ่มมาด้วย และคิดว่าจะใช้ข้อตกลงในการจักการชั้นเรียน และเมื่อสอนชั้น ป.3 ต่อก็เริ่มใช้ข้อตกลงที่ว่า ใครเสียงดังหรือก่อกวนวุ่นวายในชั้นเรียนจะต้องทำเวรรักษาความสะอาด 1 อาทิตย์ โดยครูจะให้หัวหน้าห้องจดชื่อแล้วนำไปส่งคุณครูที่ปรึกษา และครูจะคอยตรวจเวรในทุกๆเช้า และใช้สัญลักษณ์ในการเตือนหากห้องเรียนเริ่มเสียงดัง วิธีนี้ค่อนข้างได้ผลดีและช่วยให้จัดการชั้นเรียนได้ดีขึ้น จากสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นไปได้ ฉันไม่อยากจะดุเด็กหรือลงโทษอะไรเด็ก แต่หากไม่ทำเลยเด็กจะไม่มีความเกรงใจก็เป็นได้ เพราะเห็นเป็นแค่นักศึกษาฝึกสอนไม่ใช่ครูจริงๆของเขา ครูพี่เลี้ยงก็บอกว่าอย่าใจดีเกินไปแต่ก็อย่าดุเกินไป ให้มีความกลางๆระหว่างสองอย่างนี้ด้วย และให้เป็นไปตามสถานการณ์ที่พบเจอจะดีกว่า

วันนี้ในตอนบ่ายโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ที่วัดโสภณาราม ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ติดกับโรงเรียน จึงได้ให้เด็กนักเรียนเตรียมของมาเพื่อเวียนเทียนคือกรวยดอกไม้ ธูปเทียน ซึ่งบางคนก็มีแต่บางคนก็ไม่ได้เตรียมมา ดังนั้นครูประจำชั้นจึงได้เตรียมกระดาษและสอนพับกรวย โดยที่กรวยของนักเรียนชั้น ป.1 ให้ระบายสีตามจินตนาการแล้วจึงพับเป็นกรวย เด็กๆชอบใจกันมากๆ ทำอย่างตั้งใจและสนุกสนาน ฉันก็ได้ร่วมในกิจกรรมนี้ด้วย และเมื่อพับกรวยเสร็จครูก็ให้ฉันแจกธูปเทียนให้กับเด็กๆ แล้วแบ่งดอกไม้จากกรวยของคนที่เตรียมมาใส่ในกรวยของคนที่ไม่มี จะได้มีเท่ากันทุกคน เมื่อทำกรวยเสร็จ เด็กๆทุกคนก็เข้าแถว เดินไปที่วัดพร้อมกับคุณครูทุกท่านและทำพิธีกรรมทางศาสนาร่วมกัน และในวันนี้ก็มีทหารจากค่ายป.พัน7 มาร่วมด้วย แต่ระหว่างการทำพิธีกรรมฝนก็ตกลงมา ทำให้เด็กๆไม่ได้เวียนเทียนจึงนำกรวยไปวางเพื่อถวายแทนการเวียนเทียนแล้วจึงเดินแถวกลับโรงเรียนไปเข้าแถวก่อนกลับบ้าน และในวันนี้ครูพี่เลี้ยงและฉันได้ช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียนก่อนกลับบ้าน แล้วพูดคุยกันเรื่องการเขียนแผนการสอน และการประชุมผู้ปกครองในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ให้ฉันไปร่วมด้วยในวันและเวลาที่ครูบอก เมื่อแยกจากครูก่อนกลับบ้านฉันก็คิดไปว่า นี่ฉันได้ประชุมผู้ปกครองแล้วเหรอ ความรู้สึกนี้คือหวนคิดไปถึงตอนที่ฉันเป็นเด็กนักเรียนแล้วคุณพ่อคุณแม่ไปประชุมผู้ปกครอง ความรู้สึกวันนั้นยังคงอยู่ แต่ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้คงเปลี่ยนบทบาทจากเป็นนักเรียน มาเป็น คุณครู เช่นกันว่า ความรู้สึกที่ได้ก็คงจะต่างกันไป…

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวอัจฉราพรรณ บุญเรือง...(ภาคเรียนที่1/2559)



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ชอบข้อค้นพบที่บอกว่า อย่าทำสัญญากับเด็ก ป. 1 ... เพราะอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ตรงที่เค้าทำไม่ได้แล้วก็จะเสียกำลังใจ

@อ.ต๋อย ใช่เลยค่ะ คงต้องเปลี่ยนวิธีการแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนี้ด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

หาวิธีการ ... เป็นหน้าที่ของคุณครูอย่างแท้จริง ;)...

ขอให้กำลังใจนะครับ

@Ongkuleemarn

ลองใช้วิธีการใหม่ ใช้ข้อตกลงร่วมกันค่ะครู น่าจะได้ผลดีค่ะ มาลองดูต่อไปค่ะ